สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร จะดำเนินงานโครงการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนเชิงรุกในการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ระยะที่ 3 โดยกำหนดให้มีการจัดสนทนากลุ่มย่อย เพื่อสร้างความรู้
ความเข้าใจให้ประชาชนรับทราบข้อมูลรายละเอียดของโครงการที่จะดำเนินการจัดกรรมสิทธิ์เพื่อเพิ่มโครงข่ายในการเดินทางให้มีความเชื่องโยงและเพียงพอต่อการสัญจร รวมทั้งเพื่อรองรับการขยายตัวของเมืองและการบริหารจัดการน้ำโดยการก่อสร้างแก้มลิง จำนวน 15 โครงการ โดยมีรายละเอียดดังนี้
สำหรับโครงการก่อสร้างถนนใหม่และปรับปรุงขยายถนนเดิมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายการเชื่อมต่อทั้งถนนสายหลัก สายรอง และตรอกซอยต่างๆ ให้สามารถเดินทางถึงกันได้อย่างคล่องตัว จำนวน 9 โครงการ ได้แก่
1.โครงการก่อสร้างทางหลวงท้องถิ่นสายเชื่อมระหว่างซอยรามคำแหง 53 ซอยลาดพร้าว 106 และซอยลาดพร้าว 110 มีจุดเริ่มต้นบริเวณท้ายซอยรามคำแหง 53 สิ้นสุดที่บริเวณซอยลาดพร้าว 106 และ ลาดพร้าว 110 ก่อสร้างถนนขนาด 2 ช่องจราจร เขตทางกว้างประมาณ 10 เมตร ระยะทางประมาณ 80 เมตร
2.โครงการก่อสร้างและขยายถนนทางหลวงท้องถิ่นสายซอยรามอินทรา 39 และถนนสุขาภิบาล 5 สิ้นสุดที่บริเวณซอยปลายนา ก่อสร้างเป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็กจากเดิม 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร เขตทางกว้างประมาณ 20 เมตร ระยะทางประมาณ 1.6 กิโลเมตร
3.โครงการก่อสร้างทางหลวงท้องถิ่นสายเชื่อมระหว่างถนนพหลโยธินกับถนนเพิ่มสิน มีจุดเริ่มต้นที่ถนนพหลโยธินบริเวณซอยท่าดินแดง 2 สิ้นสุดบริเวณปากซอยเพิ่มสิน 16 ก่อสร้างเป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาด 4 ช่องจราจร เขตทางกว้างประมาณ 20 เมตร ระยะทางประมาณ 800 เมตร
4.โครงการก่อสร้างทางหลวงท้องถิ่นสายเชื่อมระหว่างถนนพหลโยธิน-รัตนโกสินทร์สมโภช กับซอยพหลโยธิน 54/1 แยก 4 มีจุดเริ่มต้นอยู่ที่ถนนพหลโยธิน-รัตนโกสินทร์ สมโภชน์ (ถนนเทพรักษ์) บริเวณสะพานข้ามคลองลำผักชี สิ้นสุดบริเวณปากซอยพหลโยธิน 54/1 แยก 4 ก่อสร้างเป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็กขนาด 6 ช่องจราจรเขตทางกว้างประมาณ 30 เมตร ระยะทางประมาณ 3.5 กิโลเมตร
5.โครงการก่อสร้างและขยายทางหลวงท้องถิ่นสายถนนพระราม 2 ซอย 28 เชื่อมกับถนนจอมทอง มีจุดเริ่มต้นบริเวณทางเข้าถนนพระราม 2 ซอย 28 ไปสิ้นสุดบริเวณสามแยกจอมทอง แบ่งออกเป็น 3 ช่วงคือช่วงที่ 1-2 เป็นการขยายเขตทางเดิม ส่วนช่วงที่ 3 เป็นการก่อสร้างถนนใหม่จากปากซอยรัตนกวีจนถึงสามแยกจอมทอง ระยะทาง 200 เมตร เป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็กขนาด 4 ช่องจราจร เขตทางกว้าง 20 เมตร
6.โครงการก่อสร้างและขยายทางหลวงท้องถิ่นสายเชื่อมระหว่างซอยรามคำแหง 24 กับ ซอยรามคำแหง 12 มีจุดเริ่มต้นบริเวณแยกถาวรธวัช ซอยรามคำแหง 24 สิ้นสุดบริเวณซอยรามคำแหง 12 แยก 2 ก่อสร้างเป็นถนน 2 ช่องจราจร เขตทางกว้างประมาณ 12 เมตร ระยะทางประมาณ 600 เมตร
7.โครงการก่อสร้างทางหลวงท้องถิ่นสายเชื่อมถนนเพชรเกษม-ถนนหนองใหญ่-ถนนกัลปพฤกษ์ มีจุดเริ่มต้นบริเวณปากซอยเพชรเกษม 45/1 สิ้นสุดที่ถนนกัลปพฤกษ์ เป็นการขยายและก่อสร้างถนนใหม่ขนาด 2 ช่องจราจร
8.โครงการก่อสร้างปรับปรุงทางหลวงท้องถิ่นสายถนนเทียมร่วมมิตร จะดำเนินการปรับปรุงถนนดังนี้
* จากบริเวณแยกเทียมร่วมมิตรไปจนถึงแยกประชาร่วมมิตร ถนนเดิมมีขนาด 4 ช่องจราจร 1 ทิศทาง เขตทางกว้าง 30 เมตร เป็นถนนขนาด 6 ช่องจราจร 2 ทิศทาง โดยไม่มีการเวนคืน
* ปรับปรุงถนนจากบริเวณแยกประชาร่วมมิตรถึงถนนประชาอุทิศ จากเดิม 4 ช่องจราจร 1 ทิศทาง เป็นถนนขนาด 8 ช่องจราจร 2 ทิศทาง ขยายเขตทางเป็น 30 เมตร
นอกจากนี้ยังสร้างจุดกลับรถ 2 จุด สะพานลอยรถข้ามบริเวณเทียมร่วมมิตรตัดกับถนนประชาอุทิศด้วย
9.โครงการก่อสร้างปรับปรุงทางหลวงท้องถิ่นสายเชื่อมระหว่างถนนจตุโชติ-ถนนพระยาสุเรนทร์ มีจุดเริ่มต้นบริเวณทางลงทางด่วนรามอินทรา-จตุโชติ สิ้นสุดที่ถนนพระยาสุเรนทร์บริเวณคลองสองตะวันตก ก่อสร้างปรับปรุงและขยายถนนระยะทางรวม 6.2 กิโลเมตร
ในส่วนของโครงการจัดทำบึงรับน้ำ เนื่องจากพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ต้องการพื้นที่เก็บกักน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม 13.045 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ปัจจุบันจัดหาได้ 25 แห่ง สามารถเก็บกักน้ำได้ประมาณ 7.02 ล้านลูกบาศก์เมตร ต้องการเพิ่มอีกประมาณ 5.95 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงมีแผนดำเนินการจำนวน 6 โครงการ ซึ่งจะสามารถเก็บกักน้ำได้เพียงพอต่อความต้องการในพื้นที่เขตสายไหม มีนบุรีและคลองสามวา ได้แก่
1.โครงการจัดทำบึงรับน้ำบริเวณคลองพระยาสุเรนทร์
2.โครงการจัดทำบึงรับน้ำบริเวณคลองลำหม้อแตก
3.โครงการจัดทำบึงรับน้ำบริเวณคลองคู้บอน
4.โครงการจัดทำบึงรับน้ำบริเวณคลองบางชัน
5.โครงการจัดทำบึงรับน้ำบริเวณคลองสามวา 1
6.โครงการจัดทำบึงรับน้ำบริเวณคลองสามวา 2 ทั้ง 15 โครงการดังกล่าวสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร โดยกองจัดกรรมสิทธิ์กำลังอยู่ระหว่างลงพื้นที่ เพื่อชี้แจงถึงข้อมูลโครงการและกระบวนการเวนคืนที่ดิน ตลอดจนรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งตามแผนงานมีกำหนดแล้วเสร็จประมาณเดือนเมษายน 2560 และหลังจากโครงการได้รับการอนุมัติก็จะดำเนินงานก่อสร้างตามงบประมาณที่ได้รับจัดสรรต่อไป