ท่าเรือแหลมฉบังเดินหน้าลุยแผนพัฒนาสู่การเป็นท่าเรือชั้นนำ 1 ใน 10 ของโลกกับ 3 โครงการที่สำคัญ เพื่อเพิ่มศักยภาพเมืองท่าแห่งโลจิติกส์นำเข้า-ส่งออกเชื่อมโยงนิคมอุตสาหกรรมภูมิภาค พัฒนาสู่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก. (Eastern Economic Corridor : EEC)
ปัจจุบันท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 1 และ 2 มีศักยภาพในการรองรับการขนส่งสินค้าได้ 11.10 ล้าน TEU/ปี ซึ่งไทยมีตัวเลขการส่งออกรถยนต์ผ่านทางเรือเป็นอันดับ 5 ของโลก ปีที่แล้วท่าเรือแหลมฉบังมีศักยภาพในการขนส่งสินค้าได้อีก 7 ล้านทีอียู 10,500 กว่าเที่ยว อัตราเติบโตปีละ 4% ซึ่งเมื่อมองภาพรวมข้างหน้าอีก 6 ปี ท่าเรือฯจะไม่สามารถรับรองตู้สินค้าที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมไปถึงการพัฒนาระบบรถไฟรางคู่ที่จะลดความแออัดบนทางถนนได้อีกทาง

การท่าเรือแห่งประเทศไทยดำเนิน โครงการพัฒนาศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟ (Single Rail Transfer Operator : SRTO) โดยการท่าเรือแห่งประเทศไทยเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและเครื่องมือยกขนหลักทั้งหมดรวมถึงบริหารประกอบการโดยใช้งบประมาณลงทุนของการท่าเรือแห่งประเทศไทยวงเงินรวม 2,944.93 ล้านบาทระยะที่ 1 (ปีงบประมาณ 2559-2560) วงเงินรวม 2,031.15 ล้านบาทระยะที่ 2 (ปีงบประมาณ 2564-2565) วงเงินรวม 913.78 ล้านบาท
โครงการฯดังกล่าวเป็นการดำเนินการบนพื้นที่ 600 ไร่อยู่ระหว่างท่าเทียบเรือชุด B และชุด C โดยลักษณะของ Rail Yard จะติดตั้งรางรถไฟลักษณะเป็นพวงรางจำนวน 6 รางแต่ละรางมีความยาวในช่วง 1,224 – 1,434 เมตรสามารถจอดขบวนรถไฟได้รางละ 2 ขบวนรวมเป็น 12 ขบวนในเวลาเดียวกันโดยติดตั้งเครื่องมือยกขนตู้สินค้าชนิดเดินบนราง (Rail Mounted Gantry Crane : RMG) สามารถทำงานคร่อมรางรถไฟได้ทั้ง 6 รางในเวลาเดียวกัน
การท่าเรือฯได้จัดจ้างกลุ่ม ITD-WH CONSORTIUM เพื่อก่อสร้างโครงการและจัดหาเครื่องมือยกขนหลักระยะเวลาดำเนินการ 550 วันกำหนดแล้วเสร็จเดือนตุลาคม 2560 คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปีพ.ศ.2561

โครงการพัฒนาท่าเทียบเรือชายฝั่ง (ท่าเทียบเรือ A) เพื่อสนับสนุนการขนส่งสินค้าทางเรือชายฝั่งและลำน้ำโดยโครงการสามารถรับเรือชายฝั่งขนาดระวางบรรทุก 3,000 DWT ขนตู้สินค้าได้คราวละ 200 TEU และขนาดระวางบรรทุก 1,000 DWT ขนตู้สินค้าได้คราวละ 100 TEU ได้อย่างละ 1 ลำพร้อมกันในเวลาเดียวให้มีความสะดวกและปลอดภัยในการเข้าออกท่ารวมทั้งให้สามารถใช้ประโยชน์พื้นที่หน้าท่าและหลังท่าสูงสุดพร้อมติดตั้งปั้นจั่นหน้าท่าและปั้นจั่นเรียงตู้สินค้าในลานเพื่อให้รับตู้สินค้าได้ถึง 300,000 TEU/ปี ระยะเวลาดำเนินการปีงบประมาณ 2559 – 2560 งบประมาณลงทุนรวม 1,846.19 ล้านบาท

โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ขั้นที่ 3 เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการค้าของประเทศ แบบก่อสร้าง 1600 ไร่ แอ่งจอดเรือยาว 4,500 เมตร ลึก -18.5 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง สามารถรองรับเรือสินค้าขนาด 100,000 DWT มีท่าเทียบเรือรวม 6 ท่า ท่าเรือ Ro-Ro 1 ท่า รอบรับสินค้ารถยนต์ 1 ล้านคัน/ปี ท่าเทียบเรือตู้สินค้า 4 ท่า สามารถรองรับปริมาณตู้สินค้าผ่านท่ารวมทั้งสิ้น 7 ล้าน ทีอียู/ปี ท่าเทียบเรือชายฝั่ง 1 ท่า สามารถรองรับตู้สินค้าชายฝั่งได้ 1 ล้านทีอียู/ปี นอกจากนี้ยังมีย่านขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟที่สามารถรองรับปริมาณตู้สินค้าได้ประมาณ 1 ล้าน ทีอียู/ปี
เมื่อการก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบัง ขั้นที่ 3 แล้วเสร็จ ท่าเรือแหลมฉบังจะสามารถรองรับตู้สินค้าผ่านท่ารวมกันได้ประมาณปีละ 18 ล้าน TEU./ปี ขณะนี้อยู่ระหว่างที่ปรึกษาฯ จัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA)คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี พ.ศ. 2560 และจะเปิดท่าเทียบเรือท่าแรกในโครงการท่าเรือแหลมฉบัง ขั้นที่ 3 ในปีงบประมาณ 2568