โครงการนี้อยู่บนทำเลใจกลางรามอินทรา เดินทางเชื่อมต่อเข้าเมืองได้อย่างสะดวกมากๆ ใกล้ทั้งทางด่วนและเส้นรถไฟฟ้า ที่สำคัญอยู่ใกล้ห้างสรรพสินค้าชื่อดังอย่าง Fashion Island เพียง 1.3 กม. เรียกได้ว่าตอบโจทย์ครบทั้งเรื่องฟังก์ชันและทำเล ใครที่ชอบบ้านสไตล์ญี่ปุ่นและมองหาที่อยู่อาศัยในทำเลนี้ ตาม Home Buyers ไปดูรายละเอียดของโครงการ ไซมิส คิน รามอินทรา กันได้ในรีวิวนี้ค่ะ
Highlight
บ้านซีรีส์ใหม่ Modern Japanese Design สะท้อนความเรียบง่ายและอบอุ่นดีต่อใจ ทุกหลังได้ออกแบบให้มีการเลือกใช้โทนสีละมุน ด้วยสีขาว-น้ำตาลครีม ที่ดึงความเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นอย่างระแนงไม้ เข้ามาประกอบกับการดีไซน์รูปแบบบ้านในสไตล์โมเดิร์นได้อย่างลงตัว ซึ่งมีความโดดเด่นที่ไม่เหมือนโครงการทั่วไป
ฟังก์ชันลงตัวกับคนยุคใหม่ มาพร้อมนวัตกรรมล้ำสมัยที่ติดตั้งให้กับทุกแบบบ้าน โครงการจะมีบ้านทั้งรูปแบบบ้านแฝดและทาวน์โฮม ทุกหลังจะมีพื้นที่จอดรถ 2 คัน เพียงพอต่อการใช้สอย จุดเด่นจะมีพื้นที่ถอดรองเท้าสไตล์ญี่ปุ่น มี Living Area ขนาดกว้าง สำหรับทาวน์โฮม จะมีครัวไทยและสวนหลังบ้านให้ทุกหลัง พร้อมทั้งมีนวัตกรรมแนวคิดบวกจากญี่ปุ่น เพิ่มความสะดวกสบายในการอยู่อาศัย
บรรยากาศร่มรื่นและสวยงามด้วยสายไฟฟ้าลงดิน โดยจะมีถนนหลักกว้าง สัญจรไปมาได้สะดวกมากๆ มีความร่มรื่นและได้ร่มเงาจากต้นไม้ใหญ่ ทั้งมีระบบความปลอดภัยอย่างดีเยี่ยม รูปแบบ Double Gate เหมาะที่จะเป็นที่อยู่อาศัยให้เราได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ และได้ความเป็นส่วนตัว
ทำเลใจกลางรามอินทรา เชื่อมต่อความสะดวกสบายทุกด้านในการใช้ชีวิต ที่ตั้งโครงการอยู่ใกล้ถนนใหญ่ รามอินทรา เข้าถึงทั้งเรื่องของการเดินทางที่คล่องตัว ใกล้ถนนกาญจนภิเษก วงแหวนรอบนอก และรถไฟฟ้สายสีชมพู ขณะเดียวกันก็อยู่บนพื้นที่รายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งใกล้ Fashion Island และ The Promenade หาซื้อข้าวของเครื่องใช้ และของกินได้ไม่ยาก
Company
บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) เป็นผู้พัฒนาโครงการ ไซมิส คิน รามอินทรา ที่มีประสบการณ์พัฒนาอสังริมทรัพย์มาหลากหลาย Product ตั้งแต่แนวสูงไปจนถึงแนวราบ รวมทั้งสิ้น 30 โครงการ โดยได้มุ่งหวังว่าอยากจะยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยให้ดียิ่งขึ้น พร้อมกับก้าวทันยุคสมัยใหม่ ด้วยการนำนวัตกรรมที่เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกสบาย เพื่ออยากมอบประสบการณ์อยู่อาศัยที่ดีให้กับผู้พักอาศัยทุกคน อีกทั้งยังมาพร้อมรางวัลการันตีความสำเร็จอยู่มากมาย อย่างล่าสุดได้รางวัล EDGE Champion เพื่อมุ่งการเป็นผู้นำพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบ Green Living และนี่เป็นอีกหนึ่ง Developer ที่น่าจับตามองมากในขณะนี้ค่ะ
Project Concept
ไซมิส คิน รามอินทรา เฟส 2 เป็นโครงการบ้านแฝดและทาวน์โฮม สร้างอยู่บนพื้นที่ขนาดประมาณ 3 ไร่ ภายในโครงการจะมีจำนวน 36 ยูนิต ซึ่งจะอยู่บนพื้นที่เดียวกันกับเฟส 1 โดยในครั้งนี้ทางโครงการได้ออกแบบบ้านซีรีส์ใหม่ ภายใต้ Concept Modern Japanese ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของการอยู่อาศัย จึงได้ใส่ใจเป็นพิเศษในเรื่องการออกแบบฟังก์ชัน ควบคู่กับงานดีไซน์รูปแบบบ้านให้มีความเป็นเอกลักษณ์สไตล์ญี่ปุ่น ทั้งมีการผสมผสานในแบบไทยให้เกิดความร่วมสมัย เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่
ทุกหลังในโครงการจะมีจุดเด่นในเรื่องงานดีไซน์ของตัวบ้าน ที่มีสไตล์ชัดเจน ให้ความรู้สึกที่ดูอบอุ่นสบายตาด้วยโทนสีขาว-น้ำตาลครีม ซึ่งเป็นโทนสีที่เข้ากันได้ดีกับบริบทของธรรมชาติภายในโครงการ พร้อมทั้งได้หยิบยกความเป็นเอกลักษณ์ของบ้านญี่ปุ่น อย่างระแนงไม้ มาปรับให้เข้ากับงานดีไซน์ของตัวบ้านได้อย่างลงตัวสวยงาม
ที่นี่จะมี 2 แบบบ้านให้เลือก ซึ่งมีตั้งแต่ทาวน์โฮม 3 ชั้น สร้างอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 23 ตร.ว. มีพื้นที่ใช้สอยเยอะ ซึ่งจะมีขนาด 205 - 206 ตร.ม. โดยจะแบ่งแต่ละฟังก์ชันให้เป็นสัดส่วน อยู่อาศัยได้อย่างสบาย ส่วนอีกหนึ่งรูปแบบจะเป็นบ้านแฝด 2 ชั้น อยู่บนที่ดินเริ่มต้น 35 ตร.ว. มีพื้นที่ใช้สอย 192-194 ตร.ม. ภายในบ้านจะมีพื้นที่ใช้สอยกว้างๆ มาพร้อมกับห้องนอนชั้นล่างที่ปรับเปลี่ยนเป็นห้องนอนผู้สูงวัยได้
ที่สำคัญทุกแบบบ้านจะมีการดีไซน์ฟังก์ชัน Genkan พื้นที่ถอดและเปลี่ยนรองเท้าก่อนเข้าบ้านในแบบญี่ปุ่น เพื่อให้บ้านดูสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย รวมถึงยังก่อสร้างด้วยระบบ ก่ออิฐฉาบปูนด้วยอิฐมวลเบา ช่วยให้ง่ายในเรื่องของการต่อเติมและไม่อมความร้อน หากเทียบกับผนังบ้านในรูปแบบอื่นๆ
แบบบ้าน TOWNHOME
บ้านตัวอย่างหลังแรกที่จะพาไปชมกัน จะเป็นรูปแบบทาวน์โฮม 3 ชั้น โดดเด่นด้วยการออกแบบ Facade ให้เป็นลักษณะคล้ายกับกล่องทรงสูง ให้ความรู้สึกที่เรียบง่ายไม่ซับซ้อน ในขณะเดียวกันก็ซ่อนรายละเอียดของลวดลายผนังในลักษณะคล้ายกับระแนงไม้สีน้ำตาลครีมตัดกับสีขาว เสริมให้บ้านดูไม่เรียบมินิมอลจนเกินไป แต่กลับได้ความ Cozy เข้ามาแทนที่ นั้นก็ทำให้บ้านดูน่าอยู่มากๆ ค่ะ
โดยหลังนี้จะสร้างอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 23 ตร.ว. มีพื้นที่ใช้สอย 206 ตร.ม. และ ภายในบ้านจะมีฟังก์ชัน 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ สำหรับทาวน์โฮมจะมีจุดเด่นในเรื่องของฟังก์ชันครัวแยกเป็นสัดส่วน ที่ทางโครงการต่อเติมให้เรียบร้อย มาพร้อมกับพื้นที่สวนหลังบ้าน ที่จะช่วยให้สมาชิกในครอบครัว ได้ฟีลผ่อนคลายกับบรรยากาศธรรมชาติอย่างใกล้ชิด และทุกห้องนอนจะมีห้องน้ำในตัว ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นจุดเด่นที่หาได้ยากจากทาวน์โฮมทั่วๆ ไป
พื้นที่แต่ละชั้นของทาวน์โฮม จะแบ่งให้มีฟังก์ชันอะไรได้บ้าง ไปดูกันค่ะ
ชั้น 1 : เริ่มต้นด้วยด้านหน้ามีพื้นที่จอดรถ รองรับการจอดได้ถึง 2 คัน เข้ามาในบ้านจากประตูทางเข้า จะเจอกับฟังก์ชัน Genkan พื้นที่ถอดรองเท้า ด้านข้างในบริเวณเดียวกันจะเป็นโซนของ Living Area ถัดเข้าไปเป็นพื้นที่กว้างๆ ให้สามารถทำเป็นมุมรับประทานอาหารเชื่อมต่อกับมุมนั่งทำงาน และ Pantry ใกล้ๆ จะมีห้องน้ำส่วนกลาง และโถงบันได้จะอยู่ในโซนนี้เช่นกัน ส่วนด้านหลังจะเป็นห้องครัวและพื้นที่สวน
ชั้น 2 : ในส่วนด้านหน้าจะมีพื้นที่ Living Area อีกจุดที่ให้ความเป็นส่วนตัวมากกว่าชั้นล่างและพื้นที่ตรงนี้มีขนาดกว้างให้ใช้สอยได้เยอะ สำหรับฝั่งด้านหลังเป็นตำแหน่งของ Master Bedroom ด้านในมีพื้นที่ให้รองรับมุม Walk-in Closet และมีห้องน้ำให้ใช้ได้แบบส่วนตัว
ชั้น 3 : จะมีพื้นที่แบ่งการใช้งานเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน ซึ่งชั้นนี้จะเป็นตำแหน่งของห้องนอนรอง โดยห้องที่ 2 จะอยู่ฝั่งด้านหน้า ส่วนห้องห้องนอนที่ 3 ฝั่งด้านหลัง ทุกห้องนอนมีห้องน้ำในตัว
ด้านหน้าบ้าน มีฟังก์ชันพื้นที่จอดรถ ซึ่งจอดสบายๆ ได้ถึง 2 คัน พื้นที่ตรงนี้จะเชื่อมกับประตูทางเข้า-ออกบ้าน ที่ได้ออกแบบให้เป็นประตูบานไม้ทึบ เจาะช่องแสงด้านข้าง เพื่อให้ผู้พักอาศัยได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ยังรับแสงธรรมชาติให้ผ่านเข้าไปในบ้านได้ด้วยเช่นกัน ส่วนตรงกลางจะเป็นช่องหน้าต่างบานใหญ่ เปิดมุมมองได้กว้าง และบริเวณพื้นที่จอดรถนี้ จะมีการติดตั้งจุดรองรับ EV Charger มาให้อีกด้วย
เปิดประตูบ้านเข้ามาสิ่งแรกที่จะเห็น ตรงบริเวณประตูจะมีฟังก์ชัน Genkan พื้นที่ถอดและเปลี่ยนรองเท้าก่อนเข้าบ้านในสไตล์ญี่ปุ่น เป็นฟังก์ชันที่ไม่ค่อยได้เห็นในบ้านอื่นๆ สักเท่าไหร่นัก ซึ่งข้อดีของการมีฟังก์ชันนี้ ช่วยให้บ้านดูมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย พร้อมทั้งดูแลความสะอาดได้ง่าย เพราะแยกสัดส่วนอย่างชันเจนกับพื้นบ้าน และตรงมุมนี้สามารถวางพวกชั้นวางรองเท้า ตะกร้าใส่ร่มให้ใช้งานได้ลงตัว
ด้านข้างติดกันกับประตูทางเข้า มีพื้นที่ทำเป็น Living Area ได้ เหมาะมากๆ ที่จะรองรับเป็นมุมรับแขก เพราะพื้นที่ส่วนนี้แยกออกมาจาก Common Area ที่อยู่ด้านใน ซึ่งเวลามีแขกมาเยี่ยมบ้าน สมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆ ที่อยู่บริเวณพื้นที่รับประทานอาหารด้านในก็จะได้มีความเป็นส่วนตัว อยากจะทำกิจกรรมต่างๆ สามารถทำได้เต็มที่ได้อย่างสบายใจ
โดยบริเวณนี้สามารถที่จะวางโซฟาขนาด 3-4 ที่นั่ง พร้อมกับติดตั้งชั้นวางและทีวีได้พอดี ในบรรยากาศโปร่งสบายด้วยช่องหน้าต่างจากฝั่งหน้าบ้าน
จากมุม Living Area เดินเข้าไปด้านในผ่านโถงทางเดิน ตรงนี้จะมีพื้นที่ให้ Built-in ชั้นวางของสะสม หรือจะทำเป็นชั้นหนังสือ ตู้เก็บของได้ทั้งหมด ส่วนพื้นทุกชั้นของบ้านหลังนี้จะปูด้วย SPC ลายไม้ นอกจากจะได้บรรยากาศที่โฮมมี่ พื้นชนิดนี้ยังมีความแข็งแรง ทนต่อความชื้นและกันปลวกได้อย่างดี
มาในส่วนของ Common Area ขนาดใหญ่ ที่แบ่งให้มีฟังก์ชันของพื้นที่รับประทานอาหารอยู่ใกล้กับโถงบันได โดยสามารถจัดวางโต๊ะยาวได้ 4-5 ที่นั่ง พร้อมกับมีพื้นที่เหลือเป็นทางเดินได้โดยรอบ ด้านข้างอีกฝั่ง จะทำเป็นมุม Pantry ให้ใช้งานร่วมกัน เหมือนกับบ้านตัวอย่างแบบนี้ก็เป็นไอเดียที่น่าสนใจ
ซึ่งมีพื้นที่ให้ Built-in เคาน์เตอร์และตู้ลอยใช้งานได้ครบ ด้านข้างยังเหลือช่องให้วางตู้เย็นได้อย่างลงตัว และบริเวณเดียวกันนี้จะมีห้องน้ำส่วนกลางที่เป็นแบบ Powder Room (มีเฉพาะโซนแห้ง) ให้ใช้งานได้สะดวกทั้งรองรับแขกและใช้ส่วนตัวค่ะ
ฟังก์ชันชั้นล่างยังไม่จบเพียงเท่านี้ ด้านหลังจะมีพื้นที่รองรับเป็นห้องครัวไทยได้ ที่ทางโครงการทำมาให้เรียบร้อยพร้อมใช้งาน แถมยังเป็นแบบปิดอีกด้วย ซึ่งจะกั้นด้วยประตูกระจกบานสไลด์ ช่วยให้ทำอาหารได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลว่ากลิ่นและควันจะไปรบกวนในโซนพักผ่อน
รวมถึงพื้นที่ด้านข้างเคาน์เตอร์ครัวยังแบ่งทำเป็นมุมนั่งเล่นอเนกประสงค์ได้อีก ใช้งานได้หลากหลาย พร้อมทั้งอยู่ใกล้หน้าต่างที่เปิดรับวิวสวนหลังบ้าน สร้างบรรยากาศผ่อนคลายได้มากทีเดียว
อีกหนึ่งจุดเด่นของทาวน์โฮมหลังนี้ นั้นก็คือ จะมีพื้นที่สวนให้มาด้วย ตำแหน่งจะอยู่ด้านหลังบ้าน ขนาดความกว้างประมาณ 3 ม. ซึ่งเป็นขนาดที่จัดสวนปลูกต้นไม้ได้กำลังดี ไม่เล็กไม่ใหญ่ ดูแลได้อย่างทั่วถึง
ขึ้นมาชั้น 2 สัมผัสได้ถึงบรรยากาศโปร่งโล่ง มีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง โดยทางบ้านตัวอย่างได้แบ่งพื้นที่ให้ฝั่งด้านหน้าเป็นมุมนั่งเล่นสำหรับครอบครัวในแบบส่วนตัวมากยิ่งขึ้น เพื่อให้สมาชิกในบ้านได้มาทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งบริเวณนี้มีพื้นที่เพียงพอที่สามารถวางชุดโต๊ะและเก้าอี้ขนาดใหญ่ไว้ตรงกลาง ส่วนด้านข้างยังวางโต๊ะและเก้าอี้เล็กๆ ได้อีกมุม และตรงโถงบันไดจะมีห้องเก็บของให้มาด้วยนะคะ
สำหรับชั้น 2 ฝั่งด้านหลังจะเป็นตำแหน่งของ Master Bedroom ด้านในจัดวางฟังก์ชันการใช้งานได้ครบ จะอยู่คนเดียวหรือสองคนก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัด เพราะด้วยขนาดที่กว้างกำลังดี และมีช่องหน้าต่าง 2 ทิศทาง ให้รับแสงธรรมชาติส่องเข้ามาได้อย่างทั่วถึง จนรู้สึกว่าอยู่ได้อย่างสบาย
โดยภายในห้องนี้ ตรงมุมพักผ่อนจัดวางเตียงนอนขนาด 5-6 ฟุต พร้อมกับวางโต๊ะหัวเตียงได้ลงตัว อีกทั้งผนังตรงปลายเตียงสามารถติดตั้งทีวี นอนดูหนังฟังเพลงใช้ชีวิตพักผ่อนในแบบตัวเองได้อย่างเต็มที่
อีกด้านที่อยู่ใกล้กับประตูทางเข้า มีพื้นที่เพียงพอสำหรับจะ Built-in ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญทั้งสองฝั่ง พร้อมกับแบ่งพื้นที่ให้กับโต๊ะเครื่องแป้ง ซึ่งเป็นมุมแต่งตัวที่ใช้งานเชื่อมต่อเนื่องกันได้อย่างสะดวก
ห้องน้ำส่วนตัวภายในห้อง มีฟังก์ชันให้ครบครัน ทั้งโซนแห้งและโซนเปียก พร้อมกับแยกพื้นที่ใช้งานเป็นสัดส่วน ดูแลความสะอาดได้ง่าย ด้านในติดตั้งสุขภัณฑ์ให้ครบชุดของแบรนด์ COTTO มีช่องหน้าต่างให้มาด้วย ซึ่งอยู่บริเวณโซนเปียก
โครงการได้ใส่ใจและอยากจะแก้ไขปัญหาของทาวน์โฮมในเรื่องของการมีแสงสว่างเข้ามาในบ้านไม่เพียงพอ ส่งผลให้อยู่อาศัยแล้วรู้สึกอึดอัด ด้วยการออกแบบให้มีช่องแสง Skylight บนฝ้าเพดาน ตรงโถงบันไดขึ้นมาชั้น 3 ทำให้บันไดและบริเวณโดยรอบมีความสว่าง ไม่มืดทึบ เติมเต็มความสุขในการใช้ชีวิตอยู่อาศัยได้มากๆ
ชั้น 3 จะเป็นโซนพักผ่อนของห้องนอนที่ 2 และ 3 โดยทั้งสองห้องนี้จะมีขนาดที่ใกล้เคียงกัน สำหรับห้องนอนที่ 2 ตำแหน่งจะอยู่ฝั่งด้านหน้า ภายในห้องจะออกแบบให้มีช่องหน้าต่างบานใหญ่ รับวิวฝั่งหน้าบ้าน พร้อมทั้งติดตั้งหน้าต่างบานสูงฝั่งด้านข้างบ้านให้ด้วย เปิดรับลม ระบายอากาศได้สะดวก ทำให้ห้องนี้ดูโปร่งโล่งเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก
มาพร้อมกับการจัดวางฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างเพียงพอกับการอยู่อาศัยคนเดียว มีมุมวางเตียงนอน และโต๊ะทำงานใช้งานได้แบบส่วนตัว ส่วนอีกฝั่งตรงบริเวณหน้าประตูห้องน้ำ จะมีพื้นที่เหลืออยู่ สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ได้เต็มผนัง
ห้องนี้ก็มีห้องน้ำส่วนตัวให้ใช้งานกันได้ ด้านในติดตั้งช่องหน้าต่างบานสูง ช่วยให้ห้องน้ำดูสว่างมากทีเดียว ช่วงเวลากลางวันแทบไม่ต้องเปิดไฟ เป็นการประหยัดค่าไฟไปได้ในตัว ทั้งยังติดตั้งสุขภัณฑ์ให้ครบตามมาตรฐาน โดยจัดวางเรียงในแนวเดียวกัน เพื่อให้เดินเข้าไปใช้งานได้ง่าย
ห้องนอนที่ 3 อยู่ฝั่งด้านหลัง ถ้าเทียบกับห้องอื่นๆ ห้องนี้ตกแต่งได้หวานมากๆ ด้วยโทนสีชมพู จินตนาการได้ว่าน่าจะเป็นห้องของลูกสาวตัวน้อย ด้านในรองรับฟังก์ชันได้ไม่ต่างจากห้องนอนที่ 2 โดยสามารถวางเตียงนอนขนาด 5 ฟุตได้สบาย พร้อมกับจัดวางโต๊ะเล็กๆ ทำเป็นมุมนั่งทำการบ้าน ระบายสี ใช้งานได้กำลังดี อีกทั้งพื้นที่ฝั่งหน้าห้องน้ำ Built-in ตู้เสื้อผ้าได้เช่นเดียวกัน และห้องนี้มีห้องน้ำให้ใช้งานได้สะดวก ด้านในก็มีฟังก์ชันทั้งโซนแห้งและโซนเปียกใช้งานได้ครบ
แบบบ้าน TWIN HOUSE
บ้านตัวอย่างหลังถัดมา มีดีไม่แพ้กัน เป็นรูปแบบบ้านแฝด สร้างอยู่บนที่ดินขนาดเริ่มต้น 35 ตร.ว. มีพื้นที่ใช้สอย 192-194 ตร.ม. หน้าตาของบ้านมีความน่ารักและ Friendly ทั้งยังออกแบบให้ได้กลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นได้ดีมากๆ ไม่ว่าจะเป็นหลังคาทรงจั่ว พร้อมกับดีไซน์คล้ายกับระแนงไม้ตรง Facade ชั้นบน ที่ลงตัวทั้งในแง่ความสวยงามและฟังก์ชันที่คอยบดบังคอมเพลสเซอร์แอร์ ให้บ้านดูเป็นระเบียบเรียบร้อย อีกทั้งยังมีระเบียงที่สามารถออกมาใช้งานได้
ซึ่งฟังก์ชันหลักๆ ภายในบ้านจะมี 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ทุกหลังจะมีพื้นที่สวนด้านข้าง ภายในบ้านจะโดดเด่นในเรื่องของพื้นที่ใช้สอยกว้าง มี Living Area ขนาดใหญ่ให้ใช้งาน มาพร้อมกับห้องนอนชั้นล่างที่ออกแบบสำหรับผู้สูงวัยอยู่อาศัยได้อย่างสะดวกสบาย
มาสำรวจแปลนของแบบบ้านแฝดกันนะคะ
ชั้น 1 : พื้นที่ด้านหน้าเป็นลานจอดรถ ที่สามารถจอดได้ถึง 2 คัน ภายในบ้านมีพื้นใช้สอยลักษณะเปิดโล่ง ทุกฟังก์ชันจะเชื่อมต่อเนื่องกัน ทำให้ด้านในดูกว้างขวาง จัดวางแต่ละฟังก์ชันได้ลงตัว โดยตรงประตูทางเข้าบ้านจะมีฟังก์ชัน Genkan ตรงข้ามเป็นส่วนของห้องน้ำส่วนกลาง ติดกันด้านข้างจะมีห้องนอนชั้นล่างพร้อมกับห้องน้ำในตัว อีกฝั่งจะเป็น Common Area โดยเริ่มต้นด้วยมุมนั่งเล่น เชื่อมเข้าด้านในจะเป็นพื้นที่ของมุมรับประทานอาหารและมุม Pantry ด้านหลังเป็นพื้นที่ลานซักล้าง
ชั้น 2 : จากโถงบันไดฝั่งด้านหน้าเป็นตำแหน่งของ Master Bedroom มาพร้อมกับห้องน้ำในตัว โถงกลางจะมีพื้นที่ของ Family Area จัดวางทำเป็นมุมนั่งเล่นเพิ่มได้อีกจุด ส่วนด้านหลังเป็นตำแหน่งของ 2 ห้องนอนรอง โดยจะใช้ห้องน้ำส่วนกลางร่วมกัน ซึ่งตั้งอยู่ตรงโถงกลางบริเวณเดียวกันกับพื้นที่ Family Area
พื้นที่จอดรถภายในบริเวณบ้าน รองรับให้จอดได้ 2 คัน บ้านหลังนี้จะมีทางเข้าบ้านแตกต่างจากทาวน์โฮม โดยออกแบบให้ประตูทางเข้า-ออกอยู่ฝั่งด้านข้าง พร้อมทั้งมีโถงทางเดินทำเป็นเฉลียงที่มีหลังคาปกคลุมหลบแดด หลบฝนได้ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มฟังก์ชัน สามารถนำชั้นวางรองเท้าที่ใช้บ่อยๆ มาตั้งบริเวณนี้ก็ลงตัวในการใช้งาน และเช่นเดียวกันกับแบบบ้านทุกหลังที่จะมีการติดตั้งจุดรองรับ EV Charger เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่สำหรับผู้พักอาศัยที่มีรถยนต์ไฟฟ้า
เมื่อเข้ามาด้านใน จะเจอกับฟังก์ชัน Genkan ที่ลดระดับพื้นเล็กน้อย ไว้ใช้สำหรับถอดและเปลี่ยนรองเท้าก่อนเดินเข้ามาในบ้าน ซึ่งพื้นที่ส่วนนี้จะอยู่ระหว่างกลางของห้องนอนชั้นล่าง และ Common Area ที่อยู่ด้านใน ส่วนงานพื้นของทุกชั้นจะปูด้วยวัสดุ SPC ลายไม้
ฝั่งตรงข้ามประตูทางเข้าบ้าน จะมีห้องน้ำส่วนกลาง ที่มีฟังก์ชันเฉพาะโซนแห้ง รูปแบบ Powder Room ตำแหน่งการจัดวางถือว่าลงตัวกับการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำที่ใช้รองรับแขกก็สะดวก เพราะว่าใกล้กับมุม Living Area หรือจะใช้งานส่วนตัวของสมาชิกในบ้านก็ดี เวลาเรากลับมาบ้านอยากจะล้างมือล้างหน้าก่อนไปพื้นที่อื่นๆ ก็ทำได้ในทันที
ห้องนอนชั้นล่าง ตำแหน่งจะอยู่ด้านหน้า ภายในห้องติดตั้งช่องหน้าต่างมา 2 จุด รับแสงธรรมชาติได้ทั้งสองฝั่ง ขนาดของห้องกำลังดีที่จะวางเตียงนอนขนาด 3.5-5 ฟุตได้ พร้อมกับวางตู้เสื้อผ้าใช้งานควบคู่กันได้ครบฟังก์ชัน สำหรับบ้านตัวอย่างได้จัดแต่งพื้นที่ใหม่ ให้ห้องนี้เป็นห้องทำงานส่วนตัวดูเป็นไอเดีย โดยจะ Built-in โต๊ะยาวขนาบไปกับผนังฝั่งนึง นั่งทำงานสองคนพร้อมกันได้สบาย พร้อมกับออกแบบให้เชื่อมกับมุมนั่งพักผ่อน เพื่อที่จะให้สามารถทำกิจกรรมได้หลากหลายมากขึ้น
ความพิเศษของห้องนี้ ทางโครงการได้ออกแบบมาเพื่อให้ผู้สูงวัยใช้ชีวิตได้สะดวกสบาย โดยจะให้พื้นห้องน้ำเรียบเสมอกันกับพื้นภายในห้อง เพื่อเดินได้ง่าย ลดการสะดุด อีกทั้งหากต้องนั่งรถวีลแชร์ ก็สามารถเข็นเข้าห้องน้ำได้ง่าย
รวมถึงห้องน้ำมีขนาดกว้างมาก พร้อมรองรับรถวีลแชร์ให้เข็นเข้าไปใช้งานต่างๆ ได้สะดวกมากเช่นกัน ด้านในติดตั้งสุขภัณฑ์ให้พร้อมใช้ของแบรนด์ COTTO ทั้งยังมีช่องหน้าต่างมาให้ อยู่ในพื้นที่โซนเปียก ซึ่งสามารถเปิดระบายอากาศ ลดความชื้นได้ดี
กลับออกมาจากห้องนอนชั้นล่าง ด้านในถัดเข้าไปจะเป็นพื้นที่กว้างๆ ลักษณะ Open Space ของ Common Area ความน่าสนใจของแปลนลักษณะนี้ ช่วยให้เราได้ปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้ในแบบที่ชอบ อีกทั้งไม่ยุ่งยากเลยในเรื่องของการโยกย้ายเฟอร์นิเจอร์
สำหรับโซนที่อยู่ใกล้กับประตูทางเข้า จะจัดวางโซฟาขนาดใหญ่เป็นมุม Living Area ผนังตรงข้ามมีพื้นที่ให้ติดตั้งทีวีและ Built-in ชั้นวางหรือตู้ยาวให้ใช้งานร่วมกันได้ โดยด้านในบ้านของชั้น 1 นี้มีความโปร่งโล่งดีทีเดียวด้วยช่องหน้าต่างหลายจุด ที่คอยเปิดรับแสงและลมธรรมชาติให้เข้ามาทั่วทุกพื้นที่ นอกจากนี้ทุกชั้นและทุกแบบบ้านจะมีความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานประมาณ 2.6 ม. เป็นระยะความสูงที่อยู่อาศัยได้สบายกำลังดี
ด้านในใกล้กับโซนหลังบ้าน พื้นที่ตรงนี้มีขนาดกว้างพอที่จะนำโต๊ะรับประทานอาหารสำหรับ 4-5 ที่นั่ง มาวางได้แบบหลวมๆ โดยเหลือให้พื้นที่รอบๆ เป็นทางเดินกว้างใช้ได้ ในส่วนของด้านข้างมีพื้นที่รองรับที่จะต่อเติมกั้นห้องเป็นสัดส่วนทำเป็นครัวไทยได้ หรือถ้าครอบครัวไหนชอบแบบสไตล์ครัวฝรั่ง เน้นทำอาหารที่ไม่ค่อยมีกลิ่นมากนัก สามารถ Built-in เคาน์เตอร์ครัว ติดตั้งเครื่องดูดควันเพิ่มเติมก็ใช้งานได้อย่างลงตัว
บริเวณหลังบ้าน หากเป็นบ้านมาตรฐานส่งมอบ จะเป็นพื้นที่ของลานซักล้าง โดยโครงการจะปูกระเบื้องให้เสร็จสรรพเรียบร้อย ส่วนบ้านตัวอย่างทางโครงการได้ให้ Reference ยกฟังก์ชันของครัวไทยและพื้นที่ซักรีดเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งก็สามารถใช้งานได้เพียงพอ อีกทั้งพอเรานำครัวไทยมาไว้หลังบ้าน ทำให้มีพื้นที่การใช้สอยได้กว้าง จะทำอาหารพร้อมกัน 2-3 คนก็ไม่ติดขัด
ขึ้นบันไดมาดูชั้น 2 กันบ้างนะคะ ที่ตั้งของโถงบันไดจะอยู่ตรงกลางบ้าน เดินขึ้น-ลงได้สบายและปลอดภัย ด้วยการติดตั้งราวจับให้ตลอดแนว สำหรับชั้นบนนี้ตรงโถงกลางจะเป็นพื้นที่ Family Area ซึ่งแต่ละครอบครัวสามารถออกแบบการใช้งานได้ตามไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นมุมนั่งดูหนัง มุมนั่งพักผ่อนแบบส่วนตัว มุมทำงานได้ทั้งหมด ส่วนช่องตรงกลางที่อยู่ระหว่าง Master Bedroom และห้องน้ำส่วนกลาง จะมีพื้นอเนกประสงค์เล็กๆ ที่จัดวางเป็นมุมหิ้งพระ หรืออื่นๆ เพิ่มเติมได้ค่ะ
ห้องน้ำส่วนกลาง อยู่ใกล้กับ 2 ห้องนอนรอง เพื่อให้สมาชิกที่อยู่สองห้องนอนนี้เดินเข้ามาใช้งานได้สะดวก ด้านในจัดเรียงสุขภัณฑ์ในแนวเดียวกัน เช่นเดียวกับห้องน้ำอื่นๆ ซึ่งส่วนของอ่างล้างหน้าและโถสุขภัณฑ์จะอยู่ใกล้ประตูทางเข้า และด้านในจะเป็นโซนอาบน้ำ ที่สามารถติดตั้งฉากกั้นเพิ่มได้ พร้อมทั้งมีช่องหน้าต่างบานสูงมาให้ 1 จุด ติดตั้งตรงเหนือโถสุขภัณฑ์
Master Bedroom ห้องนอนใหญ่ที่สุดของบ้าน ด้านในมีพื้นที่ใช้สอยค่อนข้างเยอะ ทั้งยังโปร่งสบายด้วยประตูกระจกบานสไลด์ขนาดใหญ่ ที่เปิดออกไปจะเชื่อมกับระเบียงส่วนตัวที่มองเห็นวิวบรรยากาศด้านนอกฝั่งด้านหน้าบ้าน
ภายในห้องสามารถแบ่งฟังก์ชันได้ทั้งมุมพักผ่อนที่วางเตียงนอนขนาด 5-6 ฟุตได้อย่างพอดี ทั้งยังเหลือพื้นที่ให้วางเฟอร์นิเจอร์ ไม่ว่าจะตั้งชั้นวางและทีวีตรงบริเวณฝั่งตรงข้ามเตียงนอนก็ยังได้ รวมทั้งวางตู้เล็กๆ ตรงหัวเตียงเพิ่มเติมได้อีก เพื่อให้ใช้งานในส่วนของการเก็บที่ชาร์จโทรศัพท์ ของใช้ส่วนตัวที่ต้องหยิบจับมาใช้บ่อยๆ
โซนใกล้ระเบียง มีพื้นที่ลงตัวที่จะทำเป็นมุมแต่งตัวให้ใช้งานเชื่อมต่อกับห้องน้ำภายในห้อง มุมนี้สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่และโต๊ะเครื่องแป้งดีไซน์เข้าคู่กัน ซึ่งหากอยากได้ความเป็นส่วนตัวสามารถติดตั้งม่านทึบ ม่านโปร่ง เพื่อให้ง่ายในการเลือกใช้งานให้ตรงตามความต้องการ
ห้องน้ำภายใน Master Bedroom มีขนาดกำลังดี มาพร้อมช่องหน้าต่างขนาดใหญ่ที่เปิดระบายถ่ายเทอากาศได้ทุกเมื่อ ฟังก์ชันมีให้ครบและแยกเป็นสัดส่วน โดยการก่ออิฐเพิ่มขึ้นมา 1 Step กั้นเอาไว้ สำหรับฉากกั้นติดตั้งเสริมเพิ่มเติมได้เช่นเดียวกัน
ห้องนอนที่ 2 อยู่ฝั่งหลังบ้าน บรรยากาศมีความผ่อนคลาย ด้วยแสงสว่างที่ส่องเข้ามาได้อย่างทั่วถึงผ่านช่องหน้าต่างทั้งสองฝั่ง โดยแปลนห้องจะเป็นลักษณะสี่เหลื่ยมจัตุรัส สามารถจัดวางฟังก์ชันต่างๆ แบ่งโซนใช้งานได้ชัดเจน การเดินสัญจรภายในห้องก็มีความสะดวก รวมถึงยังเป็นแปลนที่ปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้หลากหลายและยืดหยุ่น
ห้องนอนที่ 3 อยู่ด้านข้างห้องนอนที่ 2 ลักษณะของแปลนเป็นรูปแบบสี่เหลื่ยมจัตุรัสเช่นเดียวกัน ห้องนี้รองรับเตียงนอนขนาด 3.5-5 ฟุตได้ พร้อมกับมีมุมแต่งตัวที่วางตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้ง ไม่ว่าจะลองชุด หรือเสริมสวย ก็ทำได้สบายๆ ค่ะ
นอกเหนือจากการออกแบบฟังก์ชันภายในบ้านให้ลงตัวกับการอยู่อาศัย “คุณภาพชีวิต” ก็เป็นอีกสิ่งที่ทางโครงการได้คำนึงถึงและใส่ใจให้ความสำคัญไม่ต่างจากฟังก์ชันของบ้าน
บ้านทุกหลังจึงมาพร้อมกับ นวัตกรรมแนวคิดบวกจากญี่ปุ่น ที่จะเข้ามาเติมเต็มให้ทุกครอบครัวมีการเป็นอยู่ที่สะดวกสบายเพิ่มขึ้น รวมถึงยังมีระบบความปลอดภัยที่เข้มข้น เพื่อสร้างความอุ่นใจทุกครั้ง เมื่อใช้ชีชีวิตพักผ่อนภายในโครงการ ซึ่งหลักๆ แล้วจะมีให้ดังนี้
SMELL PROTECTION ระบบแยกท่ออากาศของท่อน้ำทิ้งทั่วไป ออกจากท่อน้ำทิ้งชักโครก ช่วยป้องกันกลิ่นไม่พึงประสงค์จากชักโครกย้อนกลับขึ้นมา ผ่านทางอ่างล้างหน้าและท่อระบายน้ำ
HEAT RESISTANCE กระจกคุณภาพสูงที่ช่วยสะท้อนความร้อน ป้องกันไม่ให้รังสีความร้อนผ่านจากภายนอกเข้าสู่ภายในบ้าน เพื่อลดอุณภูมิให้ภายในบ้านรู้สึกเย็นขึ้น อยู่สบาย
AIR VENTILATION ระบบหมุนเวียนอากาศภายในบ้านตลอด 24 ชม. พร้อมกรองอากาศ 3 ชั้น
SOUNDPROOF ป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกด้วย Door & Window Seal
HOME AUTOMATION ควบคุมอุปกรณ์และระบบความปลอดภัยผ่าน Application
SOLAR CELL พลังงานสะอาดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดค่าไฟฟ้าภายในบ้าน ติดตั้งให้กับทุกหลังเป็นมาตรฐาน
ไม่เพียงเท่านี้ ภายในบ้านยังได้ติดตั้งจุดรองรับ EV Charger ตรงบริเวณพื้นที่จอดรถ, โทรศัพท์ Intercom ไว้ติดต่อกับผู้ที่มาเยี่ยมบ้านตรงประตูรั้วหล็กรางเลื่อนใช้ Remote บริเวณปากซอยบ้าน หรือต้องการติดต่อ รปภ. โดยตรงในพื้นที่ Main Gate ก็สามารถทำได้ พร้อมทั้งยังมีระบบความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็น IP Camera, Door & Window Sensor, Smart Siren
Facility
พื้นที่ส่วนกลางของโครงการนี้ อันดับแรกที่อยากจะพูดถึงก็คือ เป็นโครงการที่มีต้นไม้ใหญ่โอบล้อมเยอะมาก เข้ามาจะได้ความรู้สึกที่เย็นสบาย ที่ได้ความร่มเงาจากกิ่งก้านสาขาของต้นไม้ใหญ่
โดยโครงการได้มีการออกแบบ Landscape ด้วยการให้ถนนเส้นหลักมีขนาดความกว้างถึง 19 ม. และดีไซน์ให้เป็นถนนรูปแบบ Boulevard ที่มีเกาะกลางถนน พร้อมปลูกต้นไม้เป็นซุ้มขนาดใหญ่ตลอดแนว อีกทั้งยังแบ่งให้เป็น 2 ช่องทางสัญจรของรถ เพื่อให้ได้รับความสะดวก ขณะเดียวกันด้านข้างถนนยังตีเส้น ให้สำหรับวิ่งออกกำลังกายภายในโครงการ ประกอบกับได้นำสายไฟฟ้าลงดินทั้งหมด ทำให้เราสามารถที่จะเดิน/วิ่งออกกำลังกาย หรืออยู่อาศัยภายใต้บรรยากาศร่มรื่นท่ามกลางธรรมชาติอย่างดีมากๆ
ยิ่งไปกว่านั้นโครงการจะมีระบบความปลอดภัยแบบ Double Gate Securities จุดแรกจะเป็นการเข้า-ออก ระบบ Key Card Access ตรง Main Gate จุดที่สองตรงบริเวณหน้าปากซอยบ้านภายในโครงการจะมีประตูรั้วเหล็กรางเลื่อนควบคุมด้วย Remote อีก 1 ชั้น ซึ่งถ้าใครมาหาต้องติดต่อเจ้าของบ้านก่อนถึงจะได้เข้าไป นอกจากจะมีความปลอดภัยที่ดีเยี่ยมแล้ว ยังได้ความเป็นส่วนตัวเพิ่มขึ้นอีกด้วยค่ะ ในส่วนอื่นๆ ก็จะมี CCTV และรปภ. ที่ดูแลความเรียบร้อยให้ 24 ชม.
ภายในโครงการจะมีสวนสาธารณะ ที่ให้เข้าไปเดินเล่นผ่อนคลาย หรือจะเข้าไปทำกิจกรรมต่างๆ อย่างออกกำลังกาย พาเด็กๆ ไปวิ่งเล่น หรือจะหามุมนั่งพักผ่อนอ่านหนังสือเพื่อรับลมเย็นๆ บริเวณใกล้บ้านโดยที่ไม่ต้องเดินออกไปไหนไกล และประโยชน์อีกทางหนึ่งของพื้นที่สีเขียวจะช่วยบรรเทาและเยียวยาจิตใจจากความเหนื่อยล้าจากการทำงานที่ต้องเจอความวุ่นวายทุกวัน ทั้งเป็นแหล่งพักพิงใจของคนเมืองได้ดีไม่น้อยเลยล่ะค่ะ
ค่าส่วนกลาง : 45 บาท/ตร.ว./เดือน
ค่ากองทุน : 400 บาท/ตร.ว.
Location
แผนที่โครงการ ไซมิส คิน รามอินทรา Siamese Kin Ramintra
ทำเลที่ตั้งโครงการอยู่ในซอยรามอินทรา 64 ติดถนนรัชดา-รามอินทรา และใกล้กับถนนใหญ่ รามอินทราเพียงไม่กี่เมตร ที่สามารถเชื่อมต่อความสะดวกสบาย ในเรื่องของการเดินทางที่ง่าย หลากหลายทางเลือก อีกทั้งพื้นที่โดยรอบเต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้า Community Mall ทั้งยังมีตลาดอยู่หลายแห่ง ไปจนถึงมีสถานศึกษาและโรงพยาบาลชั้นนำมากมาย เพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยได้อย่างครบถ้วน ซึ่ง “รามอินทรา” ถือว่าเป็นทำเลที่มีศักยภาพมากอีกแห่งของกรุงเทพมหานคร
การเข้า-ออกโครงการก็สามารถที่จะเดินทางเข้ามาจากถนนรามอินทราเชื่อมต่อมายังถนนรัชดา-รามอินทรา หรือจะมาทางถนนประเสริฐมนูกิจ ตัดเข้ามาบนถนนรัชดา-รามอินทรา และวนรถมาฝั่งขาเข้าเพื่อเข้าซอยรามอินทรา 64 ซึ่งมาได้ทั้งสองเส้นทาง และในอนาคตของย่านนี้จะมีการพัฒนาและเติบโตที่มากยิ่งขึ้น เนื่องด้วยการเปิดให้บริการของเส้นรถไฟฟ้าสายสีชมพู ที่ใกล้จะเปิดเร็วๆ นี้อีกด้วยค่ะ
จุดเด่นของทำเลในเรื่องของการเดินทาง คือ โครงการจะอยู่ใกล้กับถนนรามอินทรา ซึ่งเป็นถนนสายหลัก ที่เชื่อมถนนสายสำคัญในโซนละแวกใกล้เคียงนี้ได้หลายสาย ให้สามารถเดินทางไปไหนมาไหนมีความคล่องตัว
ซึ่งถนนรามอินทรา สามารถวิ่งยาวไปเชื่อมกับถนนพหลโยธินไปโซนจตุจักรและรังสิตได้ หากเป็นฝั่งตะวันออก ก็จะไปโซนมีนบุรี แถวนี้ก็จะมีตลาด ของกินขายเยอะ และไม่ไกลจากโครงการ อีกทั้งยังวิ่งไปถนนนวมินทร์ เชื่อมเข้าถนนประเสริฐมนูกิจ ที่จะไปยังโซนลาดพร้าวชุมชนคึกคัก ทั้งเป็นแหล่งย่านธุรกิจ ที่มีออฟฟิศอยู่มากมาย พร้อมทั้งยังเป็นย่านที่มีห้างและร้านอาหารดังๆ อย่างสุกี้จินดา ซ้งเปิดพะโล้ ให้ไปลองชิมได้อีกเพียบ
นอกจากนั้นโครงการยังอยู่ใกล้กับถนนกาญจนาภิเษก วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ซึ่งสามารถใช้เส้นทางนี้วิ่งรอบนอกเมืองกรุงเทพฯ ได้สะดวกสบาย หากขึ้นเหนือก็จะมุ่งหน้าไปรังสิต-บางปะอิน หากอยากวิ่งลงใต้อย่างบางนา-บางพลีไปได้ไม่ยาก ที่สำคัญโครงการอยู่ไม่ไกลจากทางพิเศษฉลองรัช วิ่งเข้าสู่ใจกลางเมืองไปโซน New CBD พระราม 9-รัชดาภิเษกได้อย่างง่ายดาย
และจากที่ตั้งโครงการจะอยู่ห่างจากสถานีวงแหวนรามอินทรา รถไฟฟ้าสายสีชมพู ประมาณ 1.3 กม. โดยสามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังเส้นรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่เป็นส่วนต่อขยายได้ที่สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ จึงสะดวกมากหากใครที่ต้องทำงานในเมืองแต่ไม่อยากขับรถ ก็สามารถที่จะนั่งยาวเข้าเมืองไปได้เลยค่ะ
โครงการจะรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทำให้คนที่อยู่อาศัยในโซนรามอินทรานี้สามารถใช้ชีวิตได้สบาย ไม่ว่าจะจับจ่ายใช้สอย เจ็บไข้ได้ป่วย มีสถานที่รองรับให้บริการไว้ทั้งหมด โดยรอบๆ โครงการในระยะใกล้ๆ จะมีห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ตั้งแต่ Fashion Island, The Promenade, Big C Supercenter สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ กลุ่มนี้จะอยู่ในโซนเดียวกันกับสถานีวงแหวนรามอินทรา ซึ่งห่างจากโครงการเพียง 1.3 กม. สามารถที่จะแวะไปซื้อของกินก่อนกลับบ้านกันได้
ถัดออกไปจะมี Amorini รามอินทรา, Makro รามอินทรา หรือถ้าไปแถวถนนประเสริฐมนูกิจ ตรงนั้นจะมี Community Mall ให้เราได้ไปเดินเล่นใช้เวลาพักผ่อนกับครอบครัวได้ ซึ่งมี The Walk เกษตร-นวมินทร์, Nawamin City Avenue รวมถึงมีห้างสรรพสินค้าไว้ซื้อของตกแต่งบ้าน อย่างบุญถาวรและ Index Living Mall
สำหรับด้านสุขภาพ ถ้ารู้สึกเจ็บป่วยไม่สบาย ก็อยากจะอยู่ในทำเลที่สามารถไปโรงพยาบาลได้ง่ายและสะดวก ซึ่งโครงการจะใกล้กับโรงพยาบาลนพรัตน์เพียง 1.9 กม. และยังใกล้กับโรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทราประมาณ 3.2 กม. ตลอดจนถึงมีสถานศึกษาที่สามารถส่งบุตรหลานไปเรียนใกล้บ้าน จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องไปรับ-ส่งให้ทันเวลาเข้าและเลิกเรียน ไม่จะเป็นโรงเรียนเตรียมอุดมน้อมเกล้า, Heathfield International School Bangkok, โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) 2 ถัดออกไปจะมีโรงเรียน เลิศหล้า เกษตร-นวมินทร์
Price