
บ้านหรูติดถนนใหญ่เลียบทางด่วนเอกมัย - รามอินทรา ‘Noble Curve’ บ้าน Urban Home 4 ชั้น สไตล์ Mid Century Modern ดีไซน์มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร หลังใหญ่ พื้นที่ใช้สอยจัดเต็ม ฟังก์ชันครบครัน ปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ รองรับทั้งการอยู่อาศัยและเป็นโฮมออฟฟิศ

บ้านหรูติดถนนใหญ่เลียบทางด่วนเอกมัย - รามอินทรา ‘Noble Curve’ บ้าน Urban Home 4 ชั้น สไตล์ Mid Century Modern ดีไซน์มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร หลังใหญ่ พื้นที่ใช้สอยจัดเต็ม ฟังก์ชันครบครัน ปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ รองรับทั้งการอยู่อาศัยและเป็นโฮมออฟฟิศ
วันนี้ Home Buyers มีข้อมูลและภาพบรรยากาศจริงของบ้าน ‘Noble Curve’ หนึ่งใน 3 โครงการใหญ่จาก โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ ที่มีอีก 2 โครงการคือ Noble Curate และ Noble Create บนทำเลติด เดอะ คริสตัล เอกมัย - รามอินทรา และ ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม มาเจาะลึกให้ใครที่กำลังสนใจบ้านหรู ดีไซน์เก๋ แบบมีรสนิยม พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ได้ติดตามบทความกันครับ

Urban Home ดีไซน์มีเอกลักษณ์ สถาปัตยกรรมรูปทรงเรขาคณิต สไตล์ Mid Century Modern โดดเด่นด้วยฟาซาดวงกลม เส้นโค้ง และสี่เหลี่ยม มีเอกลักษณ์สะท้อนรสนิยมไม่ซ้ำใคร
ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองยุคใหม่ หลังใหญ่ 3 - 4 ห้องนอน 4 - 5 ห้องน้ำ 3 - 6 ที่จอดรถ มาพร้อมลิฟต์โดยสารและคอร์ตยาร์ด ปรับฟังก์ชันเป็นได้ทั้งบ้านและโฮมออฟฟิศ
ส่วนกลางหรูใกล้ชิดธรรมชาติ คลับเฮาส์ 3 ชั้น สิ่งอำนวยความสะดวกครบ พร้อมถนน Main ร่มรื่น พื้นที่สีเขียวจัดเต็ม และนำสายไฟฟ้าลงดินทั่วทั้งพื้นที่ของโครงการ พร้อมระบบ Smart Home Automation และที่ชาร์จ EV ทุกหลัง
ทำเลจุดยุทธศาสตร์ใจกลาง เอกมัย - รามอินทรา ติดถนนใหญ่ ประดิษฐ์มนูธรรม และใกล้ศูนย์การค้า เดอะ คริสตัล เอกมัย - รามอินทรา เพียง 300 ม.

โครงการ Noble Curve พัฒนาขึ้นด้วยแนวคิดหลักคือ ‘Live - Work - Play’
สำหรับคอนเซปต์ Live - Work - Play โครงการขยายความไว้ว่า ‘ชีวิตมีสไตล์… ที่คุณออกแบบได้อย่างลงตัว’ ด้วยดีไซน์บ้านที่มีสไตล์โดดเด่น จากสถาปัตยกรรม Mid Century Modern ที่นำรูปทรงเรขาคณิตทั้ง วงกลม เส้นโค้ง และสี่เหลี่ยม มาใช้ออกแบบภายนอกบ้านได้อย่างน่าสนใจ ไม่ซ้ำใคร
ที่สำคัญคือเจ้าของบ้านสามารถออกแบบฟังก์ชันบ้านได้อย่างลงตัวตามความต้องการ ทั้งเป็นบ้านหรูสำหรับครอบครัวสูงสุด 4 ห้องนอน หรือปรับเป็นโฮมออฟฟิศขนาดกลาง และสตูดิโองานสร้างสรรค์ส่วนตัว ก็สามารถเลือกได้ตามใจ เพราะผนังที่กั้นห้องต่างๆ ก่อด้วยอิฐมวลเบาซึ่งง่ายในการต่อเติม
ส่วนทำเลที่ตั้งของโครงการนั้น อยู่ในย่านรวมบ้านหรู เลียบด่วนฯ เอกมัย - รามอินทรา ติดถนนใหญ่ประดิษฐ์มนูธรรมและ เดอะ คริสตัล เอกมัย - รามอินทรา ดังนั้นนอกจากมูลค่าบ้านที่มาจากดีไซน์ความหรูกับพื้นที่ใช้สอย ยังมีมูลค่าด้านที่ดินซึ่งมีศักยภาพในการสูงขึ้นอีกมากในอนาคต



Urban Home โครงการ Noble Curve มีแบบบ้านให้เลือก 4 แบบ สร้างบนแปลงที่ดินขนาดเริ่มต้น 19.9 - 37 ตร.ว. มีความสูง 3 - 4 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 175.5 - 454.5 ตร.ม. ฟังก์ชันตั้งแต่ 3 - 4 ห้องนอน 4 - 5 ห้องน้ำ 2 - 6 ที่จอดรถ โดยแบบใหญ่ที่สุดจะมาพร้อมกับลิฟต์โดยสารและคอร์ตยาร์ดกลางบ้านบนชั้น 3 เป็นโครงการที่รองรับได้ตั้งแต่ครอบครัวขนาดกลางจนถึงครอบครัวใหญ่ รวมทั้งยังปรับเป็นโฮมออฟฟิศได้อย่างลงตัวอีกด้วย

บ้านหลังแรกที่เรามีภาพบรรยากาศและข้อมูลมาฝากกัน เป็นบ้านหลังใหญ่ที่สุดของโครงการ Octa สร้างบนแปลงที่ดินขนาดเริ่มต้น 37 ตร.ว. ความสูง 4 ชั้น หน้ากว้าง 8 ม. พื้นที่ใช้สอย 454.5 ตร.ม. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 1 ห้องแม่บ้าน พร้อมลิฟต์บ้าน ใต้ชายคาชั้นล่างจอดรถได้สูงสุดถึง 6 คัน สังเกตได้ว่าหน้าบ้านไม่มีเสาและสายไฟฟ้าเกะกะ เพราะโครงการนำสายไฟฟ้าลงดินทั้งหมด ทำให้มีทัศนียภาพที่สวยงาม

ชั้น G จะเป็นพื้นที่ลานจอดรถที่รองรับได้ถึง 6 คัน ริมชานหน้าประตูบ้านจะเป็นตู้ซ่อนแทงค์น้ำและระบบไฟฟ้า ส่วนภายในบ้านจะเป็น Foyers และลิฟต์ส่วนตัว โดยชั้นนี้ฝ้าเพดานจะสูง 2.6 ม.
ชั้น 2 พื้นที่จะเปิดโล่ง เลือกใช้ฟังก์ชันเป็นได้ทั้ง Living Area + Dining Area หรือปรับเป็นโฮมออฟฟิศ โดยห้องครัวแบบปิดจะอยู่ฝั่งหน้าบ้าน เชื่อมต่อกับพื้นที่โต๊ะอาหาร ส่วนห้องน้ำจะอยู่ฝั่งหลังบ้าน เชื่อมกับมุม Living Area ซึ่งระยะพื้นถึงฝ้าของชั้น 2 จะสูงเป็นพิเศษ 3.7 ม.
ชั้น 3 กับชั้น 4 มีแบบแปลนพื้นฐานเดียวกัน คือมี Master Bedroom พร้อม Walk in Closet กับห้องน้ำส่วนตัว อยู่ฝั่งหน้าบ้าน ขณะที่ฝั่งหลังบ้านจะเป็นห้องนอนไซส์กลาง ซึ่งมีมุมตู้เสื้อผ้ากับห้องน้ำในตัวเช่นกัน โดยโถงชั้น 3 เมื่อขึ้นมาจากบันได จะมีพื้นที่คอร์ตยาร์ด เปิดโล่งขึ้นไปนอกตัวบ้าน โดยระยะพื้นถึงฝ้าของชั้น 2 จะสูงเป็นพิเศษ 2.7 ม.
สำหรับชั้น 3 - 4 สามารถเลือกปรับฟังก์ชันห้องด้านหน้าบ้านให้เป็น Living Area และครัวได้ ส่วนห้องฝั่งหลังบ้านนั้นก็ปรับเป็น Dining Area ได้ ซึ่งบ้านตัวอย่างได้ตกแต่งไว้เป็นไอเดียให้ด้วย

หน้าประตูบ้านมาตรฐานจะติดตั้งประตูรั้วมาให้ พร้อมกับคานโครงสร้างรองรับการต่อเติมหลังคา อีกทั้งยังมีระบบ Video Door Phone ติดตั้งไว้นอกรั้วบ้าน เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถพูดคุยแบบเห็นหน้ากับผู้มาติดต่อได้ผ่านหน้าจอภายในบ้าน และถ้าสังเกตที่มุมภาพฝั่งขวา จะเห็นว่ามีต้นลำซำลงกระถางตั้งอยู่ ทุกบ้านจะได้ต้นไม้พรรณนี้มาด้วยในวันรอบมอบบ้าน โดยสำหรับบริเวณลานจอดรถ บ้านทุกหลังในโครงการจะเดินระบบและมีจุดเชื่อมต่อ EV Charger ไว้รองรับผู้อยู่อาศัยที่ใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า เป็นอีกนวัตกรรมทันสมัยที่มาพร้อมบ้าน โนเบิล เคิร์ฟ

ชานหน้าประตูบ้านมีความกว้างขวาง ขนานไปกับผนังบ้าน เป็นตู้ที่โครงการทำไว้เพื่อซ่อนระบบ Service ไฟฟ้าและแทงค์น้ำไม่ให้รกสายตา โดยบริเวณลานจอดรถหน้าบ้านจะมี IP Camera ติดตั้งมาให้ด้วย เช่นกันกับ Digital Door Lock ที่ประตูไม้ทางเข้าบ้าน

นอกจาก Digital Door Lock ที่ประตูยังมี Magnetic Shock Sensor ติดตั้งมาเสริมความปลอดภัยภายในบ้าน โดยจะติดอยู่ตามบานประตูและหน้าต่างทั่วบริเวณบ้าน ส่วนที่อยู่ข้างประตูจะเป็นลิฟต์โดยสารที่รองรับน้ำหนักได้ 200 กก. ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งาน

จากประตูหน้าบ้าน มองเข้าไปจะเป็นบันไดขึ้นชั้น 2 โดยข้างทางขึ้นบันไดจะมีแผงมอนิเตอร์ของ Video Door Phone ติดตั้งอยู่ ส่วนใต้บันไดจะเป็นตู้เก็บรองเท้าที่โครงการทำประตูไว้ให้

เมื่อขึ้นมาบนชั้น 2 จะเจอกับห้องครัวแบบปิด อยู่ทางฝั่งหน้าบ้าน พื้นที่ครัวมีความกว้างขวาง รองรับเคาน์เตอร์ครัวแบบ U Shape ได้สบายๆ อีกทั้งยังมีความปลอดโปร่ง เพราะติดหน้าต่างบานใหญ่ฝั่งหน้าบ้าน และออกแบบให้มีช่องเปิดปิดเชื่อมต่อกับฝั่ง Dining Area

จากโถงบันไดกับห้องครัว จะมีประตูเปิดเข้ามาในพื้นที่ Living Area + Dining Area โดยภาพมุมนี้มองออกไปฝั่งหน้าบ้าน จะเห็นว่ามีช่องแสงขนาดใหญ่จากหน้าต่าง ช่วยให้พื้นที่ดูปลอดโปร่ง เข้ากับระยะพื้นถึงฝ้าสูงพิเศษ 3.7 ม. ซึ่งพื้นที่ส่วนนี้ จะจัดเป็นโต๊ะอาหารขนาดใหญ่ หรือพื้นที่ทำงานแบบโฮมออฟฟิศยุคใหม่ก็ได้ มาพร้อมระบบ Fresh Air หมุนเวียนอากาศให้มีความสะอาดสดชื่น

มองเข้าไปฝั่งหลังบ้าน บ้านตัวอย่างจัดเป็นโต๊ะทำงานตัวยาวไว้เพื่อแสดงถึงฟังก์ชันโฮมออฟฟิศ ซึ่งถ้าใช้เพื่อพักอาศัยก็สามารถจัดเป็น Living Area วางโซฟา โต๊ะกลาง และชั้นวางทีวีได้ โดยมุมหลังบ้านจะมีห้องน้ำของชั้น 2 อยู่

ห้องน้ำชั้น 2 ออกแบบให้แบ่งส่วนเปียกกับส่วนแห้งได้ มีการติดตั้งฉากกั้นอาบน้ำกระจก สุขภัณฑ์อัจฉริยะ และทำเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า ให้ตามแบบบ้านตัวอย่างเลย

ขึ้นมาบนชั้น 3 หากยึดตามแบบแปลน ชั้นนี้จะเป็น 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ โดยบ้านตัวอย่างออกแบบให้ใช้ฟังก์ชันเป็นห้องนั่งเล่น ห้องครัว และห้องทานอาหาร โดยตรงกลางบ้านมีคอร์ตยาร์ด ติดหน้าต่างขนาดใหญ่ล้อมไว้ 3 ทิศทาง ทำให้ภายในบ้านมีความปลอดโปร่งจากแสงธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ซึ่งโครงการจะปลูกต้นล่ำซำไว้ให้ตรงนี้อีก 1 ต้น (หลังนี้เป็นแปลงมุมจึงมีช่องเปิดออกไปภายนอก ถ้าเป็นหลังกลางจะชนกับผนังบ้านข้างๆ มีช่องแสงเฉพาะจากบนหลังคา)

ฝั่งหน้าบ้านที่ในแปลนวางไว้เป็นห้อง Master Bedroom ถูกจัดเป็นห้องนั่งเล่นพื้นที่กว้างขวาง รับโซฟาขนาดใหญ่ โดยหลังโซฟาจะเป็นผนังที่กั้นกับห้องครัว (ในบ้านมาตรฐานจะเป็นห้องแต่งตัวกับห้องน้ำขนาดใหญ่)

ครัวมีขนาดใหญ่ ปรับฟังก์ชันมาจากห้องน้ำที่มีอ่างอาบน้ำ รองรับเคาน์เตอร์ครัวได้กว้างขวาง โดยมีหน้าต่างขนาดใหญ่ถึง 2 บานเปิดออกไปฝั่งหน้าบ้าน

มองย้อนกลับเข้าไปด้านใน พื้นที่ของตู้ต่างๆ ในภาพ หากอิงจากแบบแปลนจะเป็น Walk in Closet โดยบ้านตัวอย่างแต่งเป็นตู้เก็บเครื่องครัวขนาดใหญ่ น่าจะเป็นไอเดียที่ถูกใจใครหลายๆ คน เพราะเก็บของได้เยอะมาก

เดินผ่านคอร์ตยาร์ดมาฝั่งหลังบ้าน บ้านตัวอย่างตกแต่งเป็นห้องทานอาหาร ซึ่งรองรับโต๊ะได้ขนาด 6 - 8 ที่นั่ง บรรยากาศมีความปลอดโปร่งและใกล้ชิดธรรมชาติ เพราะเชื่อมต่อทั้งกับพื้นที่สีเขียวคอร์ตยาร์ดและระเบียงหลังบ้าน

ด้วยความที่ในแปลนบ้านออกแบบห้องก่อนหน้านี้ให้เป็นห้องนอนขนาดกลางฝั่งหลังบ้าน ห้องนี้จึงมีห้องน้ำในตัว แบบแปลน วัสดุ และสุขภัณฑ์ที่ให้ มาแบบครบครันซึ่งเป็นแบบเดียวกับห้องน้ำที่ชั้น 2

บนชั้น 4 ห้องฝั่งหน้าบ้านจะเป็น Master Bedroom พื้นที่กว้างขวาง ด้านหน้าจะติดกับระเบียงกว้าง กลางห้องรองรับเตียง 6 ฟุตแบบมีพื้นที่รอบๆ เหลือเฟือ ปลายเตียงสามารถวางโซฟาไว้นั่งดูทีวีได้

จากฝั่งระเบียง มองย้อนเข้าไปในห้อง จะเห็นว่าผนังฝั่งด้านในมีหน้าต่าง เปิดออกไปพื้นที่โล่งกลางบ้าน ซึ่งคือส่วนที่เชื่อมต่อขึ้นมาจากคอร์ตยาร์ดนั่นเอง ส่วนอีกฝั่งข้างประตูห้องจะเป็นทางเดินไปที่ Walk in Closet และห้องน้ำ

ห้องน้ำจะอยู่ติดหน้าต่างบานใหญ่ฝั่งหน้าบ้าน มาพร้อมอ่างอาบน้ำ Shower Box โถสุขภัณฑ์ และอ่างล้างหน้า 2 หลุม แบบที่ติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นมาด้วย (สำหรับชั้น 3 ในบ้านมาตรฐานก็จะได้ห้องน้ำรูปแบบนี้เช่นกัน แต่บ้านตัวอย่างแต่งเป็นห้องครัว)

เดินผ่านโถงกลางมาฝั่งหลังบ้าน จะเป็นห้องนอนขนาดกลางที่มีหน้าต่างเชื่อมต่อทั้งฝั่งคอร์ตยาร์ดและระเบียงหลังบ้าน แปลนเดียวกับห้องทานอาหารที่ชั้น 3 และจะมีการกั้นเป็น Walk in Closet ไว้

Walk in Closet เป็นตู้เสื้อผ้า 2 บานหันหน้าเข้าหากัน โดยมีประตูห้องน้ำอยู่ตรงกลาง (ประตูห้องน้ำติดกระจกแบบเดียวกับประตูตู้)

ห้องน้ำมาพร้อม Shower Box แบ่งส่วนเปียกกับส่วนแห้งอย่างลงตัว สังเกตได้ว่าห้องน้ำทุกห้องในบ้านหลังนี้นั้นมีหน้าต่างขนาดใหญ่ เพื่อช่วยป้องกันปัญหาอับชื้นและสร้างบรรยากาศปลอดโปร่ง

บ้านแบบต่อไปที่เรามีภาพบรรยากาศมาให้ชมกันคือบ้านแบบ Helix พื้นที่ใช้สอย 370.5 ตร.ม. มีที่ดินขนาดเริ่มต้น 30 ตร.ว. สูง 4 ชั้น หน้ากว้าง 6.5 ม. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องแม่บ้าน 4 ที่จอดรถ โครงการนำสายไฟฟ้าลงดิน ทัศนียภาพของแต่ละซอยจึงโล่ง สบายตา สวยงาม

ชั้น G มีระยะพื้นถึงฝ้า 2.45 ม. สามารถจอดรถหน้าบ้านได้ 4 คัน มาพร้อมตู้เก็บแทงค์น้ำและงานระบบไฟฟ้า ภายในบ้านเป็นโถง Foyer และพื้นที่รองรับสำหรับติดตั้งลิฟต์บ้าน
ชั้น 2 แบ่งเป็น 2 Step ฝั่งด้านล่างเป็นห้องนั่งเล่น ฝ้าเพดานสูง 3.7 ม. รองรับฟังก์ชันโฮมออฟฟิศ ส่วนฝั่งชั้นบนจะเป็นห้องทานอาหารกับครัว ฝ้าเพดานจะลดระดับลงมาเป็น 2.7 ม.
ชั้น 3 - 4 มีแปลนบ้านลักษณะเดียวกัน ฝั่งหน้าบ้านเป็นห้อง Master Bedroom ที่มีมุมพักผ่อน ห้องแต่งตัว และห้องน้ำขนาดใหญ่ ส่วนฝั่งหลังบ้านเป็นห้องนอนขนาดกลาง มาพร้อมห้องแต่งตัวและห้องน้ำในตัวเช่นกัน ระยะพื้นถึงฝ้าสูง 2.7 ม.

บ้านมาตรฐานจะมาพร้อมประตูรั้วไฟฟ้า มีคานโครงสร้างรองรับการติดหลังคาเพิ่ม และมี Video Door Phone กับต้นล่ำซำปลูกมาให้เช่นกันกับบ้านหลังที่แล้ว

ผนังข้างลานจอดรถทำเป็นตู้เก็บแทงค์น้ำและระบบไฟเพื่อความเรียบร้อย ส่วนผนังข้างประตูหน้าบ้าน ก่อเป็นอิฐบล็อคแก้วเพื่อดึงแสงธรรมชาติเข้าไปในบ้าน โดยที่ยังคงความเป็นส่วนตัว ขณะที่ประตูบ้านก็มี Digital Door Lock และ Magnetic Shock Sensor ติดตั้งมาเสริมความปลิดภัยให้อย่างครบครัน

เมื่อเข้ามาในบ้านจะเจอกับโถง Foyer ต้อนรับ ถ้าอยู่เป็นบ้านอาจทำเป็นโซนถอดเก็บรองเท้า หรือถ้าใช้เป็นโฮมออฟฟิศก็อาจเป็นโซนพนักงานต้อนรับได้ โดยตรงกลางผนังในภาพจะเป็นจอมอนิเตอร์ของ Video Door Phone ส่วนประตูทางซ้ายจะเปิดออกไปหลังบ้าน เชื่อมต่อกับโซนซักล้างและห้องพักแม่บ้าน

ติดกับผนังหน้าบ้านที่เป็นบล็อคแก้ว เป็นพื้นที่รองรับการติดตั้งลิฟต์โดยสาร ทางโครงการเตรียมพื้นให้สามารถเจาะทะลุไว้ให้สำหรับเจ้าของบ้านที่ต้องการใช้งานลิฟต์

เมื่อขึ้นมาถึงชั้น 2 จะแบ่งออกเป็น 2 Step ฝั่งด้านล่างจะเป็นห้องนั่งเล่น ส่วนฝั่งชั้นบนจะเป็นห้องทานอาหารกับห้องครัว

ห้องนั่งเล่นมีความกว้างขวางและปลอดโปร่ง ติดกับระเบียงกว้างหน้าบ้าน รองรับการจัดโซฟาได้ขนาดใหญ่ แบ่งพื้นที่พักผ่อนได้หลายส่วน เหมาะกับการปรับเป็นโฮมออฟฟิศ

บรรยากาศห้องมีความปลอดโปร่ง ด้วยฝ้าเพดานที่สูง 3.7 ม. และประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ฝั่งติดระเบียง ที่สำคัญยังมีระบบ Fresh Air ช่วยให้อากาศมีความหมุนเวียนถ่ายเทดี

ขึ้นมาที่ส่วนบนของชั้น 2 จะเจอกับพื้นที่รองรับตู้เก็บของขนาดใหญ่และจุดติดตั้งลิฟต์โดยสาร ก่อนจะถัดเข้าไปเป็นห้องทานอาหารและครัว

พื้นที่ทานอาหารจะอยู่ติดกับระเบียงหลังบ้านและหน้าต่างข้างบ้าน บรรยากาศจึงดูโปร่ง เหมาะกับเป็นมุมผ่อนคลาย พื้นที่รองรับโต๊ะ 6 - 8 ที่นั่ง บ้านตัวอย่างบิลต์อินโซฟาติดผนังให้ดูเป็นแนวทาง

ติดกับห้องทานอาหารจะเชื่อมต่อกับครัวปิดแบบประตูบานเลื่อน พื้นที่ครัวกว้างกำลังพอดี รองรับเคาน์เตอร์ครัวแบบ U Shape ใช้ทำอาหารได้อย่างเต็มที่ มีหน้าต่างบานใหญ่เปิดรับความโปร่งและถ่ายเทอากาศได้ดี

ข้างห้องครัวจะมีห้องน้ำแบบ Powder Room (ไม่มีที่อาบน้ำ) มาพร้อมอ่างหล้างมือและโถสุขภัณฑ์อัจฉริยะ

ขึ้นมาบนชั้น 3 ห้องแรกทางฝั่งหน้าบ้านคือ Master Bedroom พื้นที่กว้างขวาง รองรับเตียง 6 ฟุตได้สบาย

ลึกเข้าไปฝั่งในบ้าน ข้างๆ ประตูมีพื้นที่อเนกประสงค์ให้จัดฟังก์ชันห้องเพิ่มเติมได้ บ้านตัวอย่างจัดเป็นโต๊ะทำงานกับโซฟาตัวเล็กเอาไว้

อีกฝั่งข้างๆ ประตูห้องจะเป็นพื้นที่ Walk in Closet รองรับตู้เสื้อผ้าแบบ L Shape ขนาดใหญ่ มีประตูเชื่อมต่อไปที่ห้องน้ำ

ห้องน้ำของ Master Bedroom มีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง มาพร้อมกับอ่างอาบน้ำ โถสุขภัณฑ์ อ่างล้างมือแบบระบบน้ำอุ่น รวมถึง Shower Box ซึ่งอยู่ติดกับอ่างอาบน้ำ

ห้องนอนขนาดกลางฝั่งหลังบ้าน สามารถปรับฟังก์ชันเป็นห้องทำงานหรือห้องงานอดิเรกส่วนตัวได้ตามแบบบ้านตัวอย่าง โดยห้องนี้จะมีประตูกระจกบานเลื่อนไซส์ใหญ่ เชื่อมต่อกับระเบียงหลังบ้าน

ห้องนอนนี้มีพื้นที่สำหรับ Walk in Closet ซึ่ง Built-in ได้แบบ U Shape เลยทีเดียว สำหรับที่บ้านตัวอย่างได้ตกแต่งเป็นตู้โชว์ของสะสม และหากสังเกตให้ดี กระจกฝั่งซ้ายสุดของภาพนั้นคือประตูของห้องน้ำ

ห้องน้ำของห้องนอนรองบนชั้น 3 มาพร้อมกับชุดสุขภัณฑ์ครบครัน และติดตั้ง Shower Box มาให้

ขึ้นมาบนชั้น 4 นี่คือบริเวณโถงบันได ซึ่งมีมุมรองรับการติดตั้งลิฟต์อยู่ตรงกลาง ส่วนหน้าต่างที่เห็นทางฝั่งซ้ายของภาพนั้นเชื่อมต่อกับพื้นที่ส่วนอเนกประสงค์ของห้อง Master Bedroom

บ้านหลังนี้มี Master Bedroom 2 ห้อง เพราะออกแบบไว้ให้รองรับครอบครัวขนาดใหญ่ โดยแปลนของห้องจะเหมือนกับ Master Bedroom ของชั้น 3 รองรับเตียงขนาด 6 ฟุตได้สบาย

มุมข้างประตูห้องเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ให้จัดเป็นมุมทำงานหรือนั่งเล่นพักผ่อนได้

ข้างประตูอีกฝั่งเป็น Walk in Closet และทางเดินเข้าห้องน้ำ

ห้องน้ำใน Master Bedroom ชั้น 4 เหมือนกับใน Master Bedroom ชั้น 3 สุขภัณฑ์ครบทุกประการ

มาที่ห้องฝั่งหลังบ้าน คราวนี้เราได้เห็นการจัดฟังก์ชันห้องเป็นห้องนอน ซึ่งรองรับเตียงได้ถึง 6 ฟุต โดยยังมีพื้นที่ให้ตั้งโต๊ะทำงานข้างๆ เตียงได้ มีความปลอดโปร่งเพราะอยู่ติดประตูกระจกบานเลื่อนเชื่อมต่อกับระเบียง

ฝั่งปลายเตียงเป็นผนังที่มีช่องทางเดินเข้าไปใน Walk in Closet กับห้องน้ำ โดยพื้นที่ระหว่างประตูห้องกับทางเข้า Walk in Closet ยังมีมุมให้วางตู้ไซด์บอร์ดได้ด้วย

พื้นที่ Walk in Closet รองรับตู้เสื้อผ้าติดผนังได้ 3 ฝั่ง สามารถเก็บเสื้อผ้าได้จุใจแม้จะเป็นห้องนอนขนาดกลางของบ้าน โซนนี้จะเชื่อมต่อกับห้องน้ำ

ห้องน้ำมาพร้อมอ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์ และ Shower Box แบ่งส่วนเปียกไว้ให้เรียบร้อย

โครงการ Noble Curve มาพร้อม พื้นที่ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันทั้งใน indoor และ outdoor ตั้งแต่ถนนหน้าโครงการ มาจนถึงพื้นที่สีเขียวล้อมรอบอาคารคลับเฮาส์ ที่สูง 3 ชั้น ซึ่งมี Facility ที่ตอบสนองการใช้งานได้จริง เหมาะกับทุกคนในครอบครัว รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนา ตั้งแต่กล้องวงจรปิด CCTV 24 ชั่วโมง ควบคุมการเข้า-ออก ด้วยระบบ Access Control และพนักงานรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง โดยมีค่าส่วนกลางอยู่ที่ 110 บาท / ตร.ว. / เดือน

ทำเลที่ตั้ง จาก ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม (เลียบทางด่วนเอกมัย - รามอินทรา) จะมีป้ายชื่อ 3 โครงการของ Noble ในพื้นที่เดียวกันอย่าง Noble Curate, Noble Curve และ Noble Create และมีถนนส่วนบุคคลเข้าไปในโครงการ

ตลอด 2 ข้างทางปลูกต้นไม้ไว้อย่างร่มรื่น และมีซุ้ม รปภ.ตั้งอยู่เป็นระยะ


ประตูทางเข้าโครงการ Noble Curve (Gate House) ดีไซน์เรียบเท่ กลิ่นอายสไตล์ Mid Century Modern คุมโทนเดียวกับบ้านในโครงการ มาพร้อมซุ้ม รปภ.ดูแลความเรียบร้อยตลอด 24 ชม. มาพร้อมกล้อง CCTV และควบคุมการเข้าออกของลูกบ้านด้วยระบบ License Plate อ่านป้ายทะเบียนแล้วเปิดราวกั้นให้อัตโนมัติ ส่วนผู้มาติดต่อจะได้ QR Code ให้ลูกบ้าน Stamp ก่อนออก

จากซุ้มทางเข้าจะเป็นถนนส่วนกลาง Bliss Boulevard ที่ปลูกต้นไม้ไว้ร่มรื่นตลอด 2 ข้างทาง

สวนส่วนกลางและอาคารคลับเฮาส์จะอยู่ด้านในสุดของโครงการ เมื่อมาถึงจะเจอกับพื้นที่สวนร่มรื่น

หน้าสวนจะมีมุมพักผ่อน Semi Outdoor ให้ลูกบ้านได้ออกมานั่งเล่นกันได้ในช่วงแดดร่ม

โครงการคุมโทนการตกแต่งแม้แต่เครื่องเล่นเด็ก กับสไลเดอร์ปูนพื้นผิว Terrazzo สีเทาเข้ม ดูกลมกลืนไปกับพื้นที่สีเขียวได้ดี

หน้าอาคารคลับเฮาส์จะเป็นสระว่ายน้ำ L Shape ขนาดใหญ่ (Flow Pool) เป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือ โซนผู้ใหญ่ยาวแบบ Half Olympic ว่ายน้ำออกกำลังกายได้จริงจัง

ฝั่งสระเด็กก็มีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง มาพร้อมกับไม้ลื่นดีไซน์มินิมอลคุมโทนเข้ากับคลับเฮาส์

ติดกับสระว่ายน้ำคือคลับเฮาส์ ‘The Arch Clubhouse’ ที่ได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรม Mid Century สูง 3 ชั้น มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน

ชั้น G จะอยู่ต่ำกว่าระดับสระว่ายน้ำ มีห้องน้ำแยกชายหญิง พร้อมตู้ล็อกเกอร์และห้องอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า

ภายในห้องน้ำจะมี Steam Room ให้ได้ใช้ผ่อนคลายหลังการออกกำลังกาย

ชั้น G ยังมีห้องเด็กเล่น ‘Kids Arcadia’ ให้สมาชิกหมู่บ้านรุ่นเล็กได้มาสนุกกับของเล่นเสริมทักษะ

ชั้น 2 ของคลับเฮาส์จะเป็น Curve Society Club พื้นที่พักผ่อนหรือนัดพบปะแบบอเนกประสงค์ มีเคาน์เตอร์ครัวพร้อมใช้งาน ลูกบ้านสามารถจองห้องเพื่อทำอาหารจัดปาร์ตี้ส่วนตัวเล็กๆ ได้ โดยที่ชั้นนี้ยังมีห้องน้ำและห้องสำนักงานนิติบุคคลอยู่ด้วย

ชั้น 3 เป็นห้องฟิตเนสขนาดใหญ่ ‘Curve Gym’ เปิดรับวิวสระว่ายน้ำและสวน พื้นที่กว้างขวาง มีอุปกรณ์ออกกำลังและเครื่องเล่นที่ครบครัน

ชั้น 3 ยังมีห้องออกกำลังกายอเนกประสงค์ ‘Flow Chamber’ ที่สามารถมาใช้เล่นโยคะ แอโรบิค หรือเต้นออกกำลังแบบต่างๆ ได้ตามต้องการ

Noble Curve อยู่ติดถนนประดิษฐ์มนูญธรรม อยู่ติดเดอะ คริสตัล เอกมัย - รามอินทรา เพียง 300 เมตร ถือเป็นทำเลไข่แดงใจกลางย่านเลียบทางด่วน อีกหนึ่งทำเลของกรุงเทพฯ ที่เป็นศูนย์รวมแหล่งงานแบบโฮมออฟฟิศและที่พักอาศัยบ้านเดี่ยวจำนวนมาก ในอนาคตมีศักยภาพสูงที่จะพัฒนาเป็นอีก CBD ของเมืองหลวง เพราะจะมีโครงการรถไฟฟ้าสายสีเทา วัชรพล - ทองหล่อ วิ่งผ่าน และเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าในบริเวณใกล้เคียงอีกถึง 3 สายเลยทีเดียว

โครงการมีทางเข้าออกอยู่ติด ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม (เลียบทางด่วนเอกมัย - รามอินทรา) ใกล้กับจุดขึ้นลงทางด่วนฉลองรัช เดินทางเข้าเมืองในย่าน พระราม 9, ทองหล่อ, เอกมัย ได้สะดวกสบาย เช่นกันกับการออกไปโซนพักอาศัยย่าน รามอินทรา, วัชรพล, สายไหม การเดินทางของพนักงานจึงมีตัวเลือกที่ง่าย ยังไม่รวมถึงโครงการรถไฟฟ้าในอนาคต ซึ่งมีสายสีเทา สถานีโยธินพัฒนา มาลงที่หน้าโครงการ จึงสามารถเชื่อมต่อได้ทั้งกับสายสีชมพู แคราย - มีนบุรี, สายสีน้ำตาล แคราย - ลำสาลี และสายสีเหลือง ลาดพร้าว - สำโรง

สำหรับไลฟ์สไตล์คนเมือง อยู่โครงการนี้ก็เหมือนได้อยู่ท่ามกลางห้างดังในย่านเลียบด่วนฯ เพราะมี เดอะ คริสตัล เอกมัย - รามอินทรา อยู่ห่างไปแค่ 300 ม. นอกจากนั้นยังมี เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์, ชิค รีพับลิค, คริสคัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (CDC), เดอะ วอร์ค เกษตร - นวมินทร์, โลตัส รามอินทรา - อาจณรงค์ และ แม็คโคร ฟู๊ด เซอร์วิส ประดิษฐ์มนูธรรม เป็นตัวเลือกที่หลากหลายในการ Hangout หรือเดินช็อปปิ้งหลังเลิกงาน

นอกจากความสะดวกสบายในการจับจ่ายใช้สอย รอบโครงการก็ยังมีสถานที่สำคัญอย่างโรงพยาบาลและสถานศึกษาหลายแห่ง พร้อมรองรับความต้องการของครอบครัว เช่น รพ.เปาโล โชคชัย 4, รพ.พญาไท นวมินทร์, รพ.ลาดพร้าว, รร.สตรีวิทยา 2, รร.บดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนีย์) 2, รร.นานาชาติ นีวา อเมริกัน รวมถึงโรงเรียนอินเตอร์อีกหลายแห่ง เป็นตัวเลือกในการส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กๆ ในครอบครัว

Urban Home 3 - 4 ชั้น โครงการ Noble Curve เอกมัย - รามอินทรา มีราคาเริ่มที่ 16 ล้านบาท*
พิเศษ! รับส่วนลดสูงสุด 2,000,000 บาท*
ชมบ้านตัวอย่าง 4 แบบ 4 สไตล์ พร้อมรับข้อเสนอวันนี้ที่สำนักงานขาย
คลิก https://nobleurl.com/3XfNCxm
(สอบถามโครงการอีกครั้ง) โดยสามารถแยกราคาตามแบบบ้านได้ดังนี้
OCTA พื้นที่ใช้สอย 454.5 ตร.ม.
HELIX พื้นที่ใช้สอย 370.5 ตร.ม.
SPHERE พื้นที่ใช้สอย 239 ตร.ม.
ARCH พื้นที่ใช้สอย 175.5 ตร.ม.
*ราคา ณ เดือนมกราคม 2565
แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
-
เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย