
ขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์บ้านหรือคอนโด ถือเป็นอีกหนึ่งในขั้นตอนสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการเลือกโครงการที่เราชอบ เหมาะสมกับเรา หรือขั้นตอนยื่นกู้ จองและทำสัญญาเลย เพราะขั้นตอนนี้มีหลายเรื่องต้องดูนีบตั้งแต่ดูเอกสารต่าง ๆ ดูค่าใช้จ่าย ตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ของผู้ขายก่อนซื้อ รวมถึงการตรวจเช็คบ้านด้วย อีกอย่างขั้นตอนนี้ยังเป็นขั้นตอนสุดท้ายกรณีที่เราซื้อบ้านจากโครงการจัดสรร จึงต้องรอบคอบทุกเรื่อง แล้วจะมี ขั้นตอนโอนกรรมสิทธิ์บ้าน-คอนโด อะไรบ้างตาม Home Buyer มาดูกันเลย!
ขั้นตอนที่ 1 เตรียมค่าใช้จ่าย หรือเตรียมชำระเงินส่วนที่เหลือ
ก่อนโอนกรรมสิทธิ์บ้าน-คอนโด แน่นอนว่าต้องมีการชำระเงินส่วนที่เหลือซะก่อน ซึ่งเราสามารถเลือกได้ 2 วิธีได้แก่ โอนสด คือเรามีเงินสดเพียงพอสามารถชำระทั้งหมดได้เลย เพียงแจ้งกับเจ้าหน้าที่ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะจัดเตรียมเอกสารพร้อมแคชเชียร์เช็คชำระ ทำเสร็จก็เข้าสู่ขั้นตอนต่อไปได้ หรือจะเลือกยื่นขอสินเชื่อแทนก็ได้ (อ่านรายละเอียด ขั้นตอนการกู้ซื้อบ้าน) ในกรณีที่ไม่มีเงินสดเพียงพอ โดยเราสามารถยื่นสินเชื่อผ่านโครงการ ตามที่โครงการแจ้งว่าต้องการเอกสารอะไรบ้าง เราก็จัดตามนั้น จากนั้นโครงการก็จะนำไปยื่นกับเจ้าหน้าที่ธนาคารที่สำนักงานขายโครงการ รอผลอนุมัติประมาณ 7 -10 วันทำการ
ขั้นตอนที่ 2 ต้องตรวจบ้านให้เรียบร้อยก่อนรับ
ก่อนเสร็จสิ้นการโอน ต้องทำการตรวจความเรียบร้อยจุดนั้นจุดนี้ในบ้านหรือคอนโดก่อน โดยโครงการจะทำการติดต่อไปยังผู้ซื้อเพื่อนัดหมายให้เข้ามาทำการตรวจรับมอบคอนโด ซึ่งเราจะตรวจด้วยตัวเองหรือจ้างบริษัทตรวจรับบ้านแทนก็ได้ เพราะบริษัทเหล่านี้มีความรู้ความเชี่ยวชาญโดยตรง หากตรวจไม่พบจุดบกพร่องใด ๆ สามารถรับมอบได้ทันที แต่ถ้ามีก็ต้องรอให้แก้ไขแล้วเสร็จก่อน จึงค่อยรับมอบกันอีกครั้ง ทั้งนี้ในสัญญาต้องมีการระบุไว้ด้วยว่าสามารถตรวจรับมอบได้กี่ครั้ง อย่างไรก็ดีขั้นตอนนี้ไม่ได้ดูแค่ความเรียบร้อยของบ้านอย่างเดียว แต่ยังต้องตรวจเอกสารต่าง ๆ ด้วย ดังนี้
- ตรวจดูแบบบ้าน เพื่อดูว่าบ้านหลังนี้ตรงกับแบบที่เราทำสัญญาซื้อหรือไม่ หรือแบบแปลนตรงกับโปรชัวหรือป่าว
- ตรวจวัดขนาดที่ดิน วัดขนาดที่ดินจริงเทียบกับที่ดินตามสัญญาเท่ากันหรือไม่
- ตรวจสอบวัสดุอุปกรณ์ เช็คยี่ห้อวัสดุภายในบ้านตรงกับที่ระบุในเอกสารตามใบแนบท้ายสัญญา รวมถึงทดลองใช้งาน
- ตรวจความเรียบร้อยสมบูรณ์งานก่อสร้าง เช่น ฉาบปูน ทาสี ปูพื้น ติดตั้งรั้ว ฯลฯ
- ตรวจเช็คระยะรับประกัน ในทางกฎหมายโครงการต้องรับประกันความเสียหายหรือชำรุดบกพร่องของบ้าน โดยส่วนของโครงสร้างบ้านจะรับประกัน 5 ปี ส่วนอุปกรณ์หรือส่วนควบอื่นๆ รับประกัน 1 ปี (โครงการจะให้เอกสารการรับประกันบ้านกับเราด้วย)
ขั้นตอนที่ 3 เตรียมเอกสารรับโอนกรรมสิทธิ์บ้าน-คอนโด
ปกติแล้วทางโครงการจะมีการจัดทำรายการด้านเอกสารต่าง ๆ ที่ต้องใช้ประกอบการโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อทราบก่อนเสมอ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านเอกสาร ซึ่งผู้ซื้อต้องตรวจสอบเอกสารกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายชำนาญการ โดยเอกสารสำหรับโอนบ้านหรือคอนโดมีดังนี้
- โฉนดที่ดินฉบับเงิน
- บัตรประชาชน พร้อมสำเนา 1 ชุด
- ทะเบียนบ้าน พร้อมสำเนา 1 ชุด
- กรณีมอบอำนาจ หนังสือมอบอำนาจ (ทด.21)
- สำเนาบัตรประชาชนคู่สมรส (กรณีสมรส)
- สำเนาทะเบียนสมรส (กรณีสมรส)
นอกเหนือจากนี้ทางโครงการจะมีการแจ้งให้ทราบเพิ่มเติม เช่น กรณีบุคคลธรรมดาชาวต่างชาติ หรือกรณีบุคคลธรรมดาชาวต่างชาติ เป็นต้น
ขั้นตอนที่ 4 เตรียมชำระเงิน
ในการซื้อขายบ้าน-คอนโด อย่างที่แจ้งไว้ข้างต้นว่ามี 2 ขั้นตอนในการชำระเงินคือ แบบเงินสดและแบบยื่นขอสินเชื่อ ซึ่งในการขอสินเชื่อนั้นหากวงเงินกู้ที่อนุมัติต่ำกว่าค่าใช้จ่าย ผู้ซื้อต้องเตรียมเงินสดไว้สำหรับส่วนต่างนี้ด้วย (อ่านรายละเอียด ค่าใช้จ่ายวันโอนกรรมสิทธิ์) หลัก ๆ แล้วค่าใช้จ่ายในการโอนคอนโดมีดังนี้
- ค่าใช้จ่ายที่ต้องรับผิดชอบร่วมกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย
- ค่าใช้จ่ายที่ผู้ซื้อคอนโดต้องรับผิดชอบ
- ค่าใช้จ่ายที่ผู้ขายคอนโดต้องรับผิดชอบ
- ค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ต้องถูกหัก ณ ที่จ่ายโดยคิดตามเกณฑ์ของสรรพากร
- ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ คิดเป็น 3.3% กรณีขายคอนโดมือสองโดยที่ผู้ขายคอนโดเป็นเจ้าของเดิมไม่เกิน 5 ปี หรือมีชื่อในทะเบียนบ้านน้อยกว่า 1 ปี แต่หากเกิน 5 ปี หรือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเกิน 1 ปี ผู้ขายต้องจ่ายค่าอากรแสตมป์ด้วย
- ค่าอาการแสตมป์ คิดเป็น 0.5% ของราคาซื้อขาย แต่ไม่ต่ำกว่าราคาประเมินทุนทรัพย์ ถ้าต่ำกว่าให้ใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์มาคำนวณ เพราะถ้ามีการเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้วก็ไม่จำเป็นต้องเสียค่าอากรแสตมป์อีก
ขั้นตอนที่ 5 ขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์
ขั้นตอนของการโอนคอนโด ทางโครงการจะมีการนัดหมายวันและเวลาในการโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดินในสาขาที่ต้องดูแลพื้นที่ที่ตั้งของโครงการ พร้อมกับแจ้งเรื่องค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเพิ่มเติมในการโอนกรรมสิทธิ์ให้ทราบ โดยผู้ซื้อสามารถที่จะไปโอนด้วยตัวเองที่สำนักงานที่ดิน หรือจะให้เจ้าหน้าที่โครงการดำเนินการด้วยการมอบอำนาจก็ได้ รวมถึงหากมีเงินส่วนต่างที่ต้องจ่ายในกรณีที่กู้ได้ไม่เต็มวงเงินก็ต้องเตรียมเงินไปด้วย ส่วนกรณีที่มีเงินส่วนเกินจากการกู้ได้มากกว่าค่าบ้านก็จะได้รับในวันนี้ด้วยเช่นกัน
ขั้นตอนที่ 6 ตรวจสอบและจัดเก็บหลักฐานการโอนบ้าน-คอนโด
หลังจากที่ผู้ซื้อได้รับการโอนกรรมสิทธิ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือ ผู้ซื้อจะได้รับเอกสารจากการโอนดังนี้
- เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์คอนโดได้แก่ โฉนด หรือใบแสดงกรรมสิทธิ์อาคารชุด
- หนังสือสัญญาซื้อขายจากโครงการ
- หนังสือสัญญาจำนอง
- ใบเสร็จค่าจดจำนอง
- สัญญากู้เงินจากธนาคาร
- สำเนาโฉนดกรณีซื้อบ้านหรือสำเนาใบ อ.ช.2 ที่ออกให้โดยกรมที่ดิน
- อื่น ๆ เช่น ใบรับประกัน ของแถมที่เป็นโปรโมชั่นที่จะได้หลังการโอนกรรมสิทธิ์ เป็นต้น
เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับ ขั้นตอนโอนกรรมสิทธิ์บ้าน-คอนโด ที่เรานำมาฝากนี้ มีประโยชน์มาก ๆ เลยใช่ไหมล่ะคะ แต่ขั้นตอนเหล่านี้ก็เป็นเพียงขั้นตอนบางส่วนเท่านั้น เพราะแต่ละโครงการก็อาจมีขั้นตอนอื่น ๆ เพิ่มเติมอีก ซึ่งเขาจะแจ้งให้ทราบอีกที แต่จะให้ดีทุกขั้นตอนต้องรอบคอบให้มากนะคะ จะได้ไม่มีปัญหาตามมาภายหลังค่ะ