ว่ากันว่าประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้วนะคะ ในมุมของแอดมินและเพื่อนๆ ทีมงาน Home Buyers ที่มีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมรีวิวบ้านโครงการใหม่กันบ่อยๆ ก็สังเกตได้ว่าบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มีความตื่นตัวกับกระแสสังคมผู้สูงอายุอยู่ไม่น้อยเลยค่ะ
ว่ากันว่าประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้วนะคะ ในมุมของแอดมินและเพื่อนๆ ทีมงาน Home Buyers ที่มีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมรีวิวบ้านโครงการใหม่กันบ่อยๆ ก็สังเกตได้ว่าบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มีความตื่นตัวกับกระแสสังคมผู้สูงอายุอยู่ไม่น้อยเลยค่ะ
เพราะการออกแบบบ้านและพื้นที่ส่วนกลางโครงการใหม่ๆ จะเริ่มคิดถึงหลัก Universal Design กันมากขึ้น ซึ่งที่เห็นได้ชัดเจนเป็นมาตรฐานที่สุดเลยก็คือ ทางลาด หรือ Ramp บริเวณหน้าประตูทางเข้าบ้านหรือคลับเฮาส์นั่นเองค่ะ
ทางลาด เป็นประโยชน์มากเลยนะคะสำหรับครอบครัวที่มี ผู้สูงวัย ผู้ป่วย หรือผู้พิการ ที่ต้องนั่ง รถเข็นวีลแชร์ เพราะจะช่วยให้เราสามารถเข็นรถวีลแชร์เข้าออกจากบ้านได้สะดวก ไม่ต้องออกแรงยกรถหรืออุ้มตัวญาติผู้ใหญ่ให้ทุลักทุเล และเมื่อเข้าออกบ้านได้ง่ายขึ้น ก็เป็นผลดีกับตัวผู้ใช้วีลแชร์ในเรื่องสุขภาพจิต ที่จะไม่ต้องรู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระ จนกล้าที่จะออกไปใช้เวลานอกบ้านมากขึ้น
เมื่อทางลาดกลายเป็นองค์ประกอบใหม่ที่สำคัญของบ้านในยุคนี้ Home Buyers ก็เลยมีข้อมูล วิธีออกแบบทางลาดอย่างง่าย มาแนะนำกันค่ะ เป็นประโยชน์แน่นอนสำหรับใครที่กำลังจะสร้างบ้านใหม่ รวมถึงใครที่จะเตรียมต่อเติมบ้านครั้งใหม่เพื่อให้รองรับผู้สูงวัยหรือผู้ป่วยในครอบครัว
นอกจากนี้ผู้ที่กำลังจะซื้อบ้านโครงการ ถ้ารู้หลักการเกี่ยวกับทางลาดไว้ด้วย จะช่วยให้สังเกตได้ค่ะว่าบ้านที่ได้รับมอบนั้นออกแบบทางลาดไว้ถูกหลักการใช้งานหรือไม่ หากมีจุดไหนไม่ถูกต้องจะได้ชี้ให้ทางโครงการแก้ไขก่อนรับโอนด้วยค่ะ
วิธีออกแบบทางลาดอย่างง่าย จะมีหลักคิดอย่างไรบ้าง แอดมินมีข้อมูลจากทีมงาน Home Buyers ที่เรียนจบทางด้านสถาปัตย์มาแชร์ให้ได้อ่านกันแล้วค่ะ ไปติดตามกันได้เลย
1. ทางลาดที่ดี ต้องมีระยะความกว้างไม่น้อยกว่า 90 ซม. เพื่อให้ใช้งานรถเข็นได้สะดวก กรณีที่ต้องใช้รถเข็น
2. ต้องมีจุดเชื่อมต่อระหว่างพื้นกับทางลาดที่เรียบต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการสะดุด
3. ทางลาดที่ดี ควรทำทางลาดควบคู่กับบันได
4. ต้องออกแบบให้ความลาดชันของทางลาดไม่น้อยกว่า 1:12 เช่น หากมีความสูง 1 เมตร ทางลาดควรยาว 12 เมตร และควรมีชานพักทุก ๆ 6 เมตร เพื่อให้สะดวกสบายต่อการใช้งาน
5. การออกแบบทางลาดที่ดี ต้องใช้โครงสร้างวัสดุที่มั่นคงแข็งแรง ออกแบบพื้นผิวให้เรียบต่อเนื่อง ที่สำคัญต้องใช้วัสดุกันลื่น เช่น หากใช้วัสดุผิวเหล็กทำทางลาด ก็ต้องเลือกเหล็ก Checker Plate หรือเหล็กแผ่นลายที่มีพื้นผิวเป็นลวดลายนูน หรือถ้าต้องการใช้ไม้เป็นวัสดุทำทางลาด ก็ควรเลือกไม้ไฟเบอร์หนา มาวางในแนวขวาง เป็นต้น
6. ส่วนของทางลาดตรงด้านที่ไม่ติดผนัง ควรยกขอบความสูงจากพื้นอย่างน้อย 15 เซนติเมตร และหากทำทางลาดยาวมากกว่า 2.5 เมตร ควรออกแบบให้มีราวจับทั้ง 2 ด้าน และราวจับต้องมีความสูงไม่น้อยกว่า 80 เซนติเมตร เพื่อความปลอดภัย
7. ราวจับของทางลาด ต้องออกแบบให้มีโครงสร้างที่แข็งแรง ใช้วัสดุเรียบ ลักษณะกลมมน และพื้นผิวไม่ลื่น เพื่อให้ผู้สูงอายุและทุกคนใช้งานได้อย่างปลอดภัย
8. การออกแบบทางลาดที่ดี ควรแยกสีทางลาดให้แตกต่างกับผนัง เพื่อให้เห็นระยะการใช้งานได้ชัดเจน และด้านหน้าทางลาดควรเป็นพื้นที่โล่ง มีความยาวไม่น้อยกว่า 150 เซนติเมตร

ประตู คือจุดเชื่อมต่อทางลาด ดังนั้นเราจึงต้องใส่ใจการออกแบบประตูให้ดีอย่างยิ่ง เพราะลักษณะประตูที่ดีและเหมาะสมกับทางลาด จะช่วยส่งเสริมให้ผู้สูงอายุและทุกคนในบ้าน ใช้งานทางลาดได้สะดวกสบายและปลอดภัยมากขึ้น โดยการออกแบบประตูที่ดีควรคำนึงถึงหลักการ ดังนี้
หมายเหตุ : สามารถอ่านรายละเอียดกฎกระทรวง ซึ่งกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับผู้พิการหรือทุพพลภาพ และคนชรา ได้ตามลิ้ก์นี้เลยค่ะ bit.ly/2LIGvxu
แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
-
เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย