สำหรับเพื่อนๆ ที่เจอบ้านหรือคอนโดถูกใจ และกำลังจะกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัย เรื่องพื้นฐานที่ควรรู้ก่อนเริ่มดำเนินการก็คือ คุณสมบัติของผู้กู้ รวมถึง หลักเกณฑ์การให้กู้ซื้อบ้าน ของทางธนาคารต่างๆ
สำหรับเพื่อนๆ ที่เจอบ้านหรือคอนโดถูกใจ และกำลังจะกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัย เรื่องพื้นฐานที่ควรรู้ก่อนเริ่มดำเนินการก็คือ คุณสมบัติของผู้กู้ รวมถึง หลักเกณฑ์การให้กู้ซื้อบ้าน ของทางธนาคารต่างๆ
ส่วนใหญ่แล้วธนาคารต่างๆ จะมีข้อกำหนดสากลคล้ายๆ กัน ยกเว้นกรณพิเศษต่างๆ ตามที่แต่ละธนาคารจะกำหนด โดยในวันนี้แอดมิน Home Buyers ก็จะมาช่วยแชร์ประสบการณ์เรื่องของคุณสมบัติผู้กู้และหลักเกณฑ์การให้กู้ซื้อบ้าน เพื่อให้เพื่อนๆ เตรียมตัวยื่นกู้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยได้อย่างราบรื่น รวมถึงกู้ผ่านได้ง่ายยิ่งขึ้นค่ะ
คุณสมบัติของผู้กู้ส่วนใหญ่แต่ละธนาคารจะมีข้อกำหนดคล้ายกัน เช่น ต้องมีอายุระหว่าง 20 - 70 ปี มีรายได้แน่นอนเพียงพอต่อการผ่อนชำระเงินกู้ กรณีเป็นพนักงานประจำต้องมีรายได้ขั้นต่ำ 10,000 บาทต่อเดือน หรือกรณีเป็นเจ้าของกิจการต้องมีรายได้ขั้นต่ำ 15,000 บาทต่อเดือน
สำคัญที่สุดคือ เช็กความพร้อมทางการเงินของเราก่อน แสดงให้ธนาคารเห็นว่าเรามีความสามารถจัดการหนี้สินแต่ละเดือนได้ (มีสภาพคล่องทางการเงินดี) เริ่มต้นจากการเคลียร์หนี้ให้หมด มีเงินออมต่างๆ มีประวัติการเงินที่ดีจากเงินที่เข้าบัญชีอย่างสม่ำเสมอ เป็นการแสดงวินัยทางการเงินของเรา ทั้งหมดล้วนมีประโยชน์ประกอบการพิจารณาให้สินเชื่อบ้านของแต่ละธนาคาร
บางครั้งอาจเกิดกรณีกู้คนเดียวไม่ผ่าน กู้ร่วมกันคือคำตอบที่เราทำได้ เพียงแต่ต้องศึกษาข้อมูลรายละเอียด หรือข้อกำหนดต่าง ๆ ก่อนเซ็นสัญญากู้ร่วมเพื่อไม่ให้เสียประโยชน์ในอนาคต
โดยปกติผู้ที่สามารถกู้ร่วมกับเราได้ก็คือ บิดา-มารดา คู่สมรส บุตร พี่-น้อง และ/หรือบุคคลอื่นได้ไม่เกิน 1 คน เช่น คู่รัก คู่หมั้น เป็นต้น ซึ่งผู้กู้ร่วมต้องผ่านการตรวจสอบประวัติทางการเงินด้วย เช่น มีรายได้สม่ำเสมอ ไม่ติดแบล็คลิสต์ มีประวัติการชำระหนี้ที่ดี สามารถรับผิดชอบหนี้ร่วมกันได้ โดยธนาคารจะทำการขอข้อมูลจากบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) รวมถึงข้อมูลอื่น ๆ ที่จำเป็นตามหลักเกณฑ์ของแต่ละธนาคารมาประกอบการพิจารณาต่อไป
ปกติธนาคารจะให้วงเงินสินเชื่อสูงสุดในการประเมินหลักทรัพย์นั้น ๆ อยู่ที่ 70 - 95% ของราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย ซึ่งราคาที่ได้ไม่เท่ากันนั้นขึ้นอยู่กับประเภทของหลักทรัพย์ที่นำมาประเมิน เช่น บ้านหรือคอนโดมิเนียมมักได้วงเงินสูงกว่าที่ ดินเปล่า, อาคารพาณิชย์ และบ้านมือสองที่ไม่ได้รับการปรับปรุงให้ดีก่อนประเมิน
การพิจารณาวงเงินสินเชื่อที่ธนาคารให้โดยทั่วไปใช้ 2 ส่วนประกอบกันคือ ความสามารถทางการเงินของผู้ขอสินเชื่อ ได้แก่ รายได้ ภาระหนี้ เป็นต้น และหลักทรัพย์ที่นำมาเป็นหลักประกัน ได้แก่ ประเภทตำแหน่งที่ตั้ง บริษัท เจ้าของโครงการ เป็นต้น ทั้งหมดนี้ช่วยให้รู้ว่าเราสามารถขอสินเชื่อได้เท่าไร่
ปกติธนาคารมักให้วงเงินสินเชื่อประมาณ 30 - 50 เท่าของรายได้สุทธิต่อเดือน แต่การขอสินเชื่อให้ได้วงเงินตามต้องการจะขึ้นอยู่กับความสามารถทางการเงิน อาชีพและรายได้ที่ได้รับอย่างสม่ำเสมอของแต่ละคน เช่น ผู้มีอาชีพมั่นคงอย่างพนักงานบริษัท พนักงานรัฐวิสาหกิจ ข้าราชการ หรืออาชีพอื่นๆ ที่มั่นคงและมีรายได้สูง วงเงินสินเชื่อที่ได้ย่อมสูงตาม บวกกับความสามารถในการผ่อนว่ามีเท่าไรด้วย ข้อนี้สำคัญเพราะไม่ได้การันตีว่ารายได้เยอะแล้วจะได้เงินกู้มาก หากคุณมีหนี้เยอะหรือมีภาระเยอะเงินกู้ที่ได้ย่อมน้อยลง เช่น ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ผ่อนบัตรเครดิต ฯลฯ หนี้เหล่านี้จะถูกนำมาคำนวณโดยใช้อัตราผ่อนต่อเดือน ส่วนหนี้บัตรเครดิตใช้ 10% ของยอดหนี้มาคำนวณ
หากวงเงินที่ได้ต่ำกว่าที่ต้องการ เราอาจต้องลดราคาบ้านที่อยากซื้อลง มองหาบ้านที่ตรงกับวงเงินที่ได้แทน ขอวงเงินสินเชื่อให้น้อยลงกว่านี้ หรือไม่ก็มองหาผู้กู้ร่วมมาช่วย เพราะธนาคารจะนำรายได้และภาระหนี้ของผู้กู้ร่วมมาพิจารณาด้วย ช่วยเพิ่มโอกาสให้ได้รับวงเงินสูงขึ้นและกู้ได้ง่ายขึ้นอีก
แต่ไม่ว่ากู้คนเดียวหรือกู้ร่วม สิ่งที่เราควรทำอย่างยิ่งคือ การมีวินัยทางการเงินที่ดี ไม่ควรมีภาระหนี้เยอะไป ถ้ามีก็รีบผ่อนให้หมด อย่าหนี - ไม่มีแล้วไม่จ่ายเด็ดขาด เพื่อไม่ให้ตัวเองโดนลงประวัติทางการเงินที่ไม่ดี บางทีแต่ละธนาคารอาจเรียกประวัติเหล่านี้ขึ้นมาประกอบการพิจารณาสินเชื่ออื่นๆ ในอนาคตก็ได้นะคะ
อ่านบทความเพิ่มเติม : อายุเท่าไหร่ถึงกู้บ้านได้?
แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
-
เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย