
บางคนอาจสงสัยว่าทำไมถึงเวลายื่นกู้สินเชื่อบ้าน ธนาคารถึงต้องตรวจสอบเครดิตบูโร ไม่ตรวจได้ไหม หรือตรวจแล้วจะได้อะไร ซึ่งก่อนไปจะตอบคำถามนี้ เราต้องรู้ก่อนว่า "เครดิตบูโรคืออะไร" แล้วการตรวจนี้มีความสำคัญอย่างไร สามารถตรวจได้ที่ไหนบ้าง? ซึ่งบทความนี้ Home Buyer มีคำตอบจากประสบการณ์จริงของแอดมินหลายๆ คนที่เคยผ่านการตรวจเครดิตบูโรระหว่างที่กู้ซื้อบ้าน มาฝากกันแล้วค่ะ
เครดิตบูโร คืออะไร?
เครดิตบูโร หรือ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด เป็นสถาบันซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการจัดเก็บข้อมูลบัญชีสินเชื่อและประวัติการชำระสินเชื่อทุกประเภทของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยรับข้อมูลมาจากสถาบันการเงินและบริษัทที่เป็นสมาชิกเครดิตบูโร สำหรับข้อมูลที่จัดเก็บหรือรายงานในเครดิตบูโรแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ
1. ข้อมูลบ่งชี้
คือ ข้อเท็จจริงที่บ่งชี้ถึงตัวลูกค้า ได้แก่ ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ - นามสกุล เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน วันเดือนปีเกิด (ไม่มีการจัดเก็บหมายเลขโทรศัพท์) ข้อมูลที่อยู่ที่ลูกค้าแจ้งกับสถาบันการเงิน และบริษัทที่เป็นสมาชิกเครดิตบูโร
2. ข้อมูลสินเชื่อ
ที่ได้รับอนุมัติและประวัติการชำระหนี้ จำแนกเป็นรายบัญชีที่มีอยู่ในแต่ละสถาบันการเงินและบริษัทสมาชิก โดยมีข้อมูลที่สำคัญดังนี้
- สรุปข้อมูลบัญชีสินเชื่อ ซึ่งจะบอกว่าลูกค้ามีสินเชื่ออยู่ทั้งหมดกี่บัญชี มีจำนวนบัญชีที่ใช้สิทธิแก้ไขข้อมูลหรือโต้แย้งกี่บัญชี
- ประเภทและเลขที่บัญชีของสินเชื่อ
- ชื่อผู้ให้สินเชื่อ วงเงินที่ได้รับอนุมัติ และวงเงินที่ใช้ไป
- สถานะของบัญชี เช่น ปกติ ปิดบัญชี พักชำระหนี้ ค้างชำระหนี้
- รายละเอียดการชำระหนี้ ซึ่งจะแสดงประวัติการชำระหนี้ที่ผ่านมา ทั้งที่ชำระตรง ชำระล่าช้า หรือผิดนัดชำระข้อมูลอื่นๆ เช่น วันที่เปิดบัญชี วันที่ชำระหนี้ล่าสุด วันที่เปิดบัญชี วันที่ปรับปรุงโครงสร้างหนี้
เครดิตบูโร จึงมีหน้าที่จัดเก็บรักษารวบรวมและประมวลผลข้อมูลสินเชื่อของลูกค้าสถาบันการเงินตามที่สถาบันการเงินหรือบริษัทที่เป็นสมาชิกจัดเท่าให้เท่านั้น ไม่ได้มีหน้าที่ "ขึ้นบัญชีดำ" หรือ Blacklist อย่างที่หลายๆ คนเข้าใจกัน
วิธีการตรวจเครดิตบูโร
ในส่วนของวิธีการตรวจเครดิตบูโร นั้นก็มีหลายช่องทาง ได้แก่
1. ศูนย์ตรวจเครดิตบูโรกรุงเทพฯ และปริมณฑล รับรายงานได้ภายใน 15 นาที
- อาคารเดอะไนน์ ทาวเวอร์ส แกรนด์ พระรามเก้า ชั้น 2 (โซนพลาซา) เวลา 9.00 น. - 16.30 น. หยุดวันหยุดนักขัตฤกษ์
- อาคารเพิร์ล แบงค็อก ชั้น 3 (BTS อารีย์ ทางออก 1) เวลา 9.00 น. - 18.00 น. หยุดวันหยุดนักขัตฤกษ์
- สถานีรถไฟฟ้า BTS ศาลาแดง (ภายในสถานี) เวลา 9.00 น. - 18.00 น. หยุดวันหยุดนักขัตฤกษ์
- ท่าเรือวังหลัง (บริเวณทางเข้า - ออก ท่าเรือ ใกล้ประตู 8 ของโรงพยาบาลศิริราช) เวลา 9.00 น. - 18.00 น. ทุกวัน
- สถานีรถไฟฟ้า BTS หมอชิต (ภายในสถานี) 9.00 น. - 18.00 น. ทุกวัน
- ห้างเจเวนิว (นวนคร) ชั้น 3 ติดสำนักงานประกันสังคม เวลา 9.00 น. - 18.00 น. ทุกวัน
2. ที่ทำการไปรษณีย์ เฉพาะสาขาที่ให้บริการ
ติดต่อสอบถาม Contact Center โทร.1545 หรือ www.thailanpost.com (แบบส่งรายงานกลับไปให้ภายใน 7 วัน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนค่าบริการ 150 บาท)
3. ธนาคารที่เป็นตัวแทนรับคำขอตรวจเครดิตบูโร (เฉพาะกรณีธรรมดาเท่านั้น)
ณ เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, กรุงไทย, ธอส., แลนด์แอนเฮ้าส์ เพียงแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เคาน์เตอร์ธนาคารทุกสาขา พร้อมยื่นบัตรประจำตัวประชาชนของตนเอง จัดส่งรายงานกลับภายใน 7 วัน
4. บริการยื่นคำขอตรวจเครดิตบูโรผ่านตู้ ATM
โดยมีบัตรธนาคารไหนใช้ตู้ ATM ธนาคารนั้น บริการผ่านตู้ ATM กรุงไทยและไทยพาณิชย์เพียงเสียบบัตรทำรายการผ่านหน้าจอเลือกเมนู "ตรวจเครดิตบูโร" จัดส่งรายงานกลับภายใน 7 วันทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ค่าบริการ 150 บาท
5. ตรวจเครดิตบูโรผ่าน Mobile Banking
สามารถการยื่นคำรายงานเครดิตบูโรได้ผ่านระบบ Mobile Banking ของธนาคารต่าง ๆ เช่น MyMo (ธนาคารออมสิน) , Krungthai NEXT (ธนาคารกรุงไทย), KKP Mobile (ธนาคารเกียรตินาคินภัทร) เป็นต้น
ทั้งนี้สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ที่ Call Center โทร.02 643 1250 หรือ www.facebook.com/liovebureau