++แห่รีไฟแนนซ์บ้าน
บริษัทฟินเทคสบช่องแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น แนะคนกู้บ้านรีไฟแนนซ์เงินกู้ หนี้ดอกเบี้ยแพงในอนาคต ชี้ช่วงนี้เริ่มมี
คนสนใจมากขึ้น
++บริษัทฟินเทคสบช่องแนะคนกู้บ้านรีไฟแนนซ์เงินกู้ หนี้ดอกเบี้ยแพงในอนาคต
น.ส.นิลทิตา เลิศเรืองศุภกุล ผู้บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทรีฟินน์ อินเตอร์เนชั่นแนล ดอทคอม เปิดเผยว่า แนวโน้ม
อัตราดอกเบี้ยบ้านเพิ่มขึ้น ซึ่งผู้กู้ซื้อบ้านควรที่จะต้องรีไฟแนนซ์มากขึ้น เนื่องจากจะทำให้ลดภาระการผ่อนต่องวด
รวมถึงการลดภาระดอกเบี้ย
อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาขณะนี้เริ่มมีผู้ให้ความสนใจรีไฟแนนซ์บ้านมากขึ้น โดยปีที่แล้วมีผู้สนใจเข้ามาดูข้อมูลเว็บ
รีฟินน์ประมาณ 1 ล้านคน ซึ่งเข้ามาดูโปรโมชั่นรีไฟแนนซ์ของแต่ละธนาคารและไปติดต่อกับธนาคารนั้นเอง
นอกจากนี้ยังได้แนะนำให้ผู้ที่มีหนี้บัตรเครดิตและหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลและเงินกู้บ้านสามารถที่จะมารวมหนี้ด้วย
กันและรีไฟแนนซ์ ซึ่งจะทำให้เราลดภาระการจ่ายดอกเบี้ยสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล รวมทั้งทำให้ลดภาระ
การผ่อนต่อเดือนได้
"ผู้ที่มีรายได้ระดับกลางถึงบนควรที่จะรีไฟแนนซ์หนี้บ้านมากที่สุด และควรที่จะรีไฟแนนซ์บ่อยๆ ซึ่งขณะนี้ขั้นตอน
รีไฟแนนซ์ต่างๆ รวดเร็วขึ้น แม้ว่ายังมีค่าธรรมเนียมต่างๆ เช่น การจดจำนองใหม่ 1% เมื่อรวมทั้งหมดแล้วการ
รีไฟแนนซ์ทำให้ประหยัดดอกเบี้ยจ่ายได้จำนวนมาก" น.ส.นิลทิตากล่าว
นายณัฐพล ลือพร้อมชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
กล่าวว่า การรีไฟแนนซ์บ้านยังเห็นการแข่งขันอยู่พอสมควร แต่น้อยกว่าปีที่แล้วเพราะปีที่แล้วเศรษฐกิจไทย
ขยายตัวต่ำ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เปิดตัวน้อย ทำให้การปล่อยสินเชื่อรีไฟแนนซ์ขยายตัวอย่างมากปีที่แล้ว
ด้านนายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า กรณีที่ธนาคารแห่ง
ประเทศไทย (ธปท.) มีความเป็นห่วงเรื่องหนี้เสียในการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงิน เชื่อว่าการ
ปล่อยกู้ของ ธอส.ไม่น่าเป็นกังวล เนื่องจากกลุ่มที่ธนาคารปล่อยจะเน้นช่วยผู้มีบ้านหลังแรก และต้องการกู้เพื่อ
อยู่อาศัยอย่างแท้จริง