การคำนวณค่างวด ?

Q : ซื้อทรัพย์สินรอการขายจากแบงก์ เป็นที่ดินเปล่า อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 1 MLR-
3.75%, ปีที่ 2 MLR-3.25%,ปีที่ 3 เป็นต้นไปเท่ากับ MLR ระยะเวลากู้ 15 ปี วงเงินกู้
890,000 บาท ปัจจุบัน MLR 7.75% มีเงินเดือน 23,000 บาท ถามว่า ปีที่ 1 ต้องผ่อนเท่า
ไร,ปีที่ 2 ต้องผ่อนเท่าไร และปีที่ 3 เท่าไร ทางแบงก์แจ้งว่าต้องผ่อนเดือนละ 10,200 บาท
ไม่ทราบว่าแบงก์มีเกณฑ์การคิดอัตราผ่อนชำระอย่างไร



A : 1.อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1 และปีที่ 2 เขาเรียกกันว่า “อัตราดอกเบี้ยล่อกู้” แต่
อย่างไรก็ตามผู้ขอกู้ก็ได้ประโยชน์โดยเฉพาะกรณีธนาคารให้ผ่อนงวดเงินกู้จำนวนเท่ากัน
ทุกงวดตั้งต้น แม้ดูว่ามากเมื่อคิดเปรียบเทียบกับอัตราดอกเบี้ยจูงใจให้กู้ แต่เป็นประโยชน์
ต่อผู้กู้เพราะว่าสามารถหักเงินต้นได้มากขึ้น เนื่องจากคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำส่วนที่หักชำระ
ดอกเบี้ยแต่ละเดือนจึงน้อย



2.ธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยจะคิดอัตราดอกเบี้ยเผื่อเอาไว้ในอนาคตหากดอกเบี้ย
เพิ่มขึ้นอีก โดยทั่วไปจะคิดเพื่อไว้ประมาณ 3 - 4 % จากอัตราดอกเบี้ย MLR ปัจจุบัน การ
คิดเผื่อไว้เช่นนี้ เป็นคุณประโยชน์ของผู้กู้ เพราะว่าเมื่อสามารถผ่อนในจำนวนเงินงวดที่
แบงก์กำหนดไว้ตั้งแต่ต้น ครั้นดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นไปอีกหากยังไม่มากนัก ก็ยังไม่ต้องเพิ่มเงิน
ผ่อนงวด เนื่องจากยังสามารถหักดอกเบี้ยและเหลือจ่ายคืนเงินต้น



3.ปกติเงินเดือน 23,000 บาท การผ่อนงวดต่อเดือนจะอยู่ที่ 8,000 บาทเท่านั้น คือ
ประมาณ 1 ใน 3 ของรายรับสุทธิ จึงมีคำถามว่าทางแบงก์ให้โอกาสผ่อนถึง 10,200 บาท
ได้อย่างไร น่าจะเป็นเพราะว่าซื้อทรัพย์รอการขายจากแบงก์ ดังนั้นขอให้พิจารณาความ
สามารถในการผ่อนให้ตลอดรอดฝั่งสักหน่อย (เข้าใจว่าทางแบงก์ควรจะขอให้มีผู้กู้ร่วม
หรือขยายเวลากู้เงินออกไปเพื่อให้เงินผ่อนงวดต่อเดือนลดลง …อาจจะเป็น 25 ปีเงินผ่อน
งวดต่อเดือนตกประมาณ 9,000 บาท)



4.กรณีของคุณวิมล คิดงวดเงินผ่อนโดยสังเขปจากเงินต้น 890,000 บาท อัตราดอกเบี้ย
7.75 ระยะเวลากู้ 15 ปี ชำระเงินกู้ทุกเดือนเท่ากันในจำนวนเดือนละ 8,400 บาท แต่เพื่อ
ความปลอดภัยของผู้กู้และแบงก์ ดังนั้นแบงก์จึงคิดอัตราดอกเบี้ยเผื่อไว้ที่ 11% -11.25%
(บวกเพิ่มอีกประมาณ 3.25 %) เงินผ่อนงวดต่อเดือนเท่ากันทุกเดือนจึงเท่ากับ 10,200
บาท



5.ธนาคารที่ใช้มาตรฐานสูงในการปล่อยสินเชื่อที่มีอสังหาริมทรัพย์ค้ำประกัน หรือปล่อย
สินเชื่อที่อยู่อาศัย จะกำหนดให้ผ่อนเงินงวดเท่ากันทุกเดือนตั้งแต่ต้น ในช่วงเวลา 1 –2 ปี
แรกที่อัตราดอกเบี้ยต่ำส่วนเหลือหลังจากหักการชำระดอกเบี้ยแล้วจะไปตัดเงินต้นได้มาก
ขึ้น มิใช่กำหนดให้ในช่วงอัตราดอกเบี้ยต่ำผ่อนน้อยแล้วมาปรับเพิ่มเมื่ออัตราดอกเบี้ยสูง
ซึ่งจะทำให้ผู้กู้มีปัญหาในการผ่อนงวดได้
……………………………………………………………………………………………….>

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง