
สินเชื่อต่อเติม ซ่อมแซม หรือตกแต่งบ้าน เป็นประเภทสินเชื่อที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ซื้อบ้านใหม่แล้วต้องการตกแต่งบ้าน หรือผู้ที่ต้องการต่อเติมซ่อมแซมบ้านหลังเดิม แต่มีเงินในกระเป๋าไม่เพียงพอ ดังนั้นสำหรับใครที่สนใจสินเชื่อเพื่อการ ต่อเติม - ตกแต่งบ้าน Home Buyers จะมาแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการยื่นกู้ให้เพื่อนๆ ได้นำไปประกอบการตัดสินใจกันค่ะ
จุดประสงค์การให้กู้สินเชื่อ ต่อเติม - ตกแต่งบ้าน
สินเชื่อรูปแบบนี้มีความเเตกต่างกันในแต่ละธนาคาร เเต่ไม่ว่าจะยังไงก็ถือว่ามีจุดประสงค์อย่างเดียวกัน หรือเรียกรวมๆ ว่า “สินเชื่ออเนกประสงค์” ก็ได้ ซึ่งการกู้สินเชื่ออเนกประสงค์สามารถใช้ได้ทั้งกับ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม อาคารพาณิชย์ รวมถึงคอนโด ซึ่งสามารถใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ได้ โดยประเภทของสินเชื่อแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ สินเชื่อแบบวงเงินกู้ระยะยาว และสินเชื่อวงเงินกู้เบิกเกินบัญชี (O/D)
หลักการและเงื่อนไขการกู้
หลักการเเละเงื่อนไขการกู้ของสินเชื่อทั้ง 2 ประเภทข้างต้น มีความคล้ายกับการกู้สินเชื่อบ้านเลย คือ “จะต้องมีบ้านเป็นของตัวเอง โดยจะยังผ่อนชำระอยู่ก็ได้ ซึ่งสามารถนำบ้านมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน” เเต่ก็ยังมีส่วนที่เเตกต่างกัน 3 จุด ดังนี้
- การคิดดอกเบี้ย
- วงเงินกู้
- เเละระยะเวลากู้
สินเชื่อ ต่อเติม - ตกแต่งบ้าน แบบวงเงินกู้ระยะยาว
เป็นสินเชื่อที่เหมือนกับการกู้สินเชื่อบ้าน แต่ระยะกู้สั้นกว่า โดยส่วนใหญ่ประมาณ 5 - 15 ปี (ขึ้นอยู่กับหลักประกันที่นำมากู้) ซึ่งในกรณี วงเงินกู้ลูกค้าใหม่ หรืออยากรีไฟแนนซ์ (ที่กู้สินเชื่อบ้านด้วย) ธนาคารจะให้วงเงินกู้เพิ่มจากวงเงินสินเชื่อบ้านประมาณ 5 - 50% แต่ในกรณีลูกหนี้เดิมของธนาคารที่ผ่อนชำระธนาคารไปแล้ว 2 - 3 ปีขึ้นไป (แล้วแต่ธนาคารกำหนด) สามารถขอกู้เพิ่มได้อีก 10 - 25% ของวงเงินกู้ที่ได้รับอนุมัติ หรือให้เท่ากับวงเงินที่ผ่อนชำระไปแล้ว ซึ่งธนาคารส่วนใหญ่จะกำหนดวงเงินกู้ที่ขอกู้เพิ่มว่า เมื่อรวมกับยอดหนี้เดิมแล้วต้องไม่เกิน 80 - 100% ของราคาประเมิน
การคิดอัตราดอกเบี้ย
ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยบวกเงินต้น แล้วกำหนดให้ลูกค้าผ่อนชำระหนี้เป็นรายเดือนเท่ากันทุกเดือน โดยจะมีทั้งแบบอัตราดอกเบี้ยคงที่ 1 - 5 ปี ในระยะแรก หลังจากนั้นก็จะคิดอัตราดอกเบี้ยลอยตัวอิงกับ MLR (อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี) ของธนาคาร หรือ MLR บวก - ลบ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละสถาบันการเงิน
ข้อจำกัด : ธนาคารส่วนใหญ่มีการกำหนดวัตถุประสงค์ในการกู้ เช่น เฉพาะเพื่อซื้อเฟอร์นิเจอร์ ตกแต่ง ต่อเติม หรือซ่อมแซมบ้านเท่านั้น ดังนั้นห้ามเอาไปทำอย่างอื่นอย่างเด็ดขาด โดยจะต้องแสดงใบเสร็จยืนยันทุกค่าใช้จ่ายต่อธนาคารอย่างละเอียด
ข้อดี : ไม่ได้มีเเต่ข้อจำกัดอย่างเดียว แต่สินเชื่อต่อเติม - ตกแต่งบ้านแบบวงเงินกู้ระยะยาวก็ยังมีข้อดีด้วย นั่นก็คืออัตราดอกเบี้ยจะถูกกว่าสินเชื่อแบบวงเงินกู้เบิกเกินบัญชี (O/D) และระยะเวลาในการผ่อนชำระเงินกู้นานกว่า ทำให้ภาระในการชำระเงินงวด/เดือนของผู้กู้ไม่หนักจนเกินไปนั่นเอง
สินเชื่อ ต่อเติม - ตกแต่งบ้าน แบบวงเงินกู้เบิกเกินบัญชี (O/D)
เป็นสินเชื่อที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสำรองไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน หรือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนส่วนตัว ส่วนใหญ่ธนาคารจะไม่กำหนดวัตถุประสงค์ในการกู้ไม่จำกัดเฉพาะเจาะจงว่าจะนำเงินไปใช้จ่ายอะไร และไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เช่น ซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ซื้อรถยนต์ เครื่องตกแต่งบ้าน เพื่อการท่องเที่ยว หรือเพื่อการลงทุนต่างๆ โดยสามารถแบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้
- กรณีมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน วงเงินกู้จะอยู่ที่ประมาณ 5 - 50% ของราคาประเมินหลักทรัพย์ที่นำมาค้ำประกัน กรณีที่ผู้กู้มีบัญชีเงินกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัยกับธนาคารอยู่แล้ว และต้องการกู้วงเงิน O/D ธนาคารจะกำหนดวงเงินกู้เมื่อรวมกับวงเงินสินเชื่อที่อยู่อาศัยแล้ว ต้องไม่เกิน 90 - 120% ของราคาประเมินหลักประกัน โดยวงเงินที่ได้ขึ้นอยู่กับประเภทของหลักประกันที่ผู้กู้นำมาเป็นค้ำประกันด้วย
- ส่วนกรณีไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน กรณีนี้วงเงินกู้จะต่ำกว่า เพราะอนุมัติวงเงินมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับรายได้ และความสามารถในการผ่อนชำระเงินกู้ของผู้กู้ ซึ่งธนาคารส่วนใหญ่จะกำหนดวงเงินขั้นต่ำและวงเงินสูงสุดเฉลี่ยแล้วไม่เกิน 6 - 10 ของรายได้/เดือน
การคิดอัตราดอกเบี้ย
ธนาคารส่วนใหญ่คิดอัตราดอกเบี้ยลอยตัวอิงกับ MLR (อัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกค้าชั้นดี) หรือ MOR (อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เบิกเกินบัญชี) บางธนาคารอาจจะคิด MLR,MOR บวกหรือลบอีก 1% หรือ 2% (แต่ละธนาคารจะคิดแตกต่างกัน) โดยธนาคารจะคิดดอกเบี้ยเฉพาะจากยอดเงินที่มีการเบิกใช้จริงเท่านั้น
ข้อจำกัด : ข้อจำกัดของการกู้รูปแบบนี้คือ ธนาคารส่วนใหญ่พิจารณาอนุมัติเงินกู้เพิ่มเติมจากวงเงินสินเชื่อปกติก็ต่อเมื่อผู้กู้มีประวัติการผ่อนชำระที่ดีมาระยะหนึ่ง หรือวงเงินกู้ที่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการผ่อนชำระเงินงวดของผู้กู้ด้วย
ข้อดี : บางครั้งผู้กู้ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน โดยธนาคารจะพิจารณาจากรายได้เป็นหลัก และกำหนดวงเงินกู้ขั้นต่ำและสูงสุด ส่วนใหญ่ไม่เกิน 6 - 10 เท่าของรายได้/เดือน
วิธีเลือกกู้ สินเชื่อ ต่อเติม - ตกแต่งบ้าน ทั้ง 2 รูปแบบ เป็นเพียงภาพรวมที่ธนาคารส่วนใหญ่ใช้พิจารณาอนุมัติเท่านั้น การตัดสินใจส่วนใหญ่อยู่ที่เราว่าจะเลือกแบบไหน ซึ่งต้องพิจารณาให้ตรงกับความต้องการของเรามากที่สุดนั่นเองค่ะ