แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า จากข้อมูล
การร้องเรียนของผู้บริโภคเกี่ยวกับการซื้อที่อยู่อาศัย พบว่าตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมาถึงขณะนี้มี
ผู้บริโภคร้องเรียนจากการซื้อห้องชุดหรือคอนโดมิเนียมมากขึ้น ประเด็นหลักคือการถูกละเมิดสัญญาจาก
เจ้าของโครงการที่ไม่สามารถส่งมอบห้องชุดได้ทันตามกำหนด สาเหตุจากสถาบันการเงินไม่ปล่อยสินเชื่อ
พัฒนาโครงการต่อ ผลมาจากยอดขายไม่เป็นไปตามเป้า ทำให้ต้องหยุดการก่อสร้าง
นอกจากนี้บางโครงการประสบปัญหาจากรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ไม่ผ่านการ
พิจารณาจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ทำให้การก่อสร้างล่าช้าหรือไม่สามารถพัฒนาต่อได้
ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากผู้ประกอบการบางรายเสนอทางเลือกให้ลูกค้าเปลี่ยนมาซื้อห้องชุดในอาคารอื่นๆ
ที่ตั้งอยู่ในโครงการเดียวกันหรือคนละโครงการ แต่มีเงื่อนไขต้องชำระเงินเพิ่มตามขนาดและราคาขายของ
ห้องชุดที่จะปรับเปลี่ยนใหม่ ทำให้ไม่สามารถตกลงกันได้
ที่สำคัญผู้ประกอบการเคยบอกว่ายินดีจะคืนเงินให้ลูกค้า แต่สุดท้ายกลับผิดนัด จึงขอให้ สคบ.ช่วย
แก้ปัญหาที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม บางโครงการแม้หยุดหรือยกเลิกก่อสร้างก็ไม่มีปัญหาถูกร้องเรียน เพราะ
เจ้าของโครงการเคลียร์กับลูกค้าได้ลงตัว หรือคืนเงินดาวน์ เงินจอง
"ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา คอนโดฯส่วนใหญ่ประสบปัญหาต้นทุนก่อสร้างเพิ่มสูงขึ้นจากราคาเหล็กเส้น
แบงก์เองก็เข้มงวดการปล่อยสินเชื่อโครงการ ดีเวลอปเปอร์ก็มีปัญหา อย่างเช่น โครงการหนึ่งอยู่ระหว่าง
การก่อสร้างตึกเอ พร้อมๆ กับเริ่มเปิดขายตึกบี แต่ปรากฏว่ายอดขายไม่เป็นไปตามเป้า แบงก์เลยหยุด
ปล่อยสินเชื่อ และให้ลูกค้าเปลี่ยนมาซื้อห้องชุดในตึกเอแทน แต่ลูกค้าไม่ยินยอม เลยมาร้องเรียนมาที่
สคบ."
ตลอด 1-2 เดือนที่ผ่านมา สคบ.ได้รับร้องเรียนปัญหาเกี่ยวกับการซื้อคอนโดฯไม่น้อยกว่า 2-3 โครงการ
อาทิ โครงการคอนโดฯ เดอะ คาริสมา ของบริษัท อินสไตล์เอสเตท จำกัด โครงการคอนโดฯ พีคส์ทาวน์
ของบริษัทสยามโซเคอิ ฯลฯ โดยกรณี เดอะ คาริสมา ลูกค้าระบุในข้อร้องเรียนว่าไม่สามารถส่งมอบห้อง
ชุดได้ตามสัญญา จึงต้องการเงินคืน ล่าสุดได้นำเสนอเรื่องให้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (คคบ.)
พิจารณาแล้ว และมีมติส่งฟ้องร้องดำเนินคดีต่อศาล ส่วนโครงการพีคส์ทาวน์ เท่าที่ทราบมีปัญหาต้องหยุด
การก่อสร้าง เบื้องต้น สคบ.อยู่ระหว่างการนัดเจรจาไกล่เกลี่ยระหว่างผู้ประกอบการและผู้ร้องเรียน
สคบ.จึงขอแนะนำผู้บริโภคที่ต้องการจะซื้อห้องชุดในช่วงนี้ว่า ควรตรวจสอบรายละเอียดต่างๆ ให้ดี คือ 1)
ควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ประกอบการ และดูว่ามีสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือให้การสนับสนุน
สินเชื่อพัฒนาโครงการหรือไม่ และ 2)ตรวจสอบข้อความในสัญญาอย่างละเอียด โดยเฉพาะกรณีที่
ผู้ประกอบการไม่สามารถส่งมอบห้องชุดได้ทันตามที่วันเวลาที่ระบุในสัญญา เนื่องจากกรณีนี้สามารถเรียก
คืนเงินที่ชำระไปพร้อมดอกเบี้ยได้ นอกจากนี้ยังมีสิทธิ์เรียกร้องค่าปรับในอัตรา 0.01%-1% ของราคาขาย
ห้องชุดที่ระบุในสัญญาได้ด้วย
สถิติการร้องเรียนของผู้บริโภคเกี่ยวกับปัญหาที่อยู่อาศัยตั้งแต่กันยายน-พฤศจิกายน 2551 มีแนวโน้ม
เพิ่มขึ้นจาก 97 ราย เป็น 115 ราย และ 122 รายตามลำดับ ลดลงจากช่วงก่อนหน้านี้ที่มีปริมาณการ
ร้องเรียนเฉลี่ยเดือนละ 200-300 ราย แต่ไม่ได้หมายความว่าปัญหาจะลดลง สาเหตุน่าจะมาจากปัจจุบัน
ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ทราบว่า สคบ.ย้ายสถานที่ทำการจากทำเนียบรัฐบาล ไปอยู่ที่ศูนย์ราชการแจ้ง
วัฒนะแล้ว
นายกิตติศักดิ์ จำปาทิพย์พงศ์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ฮาริสัน จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ
"ประชาชาติธุรกิจ" ว่า แม้คอนโดฯบางโครงการอาจจะมีปัญหาแต่ตลาดคอนโดฯโดยรวมยังไม่น่าห่วง และ
ไม่ถึงขั้นเกิดปัญหาฟองสบู่แตกเหมือนปี 2540 เนื่องจากผู้ประกอบการระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้น
นอกจากนี้อุตสาหกรรมนี้ไม่มีเม็ดเงินจากอุตสาหกรรมอื่นไหลเข้ามาเหมือนอดีตที่ผ่านมา
"ตอนนี้ยังไม่น่าห่วงมาก เพราะดีเวลอปเปอร์ทุกคนเพลย์เซฟมานานแล้ว ที่น่าห่วงคือในช่วงที่เกิด
วิกฤตการณ์การเงินโลก ดีเวลอปเปอร์ที่อิงเงินลงทุนจากกองทุนต่างประเทศ และไม่มีฐานเงินทุนใน
ประเทศ อาจประสบปัญหาหากจะเพิ่มทุนในอนาคต" นายกิตติศักดิ์กล่าว
สอดคล้องกับความเห็นของแหล่งข่าวจากวงการอสังหาริมทรัพย์ที่มองว่า ปัญหาคอนโดฯหยุดหรือชะลอ
การก่อสร้าง หลักๆ เกิดจากสถาบันการเงินไม่ย่อมปล่อยสินเชื่อ ทำให้สภาพคล่องสะดุด หรือรายงานอีไอ
เอไม่ผ่านการพิจารณา บวกกับได้รับผลกระทบจากวิกฤตการเงินโลกและเศรษฐกิจโดยรวมที่ชะลอตัวลง
จึงเลือกที่จะยกเลิกโครงการ และคืนเงินดาวน์ให้กับลูกค้า
อย่างโครงการย่านพัฒนาการ ของบริษัทโนเบิล นาโน ในเครือ บมจ.โนเบิล ดีเวลลอปเม้นท์ ซึ่งเดิมจะ
ก่อสร้างบนเนื้อที่ 20 ไร่ จากทั้งหมด 110 ไร่ รูปแบบเป็นอาคารสูง 8 ชั้น 7 คลัสเตอร์ จำนวน 882 ยูนิต
ราคาขายเริ่มต้นที่ 1.88 ล้านบาท/ยูนิต มูลค่าโครงการ 2,300 ล้านบาท คืนเงินดาวน์ให้กับลูกค้าที่จองซื้อ
ห้องชุด หลังปรับเปลี่ยนคอนเซ็ปต์ในการพัฒนาโครงการเป็นรูปแบบอื่น
ส่วนโครงการเดอะ คาริสมา สุขุมวิท คอนโดมิเนียม สุขุมวิท 36 ที่พัฒนาโดยบริษัท อินสไตล์ เอสเตท
เอกมัย จำกัด ของกลุ่มปราณีภัณฑ์ ไม่สามารถขึ้นโครงการได้เพราะสถาบันการเงินไม่ปล่อยสินเชื่อทำให้
ขาดสภาพคล่อง ทั้งๆ ที่จ่ายค่าซื้อที่ดินไปแล้ว จนทำให้ไม่สามารถคืนเงินให้กับลูกค้าบางส่วนได้
ผู้สื่อข่าวสอบถามกรณีดังกล่าวจากนายพีระศักดิ์ กลิ่นสุนทร กรรมการผู้จัดการ บริษัทอินสไตล์ เอสเตทฯ
ในเครือปราณีภัณฑ์กรุ๊ป ได้รับการชี้แจงว่ายังไม่สะดวกที่จะให้รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เนื่องจากติด
ภารกิจในต่างจังหวัด
ขณะที่นายธงชัย บุศราพันธ์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.โนเบิล ดีเวลลอปเม้นท์ ชี้แจงก่อนหน้านี้ว่าได้หยุดทำ
กิจกรรมการตลาดและการขายโครงการ โนเบิล นาโน ย่านพัฒนาการ และคืนเงินจองให้กับลูกค้าที่จอง
ซื้อห้องชุดโครงการดังกล่าวแล้ว เนื่องจากต้องการรอความชัดเจนในการเปิดให้บริการโครงการรถไฟฟ้า
สายแอร์พอร์ตเรลลิงก์ ที่ขยายระยะเวลาเปิดให้บริการออกไปถึงปลายปี 2552
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า โครงการเดอะ คาริสมา สุขุมวิท คอนโดมิเนียม สุขุมวิท 36 ตั้งอยู่บนพื้นที่ 1
ไร่เศษ เดิมมีแผนจะพัฒนาเป็นอาคารสูง 23 ชั้น ประกอบด้วยห้องชุด ขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 31-123 ตร.
ม. ราคาขายเฉลี่ย 7 หมื่นบาท/ตร.ม. เปิดการขายครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคม 2548 ที่ผ่านมา สำหรับ
โครงการอื่นๆ ที่บริษัทอินสไตล์ เอสเตทฯ พัฒนาและเปิดขายช่วงก่อนหน้านี้ ได้แก่ โครงการเดอะ
โคโลนี สุขุมวิท 11 มูลค่าโครงการประมาณ 1,000 ล้านบาท, เดอะ โคโลนี พาร์ค ลุมพินี มูลค่าโครงการ
450 ล้านบาท, โครงการเดอะ ซิตี้ ลีฟวิ่ง รัชดาภิเษก>