ลูกค้าธอส.โวยเงินกู้สวัสดิการบังคับจ่าย3งวด

ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" ได้รับการร้องเรียนจากลูกค้าธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ว่า จากที่ได้ยื่นขอ
สินเชื่อซื้อบ้านกับธนาคารช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2553 ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่สินเชื่อว่า ธอส.เพิ่งจะ
ปรับหลักเกณฑ์เงื่อนไขในการพิจารณาให้สินเชื่อใหม่ ในส่วนของลูกค้าที่ยื่นขอสินเชื่อภายใต้โครงการสวัสดิการ
ของหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และบริษัทเอกชน โดยกำหนดให้ลูกค้าที่ได้รับอนุมัติวงเงินสินเชื่อจาก ธอส.
ต้องจ่ายค่างวดบ้านในงวดแรกล่วงหน้า 3 เดือนรวด โดยให้เหตุผลว่า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาหนี้เสีย (เอ็นพี
แอล) ขณะที่ลูกค้าที่ยื่นขอกู้ปกติโดยไม่ผ่านโครงการสวัสดิการไม่ได้รับผลกระทบจากหลักเกณฑ์ใหม่นี้

เนื่องจากที่ผ่านมาลูกค้าที่ยื่นขอสินเชื่อซื้อบ้านภายใต้โครงการสวัสดิการจำนวนมากไม่ยอมจ่ายชำระค่างวดบ้าน
ตามสัญญา เพราะเดิมเงื่อนไขการกู้กำหนดให้ลูกค้าที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อผ่อนชำระค่างวดประจำเดือนงวดที่ 1
และ 2 ด้วยตัวเองด้วยการนำเงินเข้าบัญชีของธนาคาร จากนั้นตั้งแต่เดือนที่ 3 หรืองวดที่ 3 เป็นต้นไปหน่วยงานต้น
สังกัดจึงจะหักเงินเดือนลูกค้าเพื่อผ่อนชำระค่าบ้านให้กับ ธอส.แทน แต่หลายหน่วยงานหักบัญชีเงินให้ล่าช้า ทำ
ให้ ธอส.ต้องปรับเปลี่ยนเงื่อนไขหลักเกณฑ์เพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

สำหรับข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจที่ถูกคุมเข้มการพิจารณาสินเชื่อ อาทิ ตำรวจ ทหาร ครู พนักงาน
องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เป็นต้น อย่างไรก็ตามหลังจากประกาศใช้ระเบียบใหม่ หน่วยงานราชการ
รัฐวิสาหกิจ และพนักงานเอกชนที่ใช้สินเชื่อสวัสดิการกับ ธอส. เช่น กระทรวงวัฒนธรรม กลุ่มบริษัททรู เป็นต้น
ร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องนี้จำนวนมาก นอกจากนี้บางหน่วยงานแม้จะกู้ผ่านโครงการสวัสดิการที่ทำข้อตกลงไว้กับ
ธอส.ก็ยังถูกปรับลดเครดิตลงด้วย เช่น เดิมเป็นลูกค้าชั้น A กู้ซื้อบ้านได้ 100% ถูกปรับลดเป็นชั้น B กู้ได้ 80%
ของราคาประเมินหลักประกัน หรือราคาซื้อขาย หรือถูกคิดดอกเบี้ยในอัตราที่สูงขึ้น เป็นต้น

กรณีที่เกิดขึ้นลูกค้าที่กู้ซื้อบ้านโครงการที่ไม่มีการผ่อนดาวน์ หรือซื้อบ้านมือสองจะได้รับผลกระทบมาก
เนื่องจากวงเงินกู้ถูกหักเป็นเงินค่างวด

3 เดือนล่วงหน้า เช่น ยื่นขอกู้ 1,500,000 บาท อัตราผ่อนค่างวดเดือนละ 8,000 บาท หัก 3 เดือนล่วงหน้า เป็นเงิน
24,000 บาท ทำให้วงเงินกู้คงเหลือเพียง 1,476,0000 บาท ซึ่งลูกค้าจะต้องหาเงินส่วนต่าง 24,000 บาท มาชดเชย
ส่วนที่ขาดไปเอง

นางจามรี เศวตจินดา รองกรรมการผู้จัดการ ธอส. ชี้แจงปัญหาที่เกิดขึ้นว่า เดิม ธอส.มีลูกค้าสวัสดิการไม่มากนัก
ทำให้การชำระค่างวดด้วยวิธีหักบัญชีเงินเดือนของผู้กู้ไม่มีปัญหา แต่ปัจจุบันสัดส่วนลูกค้ากลุ่มนี้เพิ่มขึ้นเป็น 50%
ของพอร์ตสินเชื่อรวม ทำให้วิธีการบริหารจัดการเริ่มทำได้ยากมากขึ้น แต่ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2553 ที่ผ่านมาเริ่มพบว่า
ลูกค้ากลุ่มสวัสดิการมีปัญหาหนี้เสียมากกว่า 100 หน่วยงาน

สาเหตุมาจาก 1.หน่วยงานไม่หักเงินเดือนส่งตั้งแต่งวดแรก ทั้งที่ธนาคารจัดส่งใบแจ้งยอดชำระค่างวดไปยัง
หน่วยงานต้นสังกัดประมาณวันที่ 20 ของทุกเดือน นอกจากนี้กว่า 90% ยังแจ้งกลับมาว่า ไม่สามารถหักเงินเดือน
และนำส่งค่างวดเดือนแรกให้ไม่ทัน แต่ได้นำส่งเงินงวดในเดือนถัดไปตามปกติในเดือนที่ 2 และ 3 เท่ากับว่าลูกค้า
ไม่ได้ชำระค่างวดบ้านเดือนแรก จึงต้องหามาตรการป้องกัน เพราะหากเงินงวดค้างสะสมครบ 3 เดือน ตาม
หลักเกณฑ์ธนาคารจะต้องตัดเป็นหนี้เสียทันที 2.บางหน่วยงานต้องจัดส่งใบแจ้งยอดต่อไปยังหน่วยงานใน
ต่างจังหวัดที่ลูกค้าประจำการอยู่ ทำให้เกิดความล่าช้าในการหักเงินเดือนนำส่ง

นางจามรีกล่าวว่า ที่ผ่านมา ธอส.ออกแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยการออกเกณฑ์ให้ลูกค้ากลุ่มนี้ชำระเงินงวด
ด้วยตัวเองแบบลูกค้ารายย่อยทั่วไปช่วง 2 เดือนแรก แต่ลูกค้าบางรายก็ยังไม่ปฏิบัติตาม จึงต้องออกกฎระเบียบ
วิธีการชำระค่างวดใหม่ มีผลตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา กำหนดให้ลูกค้ากลุ่มนี้ชำระค่างวดล่วงหน้าใน 3
เดือนแรก โดยนำเงินฝากไว้ในบัญชีเงินฝากของผู้กู้ และ ธอส.จะหักค่างวดจากบัญชีดังกล่าว เพื่อให้หน่วยงาน
กลุ่มลูกค้าสวัสดิการมีเวลาดำเนินการนำส่งเงินงวดในเดือนที่ 4>

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง