นายธีรศักดิ์ สุวรรณยศ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ได้ขยายระยะเวลาโครงการ
สินเชื่อรีไฟแนนซ์ 150 ซึ่งเป็นโครงการรีไฟแนนซ์บ้าน (ที่อยู่อาศัย) จากสถาบันการเงินอื่น จากเดิมหมด
ระยะเวลาโครงการวันที่ 31 ก.ค. ที่ผ่านมา เป็นวันที่ 31 ต.ค.ที่จะถึงนี้ และเพิ่มสิทธิพิเศษให้กับผู้ขอสินเชื่อร่วม
สามารถขอวงเงินส่วนเพิ่มร่วมกับผู้ขอสินเชื่อหลักได้ทุกวงเงิน ซึ่งธนาคารมีวงเงินส่วนเพิ่มให้ ได้แก่ วงเงินเบิก
ถอนเงินสด วงเงินอเนกประสงค์ และวงเงินสินเชื่อเพื่อรีไฟแนนซ์หนี้บัตร/สินเชื่อบุคคล โดยใช้หลักประกัน
เดียวกับผู้ขอสินเชื่อหลัก
"หลังจากที่ธนาคารได้ออกโครงการสินเชื่อรีไฟแนนซ์ 150 มาเป็นระยะเวลา 3 เดือน คือ ตั้งแต่ พ.ค.-ก.ค. 2553
พบว่า ลูกค้าให้การตอบรับที่ดี และทำให้ธนาคารเชื่อว่าสินเชื่อตัวนี้ จะช่วยแบ่งเบาภาระให้กับประชาชนที่
เดือดร้อนในการผ่อนชำระ หรือมีปัญหาด้านการเงิน" นายธีรศักดิ์กล่าว
นอกจากนี้ ธนาคารยังมีวงเงินส่วนเพิ่มให้ หากลูกค้าต้องการ และให้สิทธิพิเศษผู้ขอสินเชื่อร่วมสามารถขอวงเงิน
ส่วนเพิ่มร่วมกับผู้ขอสินเชื่อหลักได้อีกด้วย โดยคิดอัตรากำไรวงเงินส่วนเพิ่มอยู่ที่ SPRR+1.50 หรือ 8.75% ต่อ
ปี เป็นอัตรากำไรที่ต่ำ และขยายเวลาผ่อนชำระสูงสุดถึง 30 ปี ยกเว้นวงเงินเบิกถอนเงินสดที่ต้องทบทวนวงเงินทุก
ปี ซึ่งเชื่อโครงการนี้จะได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าที่ต้องการรีไฟแนนซ์บ้าน
สินเชื่อรีไฟแนนซ์ 150 เป็นสินเชื่อที่มีวัตถุประสงค์เพื่อไถ่ถอนที่อยู่อาศัย บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ ห้องชุด
และอาคารพาณิชย์ เป็นที่อยู่อาศัยของตนเองและครอบครัว เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กิจการลูกค้า และเพื่อใช้ใน
การอุปโภคบริโภคที่จำเป็น โดยธนาคารให้วงเงินสินเชื่อสูงสุดถึง 150% ของภาระหนี้คงเหลือ แต่ไม่เกิน 100%
ของราคาประเมิน ซึ่งลูกค้าจะได้วงเงินสินเชื่อเพื่อไถ่ถอนที่อยู่อาศัย 100% ของภาระหนี้คงเหลือ ส่วนที่เหลือเป็น
วงเงินส่วนเพิ่มอีก 50%
ธนาคารคิดอัตรากำไรสำหรับสินเชื่อเพื่อไถ่ถอนที่อยู่อาศัย 2 ทางเลือก คือ ทางเลือกที่ 1 ปลอดชำระเงินต้น 1 ปี
แรก ปีที่ 1 อัตรากำไร 2.50% ปีที่ 2 SPRL-2.0% และปีที่ 3 ขึ้นไป SPRL-1.25% ส่วนทางเลือกที่ 2 ผ่อนชำระ
ปกติ ปีที่ 1 คิดอัตรากำไร 2.00% ปีที่ 2 SPRL-2.50% ปีที่ 3 ขึ้นไป SPRL-1.50%>