จัดประชาพิจารณ์พ.ร.บ.ภาษีที่ดิน

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมาว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้จัดรับฟังความคิดเห็น
หลักการร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูก สร้าง พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงการคลังเสนอตามมติคณะรัฐมนตรี
(ครม.)ใน 3 ประเด็น คือ การกระจายการถือครองที่ดินและกระตุ้นให้มีการนำที่ดินรกร้างว่างเปล่ามาใช้ประโยชน์มากขึ้น
การลดหย่อนและยกเว้นการจัดเก็บภาษีให้แก่เกษตรกรและเจ้าของโรงเรือนอยู่ อาศัยตามความเหมาะสม และประเด็น
สุดท้าย คือ การจัดตั้งธนาคารกองทุนที่ดินเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากไร้

ทั้งนี้ หลังจากรับฟังความคิดเห็นแล้ว สศค. จะนำผลการรับฟังความคิดเห็นที่ได้รับมาเป็นข้อมูลประกอบปรับปรุงร่าง
พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ หลังจากนั้นสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจะนำเสนอให้ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบอีกครั้ง
ก่อนที่จะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป หากสภาเห็นชอบและกฎหมายมีผลบังคับใช้จะให้เวลา
ประชาชนในการเตรียมตัว 2 ปี ซึ่งกระทรวงการคลังจะทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจแก่ประชาชน

นายสาธิต รังคสิริ ผู้อำนวยการ สศค. กล่าวว่า ปัจจุบันการจัดเก็บภาษีที่ดินมี 2 ส่วน คือ เก็บจากการถือครองและจัดเก็บ
การเปลี่ยนมือในที่ดิน ซึ่ง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะช่วยให้การจัดเก็บมีประสิทธิภาพมากขึ้น นับเป็นก้าวแรกที่
กระทรวงการคลังให้บุคคลมีทรัพย์สินมากเสียภาษีมาก ภาษีนี้จะเป็นภาษีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) นำไป
บริหารท้องถิ่นต่อไป สามารถลดการพึ่งพิงงบประมาณจากรัฐบาลกลางลงได้ ขณะเดียวกันรัฐบาลก็จะมีเงินไปใช้บริหาร
ประเทศในด้านอื่นมากขึ้น

สำหรับการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จะดำเนินการโดยให้มีการยกเลิกภาษีโรงเรือนและที่ดิน และภาษีบำรุง
ท้องที่ที่จัดเก็บอยู่ในปัจจุบัน แล้วจัดเก็บเป็นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยให้ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจัดเก็บจาก
บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และผู้ครอบครอง หรือทำประโยชน์ในที่ดินและสิ่งปลูก
สร้างของรัฐ ซึ่งการจัดเก็บภาษีจะเก็บจากมูลค่าทรัพย์สินซึ่งคำนวณจากฐานราคาประเมินทุน ทรัพย์ประเภทที่ดิน สิ่งปลูก
สร้าง และห้องชุดตามประมวลกฎหมายที่ดินที่เป็นปัจจุบัน และเพดานที่เรียกเก็บ 3 อัตรา คือ อัตราภาษีทั่วไปไม่เกิน 0.5
%ที่อยู่อาศัยโดยไม่ประกอบเชิงพาณิชย์ ไม่เกิน 0.1 %และที่เกษตรกรรมไม่เกิน 0.05 %นับเป็นอัตราต่ำสุดในภูมิภาคนี้
แต่จัดเก็บภาษีได้มากกว่าเดิม

ส่วนที่ดินที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพที่ดินใน 3 ปีแรกให้เสียภาษีไม่เกิน 0.5% ตามอัตราที่
กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา หากยังมิได้ทำประโยชน์อีกให้เสียเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่า ในทุก 3 ปี แต่ไม่เกิน 2 %ของราคา
ประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน สำหรับอัตราภาษีที่เรียกเก็บดังกล่าว จะกำหนดโดยคณะกรรมการอัตราภาษีจากส่วนกลาง กรณี
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เห็นว่าอัตราภาษีที่คณะกรรมการต่ำเกินไป ก็สามารถกำหนดอัตราภาษีเพิ่มขึ้น แต่ไม่
เกินเพดานอัตราภาษีที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังเสนอให้การกำกับดูแลการใช้จ่ายเงินภาษีอย่างมี
ประสิทธิภาพ โดยให้ อปท. จัดทำรายงานบัญชีเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศต่อไป แต่ท้องถิ่นยังมีอำนาจในการ
บริหารเงินอยู่

ปัจจุบันที่ดินในประเทศไทยประมาณ 70 %ไม่ได้ใช้ประโยชน์ เป็นการครอบครอง เพื่อเก็งกำไร แทนที่จะมีการกระจาย
ความเป็นเจ้าของ กฎหมายนี้จะบรรเทาปัญหาเหล่านี้ลง เพราะผู้ไม่ได้ใช้ประโยชน์จะเสียภาษีมากกว่า นอกจากนี้ เงินจาก
ภาษีที่ดินจะนำไปสู่การสร้างธนาคารที่ดินที่เป็นความหวังของคนที่ไม่มีที่ดินทำกินมีโอกาสใช้ที่ดินชุมชนทำกินต่อไป

ส่วนรูปแบบจะมีการกำหนด โดยจะต้องมั่นใจได้ว่า จะไม่มีการนำที่ดินที่ได้ไปขายเปลี่ยนมือให้คนรวยง่าย ๆ อีกต่อไป
เพื่อให้ลูกหลานได้มีที่ทำกินขณะนี้ได้ดำเนินการไปบ้างแล้ว ซึ่งในฐานะประธานคณะกรรมการบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย
(บสท.) จะปิดตัวลงได้กลางปีหน้า ในระหว่างนี้ได้คัดเลือกที่ดินจำนวนประมาณ 30,000 ไร่ มูลค่า 1,500 ล้านบาท เพื่อนำ
ที่ดินดังกล่าวออกใช้ในการจัดทำโฉนดชุมชนตามนโยบายของรัฐบาลเพื่อให้ประชาชนซึ่งไร้ที่ทำกิน จะได้มีโอกาสมีที่ดิน
ทำกินต่อไป>

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง