สำหรับการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มกับผู้ส่งออกหรือธุรกรรมบางประเภท บทบัญญัติตามประมวลรัษฎากรให้จัดเก็บในอัตราร้อยละ 0
หากท่านได้ศึกษาพระราชกฤษฎีกา ออกตามความประมวลรัษฎากรฉบับที่ 507 จะพบว่าเป็นการระบุอัตราจัดเก็บต่อเนื่องอัตราเดียวกับที่จัดเก็บตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2551 ถึงวันที่ 30 ก.ย. 2553 กล่าวคือ จัดเก็บในอัตราร้อยละ 6.3 แต่การจัดเก็บภาษีในอัตราร้อยละ 6.3 นี้ จะบังคับใช้เป็นเวลา 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2553 ถึงวันที่ 30 ก.ย. 2555
และเมื่อใกล้ถึงเดือน ต.ค. 2555 ให้ท่านติดตามดูอีกครั้งว่าตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2555 เป็นต้นไป จะจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 9 ตามที่ระบุไว้ในพระราชกฤษฎีกาฉบับดังกล่าวหรือไม่
มีบางท่านได้อ่านพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 507 แล้ว คิดว่าเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 6.3 แต่เมื่อไปยื่นแบบเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ทำไมเสียภาษีอัตราร้อยละ 7 ซะนี่ ก็ว่าอ่านไม่ผิดนี่นา ซึ่งก็ถูกของท่าน แต่อย่าลืมว่ากฎหมายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งได้แก่ กรุงเทพมหานคร พัทยา เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด และองค์การบริหารส่วนตำบล ระบุให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 1/9 ของอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บตามประมวลรัษฎากร (6.3 x 1/9 = 0.7) โดยให้กรมสรรพากรเป็นผู้จัดเก็บแทน
ดังนั้น เมื่อยื่นแบบเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจึงเสียภาษีในอัตราร้อยละ 7 ทีนี้คงทราบที่มาแล้ว
สำหรับผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่เป็นผู้ส่งออก หรือผู้ที่ได้สิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอัตราร้อยละ 0 ก็จะไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บเพิ่มขึ้น 1/9 ของอัตราภาษีที่จัดเก็บตามประมวลรัษฎากร เพราะเมื่อคำนวณแล้ว ผลลัพธ์ออกมาเป็น 0 นั่นเอง
อัตราร้อยละ 0 นั้น ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ได้เรียกเก็บภาษีจากผู้ซื้อสินค้าหรือบริการ ทำให้ราคาของสินค้าหรือบริการสามารถแข่งขันในตลาดได้ ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่เสียภาษีอัตราร้อยละ 7 (รวมภาษีที่จัดเก็บให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น) หรืออัตราร้อยละ 0 สามารถขอคืนภาษีซื้อที่เกิดขึ้นจากการประกอบกิจการได้ แต่พิจารณาให้ดีว่าภาษีซื้อนั้นเกี่ยวข้องกับกิจการหรือไม่ และต้องไม่เป็นภาษีซื้อต้องห้าม
ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการหรือนำเข้าสินค้าคงใจชื้นไปได้อีก 2 ปี ที่รัฐยังคงจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราเดิมเหมือนก่อนหน้านี้
และเมื่อใกล้ถึงเดือนต.ค. 2555 ควรติดตามข้อมูลข่าวสารอีกครั้งว่าภาษีมูลค่าเพิ่มจะจัดเก็บในอัตราใด จะได้นำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการวางแผน บริหารกิจการรวมถึงเตรียมพร้อมเกี่ยวกับราคาสินค้าหรือบริการและการออกใบกำกับภาษีให้ถูกต้อง
แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
-
เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย