10 กลยุทธ์การวางแผนภาษีของธุรกิจครอบครัว

แม้ว่าการวางแผนภาษีธุรกิจครอบครัวต้องจ้างที่ปรึกษามืออาชีพ อาจเป็นนักกฎหมายและนักบัญชีที่มีความรู้เรื่องภาษีอากรมาช่วยวางแผนภาษีเสมอ แต่ก็ได้เตือนสติไว้ว่าค่าใช้จ่ายเหล่านี้หักเป็นรายจ่ายได้ เท่ากับว่าท่านได้ส่วนลด 15-30% อยู่แล้วจึงไม่ต้องพะวง >

10 กลยุทธ์ต่อไปนี้เป็นหลักง่ายๆ ให้ท่านใช้ทดสอบกับที่ปรึกษาของท่านว่าน่าจะช่วยท่านได้จริงหรือไม่

1. เลือกจัดตั้งบริษัท โดยมีทุนจดทะเบียนเท่าที่จำเป็นตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ที่กฎหมายกำหนดไว้ โดยหลักบริษัทครอบครัวอาจใช้ทุนชำระแล้วเพียง 5 ล้านบาท เพื่อใช้สิทธิประโยชน์จากอัตราภาษีที่ต่ำในอัตราก้าวหน้า15% 25% และ 30% ขึ้นอยู่กับกำไร โดยเริ่มจาก 1-3 ล้านบาท แทนที่จะเสียภาษี 30% ปัจจุบันบริษัท SME ยังได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ส่วนกำไรที่ไม่เกิน 1 แสนบาทอีกด้วย

2. เลือกหักรายจ่ายได้โดยไม่ต้องห้ามตามกฎหมาย ดูว่าธุรกิจครอบครัวมีรายจ่ายใดที่สามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายของบริษัทธุรกิจครอบครัวได้บ้าง และหากรายจ่ายนั้นได้จ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นหรือกรรมการโดยไม่รับยกเว้น หรือเสียภาษีในอัตราน้อยแล้วก็จะเป็นประโยชน์ รายจ่ายเหล่านั้นคือรายจ่ายที่ผู้ประกอบการหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ เช่น ค่าใช้จ่ายในเรื่องของค่าตอบแทนกรรมการ การกำหนดให้สมาชิกในครอบครัวเป็นผู้มีรายได้ในฐานะลูกจ้าง (ในจำนวนที่เหมาะสม)

3. เลือกดูเรื่องการหักค่าเสื่อมราคาของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นอาคาร ทรัพย์สินเครื่องมือ หรือรถยนต์ (ซึ่งคนธรรมดาหักไม่ได้) แต่แน่นอนก็ต้องดูว่ามีข้อจำกัดในการหักค่าเสื่อมราคาอย่างไร

4. เลือกใช้สิทธิในการหักค่าเสื่อมราคาหรือค่าใช้จ่ายในอัตรา 2 เท่า หรืออัตราเร่งตามสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่กฎหมายให้ เช่น หากใช้บริษัทที่ทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท (SME) และมีสินทรัพย์ถาวร (ไม่รวมที่ดินไม่เกิน 200 ล้านบาท) และจ้างแรงงานไม่เกิน 200 คน ก็สามารถหักค่าเสื่อมในอัตราเร่งได้

5. เลือกการใช้สิทธิประโยชน์ของกรรมการและลูกจ้าง ที่หักเป็นรายจ่ายหรือค่าเสื่อมราคาโดยกรรมการ ลูกจ้าง อาจได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมเป็นเงินได้ เช่น การให้รถยนต์ ค่ารักษา ค่าประกันสุขภาพ ประกันชีวิต ที่บริษัทสามารถหักรายจ่ายและผู้รับได้รับยกเว้นภาษีหรือเสียภาษีในอัตราต่ำ โดยต้องมีการกำหนดข้อบังคับสภาพการจ้างหรือข้อบังคับการทำงานให้สอดคล้องกัน

6. เลือกการหักค่าใช้จ่ายจากค่ารับรอง หรือค่าส่งเสริมการขายเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจ โดยต้องดูกฎเกณฑ์และแนวปฏิบัติของกรมสรรพากรให้ดี

7. เลือกทำธุรกิจแบบ Home Office หากใช้อาคารที่ทำงานในลักษณะเป็น Home Office ก็ต้องมีข้อตกลงในการแบ่งแยกประเภท สัดส่วนหรือการแบ่งมิเตอร์ไฟฟ้าและประปาให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้รายจ่ายต้องห้ามและผู้รับประโยชน์ไม่ต้องเสียภาษี

8. เลือกหักค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยในเรื่องการลงทุนหรือขยายกิจการ โดยรวมทั้งค่าใช้จ่ายที่เกิดจากผลขาดทุนในการเริ่มทำธุรกิจที่นำมาเป็นค่าใช้จ่ายได้

9. เลือกการกระจายฐานภาษีโดยการจัดตั้งคณะบุคคล การจัดตั้งบริษัทในเครือประกอบการตามรูปแบบ รวมถึงแยกสัญญาออกไป แต่การกระจายฐานภาษี การแยกรูปแบบ ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของสาระ (Substance) มากกว่ารูปแบบ (Form) กล่าวคือ ต้องสอดคล้องกับหลักปฏิบัติทางธุรกิจทั้งกฎหมาย บัญชี โดยมีเอกสารและหลักปฏิบัติสอดคล้องกัน

10. เลือกการจ้างที่ปรึกษามืออาชีพในการจัดตั้งบริษัทตามกฎหมาย ตลอดจนวางระบบบัญชีและเสียภาษี และวางแผนภาษีให้ถูกต้องโดยต้องยอมลงทุนเพราะหักเป็นรายจ่ายได้ เพื่อไม่ให้ถูกประเมินภาษีอันจะเป็นความเสี่ยงทางกฎหมายที่จะทำให้ธุรกิจครอบครัวต้องเสียหาย เสียชื่อเสียงและภาพลักษณ์ และธุรกิจอาจจะไม่สามารถเจริญเติบโตหรือสูญสลายได้ในที่สุด

กลยุทธ์ 10 ประการดังกล่าวเป็นหลักการทั่วไปที่เจ้าของธุรกิจครอบครัวคงจะได้มีความรู้เพื่อไปคุยกับที่ปรึกษา โดยจะปล่อยหน้าที่ทั้งหมดเป็นของผู้จัดการบัญชีผู้จัดการฝ่ายการเงินหรือที่ปรึกษาแต่เพียงอย่างเดียวไม่ได้ การศึกษาหาความรู้ในเรื่องการวางแผนภาษีจึงมีความสำคัญสำหรับธุรกิจครอบครัวเป็นอย่างมาก ที่สำคัญต้องเสียภาษีให้ถูกต้องครบถ้วนอย่าหนีภาษี การเสียภาษีให้ถูกต้องครบถ้วน (แต่ไม่มากเกินสมควร) เป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ยากครับ

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง