นายสิงห์ชัย บุญยโยธิน ผู้อำนวยการสำนักตลาดการเงิน ฝ่ายตลาดการเงินและบริหารเงินสำรอง ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า ยอมรับว่าเงินบาทในขณะนี้อ่อนค่าสุดในภูมิภาคเอเชีย แต่ก็ยังคงเป็นการอ่อนค่าที่สอดคล้องกับสกุลเงินในภูมิภาคนี้โดยเป็นผลมาจากการแก้ไขปัญหาของกรีซและปัจจัยการเมืองที่เกิดขึ้นภายในประเทศไทยทำให้นักลงทุนต่างชาติชะลอการลงทุน
"เงินบาทเริ่มอ่อนค่าในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมาหรือในเดือน พ.ค. และเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา และขณะนี้เงินบาทอ่อนค่าโดดกว่าคนอื่นไม่ได้อ่อนค่ามากจนผิดปกติ และไม่ต่างกับที่แบงก์ชาติคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ขณะที่ปัจจุบันเงินบาทมีความผันผวน 3-4% อยู่ในระดับใกล้เคียงกับสกุลเงินในภูมิภาคนี้ประมาณ4-5% ดังนั้นธปท.เชื่อว่าจะสามารถรับมือเรื่องนี้ได้อยู่"
การไหลออกของเงินทุนในขณะนี้ยังไม่ได้มีอะไรที่ผิดปกติจนมีนัยสำคัญ โดยเงินทุนไหลออกทั้งการลงทุนในหุ้นและพันธบัตรที่เกิดขึ้นทั้งภูมิภาค โดยที่เห็นได้ชัดเจนขึ้น คือนักลงทุนต่างชาติที่มีการลงทุนในพันธบัตรระยะสั้นของไทย ซึ่งส่วนใหญ่อายุต่ำกว่า 1 เดือนเมื่อพันธบัตรครบอายุก็จะนำเงินที่ได้ไปแลกกลับเป็นเงินดอลลาร์และนำเงินออกไป เพื่อรอดูสถานการณ์ก่อน และตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นในไทยทั้งสิ้น 2.5 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หากการแก้ไขปัญหากรีซมีความชัดเจนขึ้นก็อาจมีผลให้ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้น ทำให้ค่าเงินในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงค่าเงินบาทไทยแข็งค่าขึ้นได้ ขณะที่ปัจจัยการเมืองภายในประเทศเป็นเรื่องที่นักลงทุนต่างชาติใช้เป็นเพียงตัวประกอบที่ใช้ในการประเมินภาพรวมทั่วไปมากกว่า แต่เชื่อว่าสุดท้ายต่างชาติจะกลับเข้ามาลงทุนต่ออีก เพราะเศรษฐกิจเอเชียยังมีศักยภาพที่ดีอยู่
แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
-
เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย