บ้านหลังแรกดอกเบี้ย0%5ปีสุดท้ายแค่ลมปาก“ยิ่งลักษณ์”

เริ่มบริหารประเทศไม่ถึง 1 เดือน รัฐบาล"ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" เริ่มออกอาการกลืนน้ำลายตัวเอง ตั้งแต่ยังไม่
เริ่ม ดำเนินการตามที่หาเสียงไว้ โดยไม่สนใจว่าประชาชนจะผิดหวังกับการบริหารประเทศของนายกรัฐมนตรี
หญิงคนแรกมากน้อยแค่ไหน

หนึ่งในนโยบายการหาเสียงที่ประชาชนชื่นชอบและตัดสินใจเลือกพรรคเพื่อไทยเข้ามาบริหารประเทศ คือ
นโยบายอัตราดอกเบี้ยบ้าน 0% นาน 5 ปี สำหรับผู้ซื้อบ้านหลังแรก เพราะมีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถ
ซื้อบ้านเป็นของตัวเองได้ ซึ่งคิดว่าเมื่อพรรคเพื่อไทยเข้ามาบริหารประเทศจะสามารถซื้อบ้านได้ง่ายขึ้น

แต่สุดท้ายแล้ววิรุฬ เตชะไพบูลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ก็ออกมาปฏิเสธว่า พรรคเพื่อไทย
ไม่เคยหาเสียงว่ามีนโยบายดอกเบี้ย 0% นาน 5 ปี มีแต่เรื่องมาตรการลดหย่อนภาษีเท่านั้นที่จะนำมาใช้ในการ
กระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ขณะที่บุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้เรียกอธิบดีกรมสรรพสามิตและอธิบดีกรมสรรพากรหารือเกี่ยวกับมาตรการ
ทางด้านภาษีของโครงการบ้านหลังแรก โดยได้สั่งการให้ไปหาวิธีปฏิบัติ อาจจะเป็นการเพิ่มสิทธิลดหย่อนในการ
ซื้อบ้านหลังแรกได้ไม่เกิน 300,000 บาท ไม่ใช่การคิดอัตราคงที่ 0% เป็นเวลา 1 ปี เพราะมีปัญหาต่องบประมาณที่
จะบรรจุเข้าไปในงบประมาณปี 2555 และคาดว่าจะไม่สามารถเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี( ครม.)ได้ทันสัปดาห์
หน้า เพราะยังติดปัญหาเรื่องระยะเวลาและวงเงินของโครงการ แต่คาดว่าจะเป็นบ้านที่มีราคาไม่เกิน 3-4 ล้านบาท
โดยมีระยะเวลาของมาตรการ 1 ปี

ในส่วนของนโยบายบ้านหลังแรกนั้น สรุปเบื้องต้นว่าคงเป็นเพียงมาตรการชั่วคราว ระยะเวลา 1 ปี คาดว่า
จะได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้ โดยพิจารณาแนวทางการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา วงเงินไม่เกิน 300,000บาท
จากการซื้อบ้านหลังแรก และคาดว่าจะเริ่มใช้ได้ในปีงบประมาณ 2555 ซึ่งจะพยายามให้เดินไปพร้อมกับโครงการ
บ้านหลังแรก 0% ของธอส. ส่วนการลดค่าธรรมเนียมและภาษีการโอนนั้นคงจะพิจารณากันอีกครั้งในส่วน
ผลกระทบที่จะมีต่อการจัดเก็บรายได้ของภาครัฐ

ขณะที่มีรายงานจากกระทรวงการคลังว่า มาตรการลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรกจะกำหนดราคาบ้านที่มีราคา
ไม่เกิน 5 ล้านบาท โดยให้หักลดหย่อนได้ไม่เกิน 300,000 บาท เป็นเวลา 5 ปี หรือเฉลี่ยปีละ 60,000 บาท

อิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า การหักภาษีการซื้อบ้านเป็นค่าใช้จ่าย 300,000 บาท
เป็นมาตรการที่ไม่ได้ช่วยให้คนส่วนใหญ่มีบ้านง่ายขึ้น และสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการขณะนี้คือมาตรการดอกเบี้ย 0%
นาน 4 ปี หรือ 5 ปี มากกว่ามาตรการลดหย่อนภาษี ซึ่งรัฐบาลควรทำตามที่หาเสียงไว้

เอกชนอัดสร้างความสับสน

อธิป พีชานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า รัฐบาลพูดกลับไปกลับมาเช่นนี้
ทำให้ผู้บริโภคสับสน เพราะก่อนหน้านี้ประกาศว่าจะมีดอกเบี้ย 0% คงที่ นาน 5 ปี สำหรับผู้ซื้อบ้านในราคาไม่
เกิน 4 ล้านบาท ระยะหลังเปลี่ยนเป็น 4 ปี และสุดท้ายมาเปลี่ยนรูปแบบไปจากเดิม ทำให้ผู้บริโภคที่ชะลอการ
ตัดสินใจซื้อสับสนมากและเชื่อว่าจะทำให้ตลาดชะลอไปทั้งการซื้อ การโอน

สำหรับแนวทางที่ภาครัฐใช้ควรจะปรับให้เป็นวิธีใกล้เคียงกัน เช่น นำส่วนต่างดอกเบี้ยมาลดหย่อนได้เต็ม
จำนวน 5 ปี ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดี สำหรับดอกเบี้ย 0% นาน 5 ปี ภาครัฐอาจไม่ต้องการแบกภาระมาก จากเดิม
ธนาคารต้องรับผิดชอบส่วนต่างตรงๆ แต่ปรับเป็นคืนภาษีก็จะใช้เงินน้อยกว่า และประชาชนจะรู้สึกว่าได้เงื่อนไข
ใกล้เคียงกัน แต่เปลี่ยนมาเป็นหักเงินซื้อบ้าน 300,000บาท ถือเป็นคนละเรื่องกับที่เคยประกาศไว้

ยอดขายวูบ 10%

ด้านชุติมา ตั้งมติธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลจาก
ความล่าช้าในการออกมาตรการลดหย่อนภาษีและค่าธรรมเนียมโอนอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงมาตรการผ่อนบ้าน
หลังแรก อัตราดอกเบี้ย 0% นาน 5 ปี ตามที่รัฐบาลได้ประกาศไว้ตั้งแต่ช่วงหาเสียง ทำให้ยอดขายบ้านของบริษัท
ในช่วงเดือนกรกฎาคมลดลงมากถึง 10% บริษัทจึงคาดหวังว่ารัฐบาลจะเร่งดำเนินการเรื่องนี้ให้เกิดความชัดเจน
โดยเร็ว เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้อ

ยิ่งไปกว่านั้นนโยบายการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท ซึ่งจะกระทบต่อค่าครองชีพที่สูงขึ้นแล้ว
ราคาวัสดุก่อสร้างยังแพงขึ้น ต้นทุนการก่อสร้างก็สูงขึ้นเนื่องจากต้องใช้แรงงานก่อสร้างบ้าน และอาจทำให้บริษัท
จำเป็นต้องปรับราคาบ้านเพิ่มขึ้นอีก จากที่ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาบริษัทได้ปรับขึ้นไปแล้ว 5%

ส่วนโสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท
เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด กล่าวว่า มาตรการลดหย่อนภาษี 300,000 บาทสำหรับผู้ซื้อบ้านหลัง
แรกของรัฐบาล โดยไม่มีนโยบายลดดอกเบี้ย 0% นั้น ไม่มีผลต่อการกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์มากนัก
เนื่องจากตลาดอสังหาริมทรัพย์คึกคักตามภาวะเศรษฐกิจมากกว่า ซึ่งในช่วงปี 2553 อัตราดอกเบี้ยก็สูงแต่ตลาดก็
ยังเติบโต แต่หากรัฐบาลต้องการจะช่วยคนมีรายได้น้อย ก็ควรกำหนดเงื่อนไขที่ชัดเจน เช่น กำหนดราคาบ้านไม่
เกิน 1-2 ล้านบาท กำหนดรายได้ผู้ซื้อประมาณ 20,000-25,000 บาท เพื่อช่วยกลุ่มคนที่มีรายได้ปานกลางแท้จริง
และป้องกันคนรวยมาใช้สิทธิแทน

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง