จากการสำรวจข้อมูลผลการดำเนินงานของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง 1) ตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 22 ก.พ. 55 พบว่ากองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 35 กอง ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 2.17% โดยกองทุนที่ลงทุนในกรรมสิทธิ์ (Free Hold) ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 1.17% และกองทุนที่ลงทุนในสิทธิการเช่า (Lease Hold) ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 3.52%
สำหรับกองทุนอสังหาริมทรัพย์ประเภท Free Hold นั้น มีจำนวน 20 กองทุน โดยกองที่มีผลงานดีสุดให้ผลตอบแทน 9.78% และกองทุนที่มีผลงานแย่สุดให้ผลตอบแทนติดลบ 5.00% หรือต่างกัน 14.78%
โดยกองทุนประเภท Free Hold ที่มีผลงานดีสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ลักซ์ชัวรี่ (LUXF) ของ บลจ.ทหารไทย ให้ผลตอบแทน 9.78% 2) กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ศาลาแอทสาทร (SSPF) ของ บลจ.กรุงศรี ให้ผลตอบแทน 7.69% 3) กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์บางกอก (BKKCP) ของ บลจ.วรรณ ให้ผลตอบแทน 4.30% 4) กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์แบบมีกรรมสิทธิ์ 101 มนตรี สโตร์เรจ (MONTRI) ของ บลจ.ซีอเอ็มบี-พรินซิเพิล ให้ผลตอบแทน 3.13% และ 5) กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทีพาร์ค โลจิสติคส์ (TLOGIS) ของ บลจ.บัวหลวง ให้ผลตอบแทน 1.82%
ส่วนกองทุนอสังหาริมทรัพย์ประเภท Lease Hold ที่มีผลงานดีสุดนั้นให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 11.94% ในขณะที่กองที่แย่ที่สุดให้ผลตอบแทนเป็น 0 หรือต่างกัน 11.94%
โดยกองทุนประเภท Lease Hold ที่มีผลงานดีสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์โกลด์ (GOLDPF) ของ บลจ.กสิกรไทย ให้ผลตอบแทน 11.94% 2) กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา (CTARAF) ของ บลจ.กสิกรไทย ให้ผลตอบแทน 6.75% 3) กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ควอลิตี้ ฮอสพิทอลลิตี้ (QHOP) ของ บลจ.ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) ให้ผลตอบแทน 5.52% 4) กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี (DTCPF) ของ บลจ.กรุงไทย ให้ผลตอบแทน 4.89% และ 5) กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ไลฟ์สไตล์ (MJLF) ของ บลจ.กสิกรไทย ให้ผลตอบแทน 4.46%
นายวนา พูลผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ยูโอบี (ไทย) เปิดเผยว่า กองทุนอสังหาริมทรัพย์เป็นทางเลือกการลงทุนที่อยู่กึ่งกลางระหว่างตราสารหนี้กับหุ้น คือ ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าตราสารหนี้แต่มีความเสี่ยงที่น้อยกว่าหุ้นซึ่งเหมาะกับผู้ที่ต้องการแสวงหาผลตอบแทนที่สม่ำเสมอจากค่าเช่าในรูปของเงินปันผลในลักษณะที่คล้ายกับผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้ ซึ่งกองทุนอสังหาริมทรัพย์ในอุตสาหกรรมก็จ่ายปันผลเฉลี่ย 6 - 8% แล้วแต่ประเภทของอสังหาริมทรัพย์ที่เข้าไปลงทุนซึ่งน่าจะเป็นจุดประสงค์หลักของนักลงทุนที่สนใจจะลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์มากกว่า โดยเฉพาะในปีนี้ที่คาดว่าภาพของตลาดสินทรัพย์เสี่ยงจะมีความผันผวนในขณะที่แนวโน้มดอกเบี้ยในประเทศเองก็ยังจะทรงตัวในระดับต่ำ การลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์จึงน่าจะเหมาะกับสถานการณ์เช่นนี้เป็นอย่างดี เพราะนักลงทุนยังคงสามารถได้รับผลตอบแทนที่ดีในระดับหนึ่งอย่างสม่ำเสมอเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันกองทุนอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จะมีราคาซื้อขายที่ต่ำกว่ามูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) ของกองทุนเป็นส่วนใหญ่ โดยราคาของกองทุนประเภท Free Hold จะต่ำกว่ามูลค่า NAV ประมาณ 5.83% และกองทุนประเภท Lease Hold จะมีราคาต่ำกว่า NAV ประมาณ 12.76% ถ้าโดยภาพรวมจะเห็นว่ากองทุนอสังหาริมทรัพย์ประเภท Free Hold จะมีราคาตลาดที่ดีกว่ากองทุนประเภท Lease Hold ด้วย แต่จะพบว่าในแง่ของ NAV กองทุนอสังหาริมทรัพย์โดยภาพรวมทั้งอุตสาหกรรมก็มีการเติบโตต่อเนื่อง แต่ราคาที่ซื้อขายต่ำกว่า NAV นั้น ส่วนสำคัญเป็นเพราะสภาพคล่องในการซื้อขายที่มีไม่มากเป็นหลัก แต่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนไทย
แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
-
เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย