เรื่องเงินทองของคนรักกัน

ช่วงนี้ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็ได้ยินแต่ข่าวการแต่งงานของดาราคนนั้นคนนี้ นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีในเวลาเดียวกันคงมีคู่รักอีกหลายคู่ที่วุ่นวายอยู่กับการเตรียมงานแต่งงาน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกหาสถานที่ จัดเตรียมชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาว การเชิญแขกผู้มีเกียรติที่จะร่วมงาน ไปจนถึงการหาของชำร่วย จนอาจลืมนึกถึงการจัดการการเงินของครอบครัวในอนาคต ที่จะเข้ามาเป็นโจทย์ใหม่ในระยะเวลาอันใกล้ >

หลายคนมองว่า การพูดคุยในเรื่องการใช้จ่ายเงินทองเป็นเรื่องไม่ควรถามเป็นเรื่องเสียมารยาทเป็นเรื่องส่วนตัวที่ไม่ควรไปก้าวก่ายเพราะจะทำให้ผิดใจกันเปล่าๆ ที่จริงเรื่องเงินทองต้องตกลงกันให้ดี เพราะปัญหาทางการเงินของครอบครัวสร้างความเครียดให้คู่สามีภรรยาและมักนำไปสู่การเลิกร้างได้ง่ายๆ ทางที่ดีควรลองหาเวลาว่างคุยกันสบายๆ ถึงสไตล์การใช้จ่ายเงิน การเก็บออมเงินเงินทองและหนี้สินที่มี และเป้าหมายในอนาคตที่มีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้องเช่นคู่ของคุณอาจอยากลงทุนซื้อคอนโดมิเนียมไว้ให้เช่า หรือตัวคุณเองอยากเปิดร้านกาแฟควบคู่ไปกับการทำงานประจำ ไปจนถึงหลังแต่งงานจะใช้จ่ายอย่างไร ทั้งคู่จะได้มองภาพการใช้จ่ายเงินในอนาคตได้ชัดเจน และวางแผนทางการเงินได้ง่ายยิ่งขึ้น  

ยิ่งคู่ไหนมีสไตล์การใช้จ่ายที่ต่างกันมากๆ หรือมีหนี้สินติดตัวมาอยู่แล้ว ยิ่งมีความจำเป็นต้องคุยกันไว้ก่อน หากคู่ไหนสามารถเปิดอกคุยเรื่องเงินได้ก็เรียกได้ว่าคู่นี้สอบผ่านวิชาการศึกษาดูใจขั้นสูงแล้ว รวมหรือแยกกระเป๋าดีคำถามนี้ไม่มีคำตอบที่ตายตัว ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจ ฐานะการเงิน รูปแบบการใช้ชีวิต ตลอดจนลักษณะของแต่ละคู่แต่ละคน ครอบครัวที่สามีเป็นฝ่ายทำงานหาเงิน ส่วนภรรยามีอาชีพแม่บ้าน คงหาคำตอบในเรื่องนี้ได้ไม่ยาก  

บางคู่ต่างคนต่างมีรายได้ แต่เต็มใจเทเงินทั้งหมดลงกองกลางแล้วใช้จ่ายด้วยกันก็มีอยู่มาก แต่บางคู่อาจยังต้องการใช้จ่ายในเรื่องส่วนตัวไม่สะดวกใจที่จะรวมเงินทั้งหมดเข้าด้วยกัน ซึ่งนั่นไม่ใช่ปัญหาเพราะสามารถพบกันครึ่งทางด้วยการคำนวณค่าใช้จ่ายของครอบครัวในแต่ละเดือน แล้วแบ่งเงินรายได้จากทั้งคู่มารวมกันเป็นกองกลางให้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายนั้น ใครจะแบ่งมามากน้อยก็อาจขึ้นอยู่กับรายได้ของแต่ละคน ให้ตกลงกันให้ดีเงินส่วนที่เหลือถือเป็นเงินส่วนตัว จะนำไปลงทุนหรือใช้จ่ายแบบไหนได้ตามใจ ทำแบบนี้ก็เรียกได้ว่าทั้งคู่มีส่วนร่วมกันสร้างครอบครัว ในขณะเดียวกันก็มีอิสระในการใช้จ่ายส่วนตัวได้ด้วยและนอกจากเงินกองกลางที่มีไว้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในบ้านแล้ว ทั้งคู่ก็ควรแบ่งเงินอีกส่วนหนึ่งมาลงทุนร่วมกันสำหรับอนาคตของครอบครัว อาทิ เก็บเงินไว้ส่งลูกเรียนต่อต่างประเทศ หรือวางแผนซื้อบ้านใหม่ในอนาคตเพื่อรองรับครอบครัวที่ขยายใหญ่เมื่อลูกๆโตขึ้นโดยเงินก้อนนี้อาจนำไปลงทุนในหุ้นหรือกองทุนรวมหุ้นเพื่อช่วยเพิ่มมูลค่าเงินลงทุนให้เติบโตได้ในระยะยาว  

และเรื่องสำคัญคือการสร้างหนี้สินร่วมกัน ทั้งคู่ก็ควรศึกษาถึงรายละเอียดต่างๆ ให้ชัดเจน แบบไม่ต้องกระมิดกระเมี้ยน โดยถือคติความแน่นอนคือความไม่แน่นอน รอบคอบไว้ก่อนจะดีกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีการเลิกรากันไป ต้องรู้ให้แน่ว่าจะจัดการกับภาระหนี้สินอย่างไร  

แม้การพูดคุยเรื่องเงินทองอาจนำไปสู่ความหมางใจ แต่เชื่อเถอะค่ะว่าถ้าทั้งคู่เริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยความรักและความเข้าใจที่มากพอ ก็จะสามารถหาข้อตกลงที่พอใจกันทั้งสองฝ่ายได้แน่นอน และครอบครัวที่รู้จักวางแผนทางการเงินก็จะมีรากฐานที่มั่นคงแข็งแรง เป็นครอบครัวคุณภาพที่สามารถสร้างประโยชน์ให้สังคมและประเทศชาติได้ต่อไป

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง