2. กรณีที่ดินที่ถือครองมีผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกัน 3 คน แต่มีเพียงบุคคลเดียวที่ต้องการขอกู้เงินกับธนาคาร เพื่อสร้างบ้านบนที่ดินแปลงดังกล่าว และต้องการที่จะขอกู้และมีกรรมสิทธิ์เพียงผู้เดียวทำได้หรือไม่ ถ้าได้จะต้องทำอย่างไรบ้าง
ทำได้โดยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างให้เป็นของผู้กู้คนเดียวก่อน แล้วจึงขอกู้ภายหลัง
3. กู้ร่วมกับแฟนที่ยังไม่ได้แต่งงานหรือแต่งงานแล้วแต่ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสได้หรือไม่ กรณีเป็นแฟนยังไม่แต่งงานกันไม่สามารถกู้ร่วมได้ ส่วนในกรณีที่แต่งงานแล้วแต่ยังไม่ได้จดทะเบียนสามารถกู้ได้โดยแสดงหลักฐานอื่นๆ เช่นถ้ามีบุตรให้แสดงใบเกิดที่ระบุชื่อพ่อแม่ หรือทะเบียนบ้านที่แสดงว่าปัจจุบันอยู่ด้วยกัน
อัตราดอกเบี้ย
1. อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยมีกี่ประเภท ปัจจุบันธนาคารส่วนใหญ่มีข้อเสนออัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยแบ่งออกเป็น 2 ช่วงเวลา คือ
1. อัตราดอกเบี้ยช่วง Teaser หมายถึง อัตราดอกเบี้ยพิเศษที่เสนอให้ในช่วงระยะเวลาหนึ่งประมาณ 1-3 ปี ซึ่งอาจจะเสนอในรูปของอัตราดอกเบี้ยคงที่ หรืออัตราดอกเบี้ยที่อิงอัตราลอยตัว
2. อัตราดอกเบี้ยหลังจากช่วง Teaser โดยปกติธนาคารส่วนใหญ่จะกำหนดตามอัตราดอกเบี้ยลอยตัวเท่ากับอัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้าชั้นดีหรือ MLR (Minimum Loan Rate) ซึ่งแต่ละธนาคารอาจจะกำหนดไว้แตกต่างกัน อัตราดอกเบี้ยลอยตัวนี้จะเปลี่ยนแปลงไปตามสภาวะเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมทางการเงิน เช่น สภาพคล่องในระบบการเงิน ต้นทุนทางการเงินของแต่ละธนาคาร และภาวะการแข่งขันในตลาด
ปัจจุบันทางเลือกอัตราดอกเบี้ยของธนาคาร แบ่งตามระดับวงเงินกู้อนุมัติเป็น 4 ระดับคือ
สำหรับลูกค้าที่สมัครทำประกันคุ้มครองเครดิตโฮมเฟิสต์เต็มวงเงินและระยะเวลาอย่างน้อย 10 ปีหรือเท่ากับระยะเวลาในสัญญากู้ จะได้รับสิทธิพิเศษ อัตราดอกเบี้ยปีแรกลดลงอีก 0.25% ต่อปี จากอัตราดอกเบี้ยปกติ
อัตราดอกเบี้ยนี้สำหรับผู้ที่ยื่นคำขอสินเชื่อพร้อมเอกสารครบถ้วนภายในวันที่ 1 กรกฎาคม 2555 จนถึง
(ก) วันที่ 30 กันยายน 2555 หรือ (ข) วันที่ธนาคารประกาศเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ธนาคารประกาศใช้ แล้วแต่เหตุการณ์ใดจะเกิดขึ้นก่อน ทั้งนี้ ผู้กู้จะต้องลงนามในสัญญากู้เงินกับธนาคารภายใน 1 เดือน นับแต่วันที่มีการอนุมัติสินเชื่อ และจดทะเบียนจำนองพร้อมเบิกเงินกู้งวดแรก หรือทั้งหมด ภายใน 2 เดือนนับแต่วันที่ลงนามในสัญญา
2. การเลือกอัตราดอกเบี้ย ควรพิจารณาเลือกอย่างไร อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำที่สุดอาจจะไม่ใช่ทางเลือกดีที่สุดเสมอไป เพราะหลังสิ้นสุดช่วงอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ อัตราดอกเบี้ยจะปรับเป็นอิงตามอัตราดอกเบี้ยลอยตัว MLR ซึ่งเมื่ออัตราดอกเบี้ย MLR ปรับขึ้นลงตามสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง ท่านจะสามารถเปรียบเทียบได้ชัดระหว่างอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันกับหลังสิ้นสุดช่วงอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่
หากอัตราดอกเบี้ยคงที่ตลอดระยะเวลาการกู้ ก็จะไม่มีความแตกต่างอะไร แต่หากท่านเชื่อว่าอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มที่จะปรับสูงขึ้น ท่านควรเลือกทางเลือกที่เสนอช่วงอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ที่ยาวนานกว่า ซึ่งถึงแม้อัตราดอกเบี้ยอาจจะปรับสูงขึ้นเพียงเล็กน้อย ทางเลือกนี้ก็อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ในทางตรงกันข้าม หากท่านเชื่อว่าอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มที่จะปรับลดลงในระยะเวลาอันใกล้ ท่านควรเลือกทางเลือกที่เสนอช่วงอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ที่สั้นกว่า
ขอขอบคุณ : ธนาคารบัวหลวง