* โฉนดที่ดิน
* ใบอนุญาตจัดสรร
* ใบอนุญาตก่อสร้าง
* ทุนจดทะเบียน
* ชื่อเสียง, ผลงาน, ประวัติร้องเรียน
โฉนดที่ดิน ต้องเป็นของบริษัทผู้ดำเนินการเท่านั้น ที่ดินสำหรับทำโครงการจัดสรรที่ติดจำนองหรือมีภาระผูกพันกับธนาคารผู้สนับสนุนเงินกู้เป็นเรื่องที่ยอมรับกันได้ แต่ก็มีเหมือนกันที่บางโครงการเป็นที่ปลอดจำนอง แบบนี้ก็ปลอดภัยกว่า
ใบอนุญาตจัดสรร การจัดสรรที่ดินแปลงย่อยเกิน 9 แปลงต้องขออนุญาตจัดสรร การซื้อโครงการที่ได้ใบอนุญาตจัดสรรจะช่วยลดความเสี่ยงได้หลายอย่าง เช่น ถ้าโครงการไม่สร้างสาธารณูปโภคก็ยังมีเงินค้ำประกันอยู่ที่ธนาคาร เจ้าหน้าที่สามารถเอาออกมาได้ การโฆษณาเกี่ยวกับโครงการต้องบอกข้อมูลใบอนุญาตจัดสรรด้วย เช่น ระบุเลขที่ใบอนุญาต หรือบอกว่ากำลังขออนุญาต
ใบอนุญาตก่อสร้าง การก่อสร้างอาคารทุกชนิดจะต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน เช่น อบต., เทศบาล, สำนักเขต, กรมโยธาธิการ ฯลฯ ถ้าได้ใบอนุญาตจัดสรรแล้วแสดงว่าได้ใบอนุญาตก่อสร้างแล้ว ส่วนใหญ่มักแสดงเอกสารใบอนุญาตก่อสร้างไว้ในที่ที่ลูกค้าสามารถเห็นได้ชัดเจน และต้องแสดง/ระบุหมายเลขใบอนุญาตก่อสร้างไว้ในใบโฆษณาเช่นเดียวกับใบอนุญาตจัดสรร
ทุนจดทะเบียน ทุนจดทะเบียนบริษัทควรสอดคล้องเหมาะสมกับมูลค่าโครงการ เพราะในกรณีที่มีปัญหาเกิดความเสียหาย (เจ๊ง) ทุนจดทะเบียนมีผลผูกพันถึงความรับผิดชอบของบริษัท
ชื่อเสียง, ผลงาน, ประวัติร้องเรียน นอกจากที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคแล้ว ยังสามารถหาข้อมูลเหล่านี้จากทางเว็บไซต์ต่างๆ จากคนที่เคยซื้อเคยอยู่ หรือเข้าไปดูโครงการให้เห็นกับตาตัวเองก็จะยิ่งดี
บ้าน,บ้านใหม่,ราคาบ้าน,ซื้อบ้าน,บ้านจัดสรร