ผ่อนกู้ยาวไม่ต้องกลัวดอกเบี้ยบาน มีเงินออมโปะมาก ช่วยลดทั้งเงินต้นและเวลา

เมื่อคิดจะกู้เงินซื้อคอนโดฯ ผู้กู้ควรศึกษาระยะเวลาในการกู้ให้สอดคล้องกับความสามารถในการผ่อนชำระค่างวดของตัวเองในแต่ละเดือนให้ดีๆ ว่าจะเลือกกู้แบบระยะสั้น 5-10 ปีหรือกู้แบบระยะยาว 20-30 ปี ถ้าผ่อนระยะสั้นก็สบายตัวได้ไว แต่ถ้าเลือกผ่อนแบบระยะยยาวก็ต้องยอมรับภาระดอกเบี้ยที่สูงกว่า เพราะเมื่อคิดคำนวณยอดดอกเบี้ยดูแล้ว ก็อาจจะแพงกว่ายอดเงินต้นเสียด้วยซ้ำ กรณีผ่อนเงินงวดครบตามกำหนดสัญญา>

กู้ระยะสั้นกับกู้ยาวมีข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไร
 คำแนะนำในเบื้องต้นคือให้ยื่นขอกู้ให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะผู้กู้จะได้มีระยะเวลาในการผ่อนที่นานขึ้นและมีภาระผ่อนรายเดือนที่ไม่สูงมากนัก แม้เมื่อครบกำหนดสัญญากู้แล้วจะต้องจ่ายส่วนต่างค่าดอกเบี้ยในอัตราที่สูงมากก็ตาม แต่วิธีนี้จะช่วยให้ผู้กู้ไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายหนักในช่วงระหว่างที่หมดโปรโมชั่นดอกเบี้ยคงที่ระยะสั้น 1-2 ปีแรก และเริ่มใช้อัตราดอกเบี้ยลอยตัว
 ข้อดีอีกประการหนึ่งของการกู้ยาว คือหากว่าความสามารถในการผ่อนชำระขอผู้กู้มีมากกว่าค่างวดนั้นอยู่แล้ว ก็ค่อยเอาส่วนนั้นไปตัดต้นหรือที่เรียกว่า “การโปะเงิน” นั่นเอง
 แต่หากผู้กู้ไม่มีภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมากมาย การเลือกผ่อนแบบสั้นน่าจะเหมาะที่สุด เพื่อประหยัดดอกเบี้ยและไม่ต้องเสียเวลาในการผ่อนระยะยาว
 ตัวอย่างเช่น กู้ระยะสั้น 20 ปี อัตราการผ่อนเดือนละ 10,000 บาทกับกู้ระยะยาว 30 ปีอัตราการผ่อนเดือนละ 6,000 บาท เท่ากับมีส่วนต่างอยู่ 4,000 บาท แต่ถ้าผู้กู้มีความสามารถในการผ่อนค่างวดได้ 10,000 บาทต่อเดือนอยู่แล้ว ก็ให้เลือกกู้ 30 ปี แล้วเอาส่วนต่าง 4,000 บาทไปตัดต้นจะดีกว่าเพราะธนาคารจะคิดดอกเบี้ยแบบ “ลดต้นลดดอก” 
 แต่โดยปกติของเงินงวดทุกเดือนที่จ่ายไป ธนาคารจะคิดอัตราดอกเบี้ยจากเงินต้น ณ เดือนนั้น ดังนั้นในช่วงแรกๆ ผู้กู้จะต้องรับภาระจ่ายดอกเบี้ยสูงเพราะธนาคารจะคำนวณค่างวดจากเงินต้นที่เหลืออยู่ ซึ่งมีจำนวนเกือบเต็มวงเงินกู้ ทำให้เงินที่จ่ายไปในช่วงแรกจะเป็นการชำระดอกเบี้ยมากกว่าและตัดเงินต้นได้น้อยซึ่งในช่วงแรกๆ ของการผ่อน ธนาคารมักจะคิดดอกเบี้ยประมาณ 70-80% ของเงินงวด เท่ากับว่าจากเงินงวด 10,000 บาทที่จ่ายไป เป็นเงินค่าดอกเบี้ย 7,000 บาทและจ่ายเงินต้นแค่ 3,000 บาท 
 แต่กรณีที่จ่ายเงินงวด 6,000 บาท แบ่งจ่ายเป็นดอกเบี้ย 4,200 บาทและจ่ายเงินต้น 1,800 บาท แต่ผู้กู้ยังมีกำลังเหลืออีก4,000 บาทที่จะตัดต้นทันทีได้ *ดังนั้นหากเลือกผ่อนแบบระยะยาวเท่ากับจ่ายเงินต้น 1,800 บาทรวมกับเงินโปะอีก 4,000 บาท ในเดือนนั้นผู้กู้สามารถตัดต้นได้ 5,800 บาทและเสียดอกเบี้ยแค่ 4,200 บาทเท่านั้น แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของธนาคารด้วย ว่าสามารถผ่อนขั้นสูงหรือขั้นต่ำของแต่ละเดือนได้หรือไม่และให้ผู้กู้โปะเงินได้ตั้งแต่เดือนไหน หรือหากปิดบัญชีก่อนกำหนดจะต้องเสียค่าปรับหรือไม่ เป็นต้น 
ถ้าเงื่อนไขยืดหยุ่นพอให้โปะได้ ส่วนใหญ่ก็จะออมไว้ก่อนแล้วค่อยโปะกันทีหลัง 

แต่ก่อนจะตัดสินใจว่าจะเลือกกู้แบบระยะยาวหรือแบบระยะสั้นดี ผู้กู้ควรวิเคราะห์ความสามารถในการผ่อนชำระเงินงวดของตัวเองก่อนคือให้นำรายได้ประจำหักออกด้วยค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมถึงค่าใช้จ่ายเผื่อกรณีฉุกเฉิน เหลือเงินต่อเดือนเท่าไหร่ ส่วนนั้นคือจำนวนเงินที่ผู้กู้สามารถจ่ายธนาคารได้โดยไม่มีปัญหาเงินขาดมือ หลังจากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการพิจารณาเรื่องอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จากโปรโมชั่นต่างๆ ของธนาคารว่าอัตราดอกเบี้ยประเภทไหนเหมาะสมกับกำลังผ่อนของเรามากที่สุด

อย่างไรก็ดี ในทางปฏิบัติจริงคนส่วนใหญ่มักเลือกผ่อนระยะยาวและผ่อนกันไปจนครบอายุสัญญาเป็นส่วนใหญ่ทำให้ห้องชุดแบบเดียวกัน ยูนิตที่ผ่อน 30 ปี ราคาจะแพงกว่ายูนิตที่ผ่อน 25 ปีแน่นอน

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง