ความจริงเกี่ยวกับดอกเบี้ย 0%
ที่ผ่านมาธนาคารเกือบทุกแห่งมักมีแพ็คเกจสินเชื่อโปรโมชั่นอัตราดอกเบี้ยพิเศษแบบคงที่บ้าง หรืออัตราดอกเบี้ย 0% บ้าง เพื่อส่งเสริมการขายสินเชื่อที่อยู่อาศัย และผู้บริโภคก็ชื่นชอบเพราะเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยลดภาระการผ่อนได้มาก เช่น หากคิดอัตราดอกเบี้ย 0% ใน 1 ปีแรก ก็เท่ากับในช่วงหนึ่งปีแรกนั้นผู้กู้จะผ่อนเฉพาะแค่เงินต้นเท่านั้น เงินงวดต่อเดือนจึงลดลง ผู้กู้ที่มีงบประมาณจำกัดจึงสามารถนำเงินที่เหลือไปใช้จ่ายด้านอื่นได้
ส่วนเงินงวดที่ต้องจ่ายนั้นส่วนใหญ่มักคำนวณโดยอ้างอิงอัตราดอกเบี้ยคงที่เฉลี่ยในช่วงที่ใช้แพ็คเกจโปรโมชั่นดอกเบี้ยพิเศษ โดยอาจกำหนดให้ผ่อนเท่ากันทุกเดือนบ้าง หรือให้ผ่อนแบบขั้นบันไดค่อยๆ เพิ่มขึ้นก็มี แต่ก็มีเหมือนกันที่แบงก์อาจคำนวณเงินงวดโดยอ้างอิงอัตราดอกเบี้ย MLR ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัวหลังหมดช่วงระยะโปรโมชั่น โดยวิธีนี้เมื่อคำนวณออกมาแล้วจะได้เงินงวดในสัดส่วนที่ค่อนข้างสูง ผู้กู้จำนวนหนึ่งจึงไม่นิยม
โปรโมชั่นดอกเบี้ยคงที่พิเศษและโปรโมชั่นดอกเบี้ย 0% บางทีก็เป็นโปรโมชั่นโดยตรงจากธนาคารในยามที่ตลาดมีการแข่งขันกันสูง หรือบางทีก็เป็นโปรโมชั่นที่เกิดจากความร่วมมือกันระหว่างผู้ประกอบการ หรือเจ้าของโครงการกับธนาคารในยามที่ต้องการกระตุ้นยอดขาย โดยที่ผู้ประกอบการเป็นผู้ซัพพอร์ตส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยแทน
เงื่อนไขที่มักแฝงมากับโปรโมชั่น
เนื่องจากเงินทุกบาทที่นำมาปล่อยกู้ล้วนมีต้นทุน ดังนั้นการทำโปรโมชั่นดอกเบี้ย 0% หรือจัดแพ็คเกจดอกเบี้ยคงที่พิเศษอาจทำให้แบงก์ขาดทุนจากการปล่อยกู้ โดยเฉพาะในช่วงระยะเวลา 2-3 ปีแรกของการกู้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องคิดค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพื่อเป็นการชดเชย เช่น ถ้าเลือกกู้ดอกเบี้ยคงที่หรือ 0% ก็จะคิดค่าธรรมเนียมสินเชื่อ จากปกติที่มักยกเว้นหากเป็นการกู้ด้วยอัตราดอกเบี้ยลอยตัว หรือมีค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ หรือไม่สามารถโปะเงินงวดเกินกว่าที่กำหนดได้ หรือถ้าไถ่ถอนก่อนกำหนดจะต้องเสียค่าปรับ เป็นต้น ดังนั้นผู้กู้จึงต้องตรวจสอบเงื่อนไขการกู้ให้ครบถ้วนรอบด้านก่อนตัดสินใจกู้
นอกจากนี้ความถูกแพงของแต่ละแคมเปญก็เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาเปรียบเทียบเช่นกัน เพราะโปรโมชั่นดอกเบี้ยแบบคงที่หรือดอกเบี้ย 0% ปกติมักเกิดขึ้นแค่ช่วงสั้นๆ ไม่กี่เดือน และมีตัวเลือกให้ผ่อนหลายอัตราหลายแบบ จึงต้องหาอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง หรืออัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยในช่วงเวลาดังกล่าวแล้วจึงนำมาเปรียบเทียบ และที่ต้องไม่ลืมเด็ดขาดคือเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยลอยตัวในระยะยาวด้วย เพราะเป็นช่วงเวลาผ่อนที่นานที่สุดของสัญญากู้
ในอดีตการคิดคำนวณและเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยช่วงโปรโมชั่น ส่วนใหญ่ผู้กู้ต้องเป็นคนคิดคำนวณเปรียบเทียบเอาเอง แต่นับจากนี้คงได้เห็นการเปลี่ยนแปลง โดยเงื่อนไขที่พ่วงมากับสินเชื่อจะได้รับการชี้แจงอย่างละเอียด รวมถึงการคิดคำนวณเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยช่วงโปรโมชั่นที่จะทำให้เห็นอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง ซึ่งจะทำให้ผู้กู้ประเมินความสามารถในการผ่อนชำระได้ถูกต้องและแม่นยำยิ่งขึ้น
แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
-
เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย