คำนวณ รายได้ หา วงเงินกู้เงินซื้อบ้าน

“เทคนิคกู้เงินซื้อบ้าน” ในตอนที่แล้วพูดถึง “อาชีพ” กับการกู้ มาถึงตอนนี้ยังเป็นภาคต่อเกี่ยวกับ “รายได้” ซึ่งจะว่าไปถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด และภาพรวมในขณะนี้ถือว่าอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก อย่างที่ทราบกันดีว่าใน 2-3 ปีมานี้ผู้บริโภคมีภาระหนี้สินเพิ่มขึ้น จนเป็นที่มาของปัญหาการถูกปฏิเสธสินเชื่อหรือกู้ไม่ผ่าน หรือกู้ได้ไม่เต็มวงเงินเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้กู้ที่มีรายได้ประจำเป็นคุณสมบัติที่สถาบันต้องการมากที่สุด ดังนั้นสิ่งที่สถาบันการเงินจะพิจารณานั่นคือรายได้ประจำของผู้กู้ >

อะไรคือรายได้ประจำสำหรับมนุษย์เงินเดือนหรือพนักงานประจำ โดยทั่วไปรายได้ประจำคือเงินเดือนสุทธิหลังหักภาษีเงินได้ ซึ่งอาจรวมกับเงินเพิ่มที่รับเป็นประจำ เช่น โบนัสที่การันตีหรือจ่ายคงที่เงินเพิ่มที่เป็นประจำ เช่น กลุ่มแอร์, สจ๊วต, นักบิน ที่มีตารางปฏิบัติงานแน่นอน หรือเงินค่าครองชีพที่จ่ายคงที่ เหล่านี้สามารถนำมาคำนวณเป็นรายได้ประจำได้ ในขณะที่ค่าคอมมิชชั่นที่เกิดจากการขายทั่วไปจะไม่ได้คำนวณ เนื่องจากเป็นรายได้ไม่แน่นอน ส่วนสถาบันการเงินจะให้วงเงินกู้เท่าไหร่นั้นพิจารณาจาก “รายได้สุทธิ” ซึ่งหมายถึงรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้ว

โดยเกณฑ์ทั่วไปจะให้วงเงินสินเชื่อประมาณ 30-50% ของรายได้สุทธิหรืออาจมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับอาชีพและฐานรายได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะกู้ได้เท่าไหร่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการผ่อน นั่นคือถึงจะมีรายได้มาก แต่ถ้าภาระหนี้เยอะ วงเงินกู้ก็จะได้น้อย เพราะหนี้ต่างๆ ทั้งผ่อนรถ ผ่อนบัตรเครดิต ผ่อนสินค้า หรือที่เรียกรวมๆ ว่าหนี้ครัวเรือน เหล่านี้จะถูกนำมาคำนวณเป็นภาระหนี้สินทั้งหมด จึงเป็นสาเหตุทำให้หลายคนกู้ไม่ผ่าน เพราะปัจจุบันอัตราหนี้ครัวเรือนของประชากรไทยเพิ่มสูงขึ้นมาก จากเฉลี่ย 60% เป็น 70-80% ดังนั้นการคำนวณเพื่อหาวงเงินกู้ที่จะได้รับอนุมัติควรประเมินจากความสามารถในการผ่อนจะดีกว่า

เกณฑ์ทั่วไปที่ใช้ก็คือเงินงวดที่ผ่อนชำระค่าบ้านต่อเดือนกำหนดไว้ 35-40% ของรายได้สุทธิ (ส่วนใหญ่ไม่เกิน 1 ใน 3 ของรายได้สุทธิ) เช่น ถ้ามีรายได้ 40,000บาทต่อเดือน ศักยภาพในการผ่อนชำระคือ 16,000 บาทต่อเดือน และค่ากลางในการคำนวณอัตราผ่อนชำระก็คือวงเงิน 1 ล้านบาท จะมีอัตราผ่อนชำระประมาณ 8,000 บาทต่อเดือน ดังนั้นถ้ามีรายได้ 40,000 บาท วงเงินสินเชื่อที่จะได้โดยประมาณก็คือ 16,000÷8,000 = 2 ล้านบาท

กรณีวงเงินที่ได้รับน้อยกว่าที่ต้องการ ทางเลือกที่พอทำได้คือต้องหาผู้กู้ร่วม หรือไม่ก็ต้องหาเงินส่วนตัวมาเพิ่ม ดังนั้นในการวางแผนการกู้เงินซื้อบ้านจึงอาจเริ่มต้นจากการหาราคาบ้านที่จะซื้อก่อน แล้วมาคำนวณว่าจะซื้อและผ่อนได้หรือไม่ ถ้าประเมินแล้วว่าผ่อนไม่ไหวก็ค่อยลดราคาบ้านลงมา ให้พอเหมาะกับรายได้และกำลังผ่อนของตัวเอง จะได้ไม่เกิดปัญหาระหว่างผ่อน

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง