การเลือกอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และการเลือกธนาคาร

การเลือกอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และการเลือกธนาคาร
อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เดือนเมษายน 2563

เลือกอัตราดอกเบี้ยเงินกู้

• ดอกเบี้ยลอยตัว
• ดอกเบี้ยคงที่
• ดอกเบี้ยแบบผสม

สินเชื่อดอกเบี้ยลอยตัว (Floating Rate Loan) คืออัตราดอกเบี้ย ณ ปัจจุบันตามสัญญาที่ผู้กู้ตกลงกู้ แต่ในอนาคตธนาคารสามารถปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นลงได้ตามสถานการณ์ตลาดเงิน หรือต้นทุนทางการเงินของแต่ละธนาคาร อัตราดอกเบี้ยที่เปลี่ยนแปลงอาจกระทบต่อเงินงวดในแต่ละเดือนที่อาจจะเพิ่มสูงได้ แต่หากดอกเบี้ยลด เงินงวดที่เคยจ่ายก็สามารถตัดเงินต้นได้เยอะขึ้น ทำให้ผ่อนหมดเร็วขึ้น

สินเชื่อดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate Loan) เงินกู้ที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่คือเงินงวดที่ชำระในแต่ละเดือนจะคงที่ตลอดระยะเวลากู้ ทั่วไปเราจะเห็นวงเงินกู้แบบดอกเบี้ยคงที่ระยะสั้นเท่านั้น เช่น 6 เดือน หรือ 1-2 ปี มีข้อดีคือเงินงวดไม่เปลี่ยนแปลง ทำให้สามารถวางแผนการเงินได้ดี

สินเชื่อดอกเบี้ยแบบผสม (Rollover Mortgage Loan) คือเงินกู้ที่ใช้ดอกเบี้ยคงที่ระยะหนึ่ง เช่น 1 ปี หรือ 3 ปี เมื่อพ้นกำหนดก็จะเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว โดยช่วงแรกๆ อัตราดอกเบี้ยค่อนข้างถูก ถ้าผู้กู้โปะเงินงวดในช่วงที่ใช้ดอกเบี้ยคงที่ต่ำในช่วงแรกจะสามารถลดเงินต้นลงได้เร็วมาก แต่แนะนำว่าควรมองอัตราดอกเบี้ยทั้งโปรแกรมไม่ใช่แค่ช่วงแรกที่เป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่เท่านั้น เพราะหากคำนวณทั้งโปรแกรมลูกค้าอาจเสียค่าใช้จ่ายน้อยลง และดีกว่าการไถ่ถอนจำนองเพื่อไปใช้บริการแหล่งอื่นและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

โดยตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2556 เป็นต้นมา ธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดให้สถาบันการเงินต้องแสดงอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา (Effective Interest Rate-EIR) ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยที่แสดงควบคู่ไปกับดอกเบี้ยโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อช่วยเป็นแนวทางในการเปรียบเทียบดอกเบี้ย ทั้งนี้ควรสังเกตฐานการคำนวณว่าธนาคารใช้วงเงินและระยะเวลาผ่อนชำระในการคำนวณเท่าไรด้วย

เลือกธนาคาร

• อัตราดอกเบี้ย
• วงเงินสินเชื่อ
• ระยะเวลาผ่อนชำระ
• ความรวดเร็วในการอนุมัติสินเชื่อ
• ค่าใช้จ่ายในการขอสินเชื่อ (ค่าประเมินราคา, ค่าธรรมเนียมสินเชื่อ, ค่าจดจำนอง)
• เงื่อนไขการชำระเงินงวด
• เงื่อนไขการรีไฟแนนซ์/ปิดบัญชี
• ความสะดวกในการใช้บริการ
• ค่าธรรมเนียม/ค่าปรับ

ปกติเราจะเน้นเลือกธนาคารที่คิดอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุด แต่ก็ควรพิจารณาปัจจัยอื่นประกอบการตัดสินใจด้วยเช่นกัน อาทิ ระยะเวลาให้ผ่อนชำระสินเชื่อ ยอดผ่อนชำระต่อเดือน ยอดวงเงินสินเชื่อที่จะได้รับ ความเร็วในการอนุมัติสินเชื่อ ช่องทางความสะดวกในการชำระเงินค่างวด เป็นต้น เพื่อให้ได้ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเรา 

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามต้องไม่ลืมดูค่าใช้จ่ายในการขอสินเชื่อที่แต่ละแบงก์อาจคิดไม่เหมือนกันด้วย เช่น ค่าปรับในกรณีที่ผู้กู้ปฏิบัตินอกเหนือสัญญา เช่น การชำระเงินงวด ที่บางธนาคารห้ามชำระเกินเงินงวดในช่วงที่ใช้อัตราดอกเบี้ยคงที่ หรือค่าปรับกรณีปิดบัญชีหรือรีไฟแนนซ์ก่อน 3 ปี ค่าปรับกรณีผิดนัด หรือจ่ายค่างวดล่าช้า เป็นต้น



 

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง