แบงก์ระเบิดศึก“ดอกเบี้ยคงที่” รอบใหม่

ไม่รู้จะเพื่อปลอบใจคนซื้อบ้านหรืออย่างไร เพราะหลังจากพาเหรดเปลี่ยนจากดอกเบี้ย MLRไปใช้อัตราดอกเบี้ย MRR.(ซึ่งสูงกว่า)เป็นดอกเบี้ยอ้างอิงสำหรับเงินกู้ซื้อบ้านได้ไม่นาน ตอนนี้บรรดาธนาคารพาณิชย์เริ่มหันมาออกแคมเปญดอกเบี้ยพิเศษอัตราคงที่กันอย่างคึกคัก ถือเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่กำลังมองหาเงินกู้เพื่อซื้อบ้านในตอนนี้ และรอบนี้ถือว่ามีเซอร์ไพรส์อยู่ไม่น้อย เมื่อธนาคารขนาดกลางอย่างธนาคารเกียรตินาคินก็ลงมาเล่นด้วย แถมมาด้วยเงื่อนไขชวนตะลึง ให้กู้ดอกเบี้ยคงที่นานสุดถึง 7 ปี ถือเป็นเงื่อนไขดอกเบี้ยคงที่ยาวนานที่สุดในตลาดก็ว่าได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อดูจากโปรโมชั่นดอกเบี้ยคงที่เหล่านี้ ระยะเวลาคงที่ส่วนใหญ่จะกำหนดไว้ประมาณ3 ปี ยกตัวอย่าง โปรฯ เด็ดๆ จากบางธนาคารมาให้พิจารณา

เริ่มตั้งแต่ธนาคารออมสิน เสนอทางเลือกที่1. ดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีแรก = 4.50% ต่อปี หลังจากนั้นคิดดอกเบี้ย MRR-0.75% (MRR=7.625%) นอกจากนี้ยังมีทางเลือกที่ 2 คงที่ ปีแรก1.25% ปีที่ 2 MRR-2.00 % หลังจากนั้นคิดMRR.

ธนาคารกสิกรไทย ก็จัดโปรฯดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีแรก = 5.50% ต่อปี หลังจากนั้น MRR-1.00% (MRR=8.12%)

ขณะที่ธนาคารทหารไทย ก็จัดโปรโมชั่นดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีแรก = 4.75% ต่อปี หลังจากนั้นMRR-2.275% (MRR=8.025%) แต่มีข้อกำหนดว่าผู้กู้จะต้องสมัครผลิตภัณฑ์สินเชื่อเสริมกับธนาคาร 3แบบด้วย คือ ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ (MRTA) บริการหักบัญชีอัตโนมัติผ่านบัญชีออมทรัพย์ ทีเอ็มบี และสมัครบัตรเดบิต TMB)

ส่วนธนาคารกรุงศรีอยุธยา แม้จะจัดโปรโมชั่นดอกเบี้ยคงที่พิเศษแบบขั้นบันไดให้กับลูกค้าที่ซื้อคอนโดฯเท่านั้น แต่อัตราดอกเบี้ยที่นำเสนอก็น่าสนใจ โดย ปีแรกคิดดอกเบี้ย 2.90% ปี 2= 3.90% ปี3 = 5.20% หลังจากนั้นคิดดอกเบี้ย MLR-1.375%(MLR=6.975%)เท่ากับว่าดอกเบี้ยเฉลี่ย3 ปีแรกอยู่ที่ 4.00% ซึ่งถูกกว่าโปรโมชั่นของ 3 ธนาคารข้างต้น แต่อย่างว่า เงื่อนไขนี้เฉพาะการกู้เพื่อซื้อคอนโดฯเท่านั้น

แต่ที่มาแรงสุดน่าจะเป็นสินเชื่อของธนาคารเกียรตินาคิน ที่ได้จับมือกับบรรษัทตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัย(บตท.) จัดโปรโมชั่นคงที่ระยะยาวนาน 7 ปี โดยช่วงปีที่1 คิดดอกเบี้ย 3 เดือนแรก 1.99% เดือนที่ 4-12 = 4.99%% ปีที่ 2 = 4.99% ปีที่ 3-7 = 5.99% หลังจากนั้น MLR-1.00 (MLR=7.50%)

พิเศษกว่านั้นคือยังสามารถหาผู้กู้ร่วมได้มากถึง 4 คน และไม่จำกัดความสัมพันธ์ของผู้กู้ว่าจะต้องเป็นพี่น้องร่วมสายโลหิต สามี-ภรรยา หรือพ่อแม่-ลูกเท่านั้น และยังให้กู้ได้นานสูงสุดจนถึงอายุ 70 ปีเลยทีเดียว

การกู้อัตราดอกเบี้ยคงที่มีข้อดีตรงที่ไม่ว่าดอกเบี้ยในตลาดจะลดหรือเพิ่ม เราก็ยังผ่อนในอัตราเท่าเดิมทำให้สามารถบริหารเงินได้แน่นอนกว่า

การกู้อัตราคงที่จะได้ประโยชน์มาก หากทิศทางในอนาคตอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น เพราะเท่ากับได้ฟิกซ์อัตราดอกเบี้ย(ต่ำกว่า)เอาไว้แล้ว ในทางตรงข้ามเราอาจเสียเปรียบหากอนาคตแนวโน้มดอกเบี้ยเป็นขาลง เพราะเท่ากับเรายังต้องผ่อนในอัตราดอกเบี้ยสูงอยู่ในขณะที่คนอื่นๆสามารถกู้ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าได้

ดังนั้น หลักการเลือกอัตราดอกเบี้ยคงที่ ส่วนใหญ่ไม่นิยมเลือกกู้คงที่เป็นระยะเวลานานเกินไป ซึ่งในอดีตเคยมีสถาบันการเงินออกผลิตภัณฑ์ดอกเบี้ยคงที่ระยะยาว 10-15 ปี และไม่เป็นที่นิยม เพราะเมื่อเฉลี่ยอัตราดอกเบี้ยต่อปีแล้วค่อนข้างสูงและเงินงวดก็สูง เนื่องจากธนาคารเองก็ต้องคำนวณเผื่อความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยไว้ด้วย ผู้กู้ส่วนใหญ่จึงชอบเลือกกู้แบบคงที่สั้นๆ แต่ดอกเบี้ยถูกๆ เพื่อให้ปีแรกๆผ่อนน้อยๆไปก่อนแล้วค่อยไปผ่อนหนักเอาตอนเป็นดอกเบี้ยลอยตัว ทั้งนี้ก็แล้วแต่เงื่อนไขและความจำเป็นของแต่ละบุคคล

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง