
สำหรับใครที่กำลังวางแผนยื่นกู้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองหรือต้องการลงทุน การเลือกยื่นกู้จากธนาคารเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะมีผลอย่างมากต่อการพิจารณาให้สินเชื่อ เนื่องจากในปัจจุบันสามารถยื่นกู้ได้ทั้งธนาคารรัฐหรือเอกชน ซึ่งทั้งสองประเภทมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน วันนี้ Home Buyers มีคำตอบมาฝากกับ เลือกกู้บ้านจาก แบงก์รัฐ หรือ แบงก์เอกชน อันไหนดีกว่ากัน ?
ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับสถาบันการเงินที่ให้บริการด้านสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยก่อนดีกว่า จะได้เลือกได้ถูกเพราะเรารู้ข้อมูลเริ่มต้นเลย โดยบริการด้านสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยในประเทศไทยหลัก ๆ จะมีอยู่ 2 แหล่ง ดังนี้
- กลุ่มธนาคารพาณิชย์ (Commercial Bank) ปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ไทยมีทั้งสิ้น 14 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารเกียรตินาคิน, ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย, ธนาคารทหารไทย, ธนาคารทิสโก้, ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารธนชาต, ธนาคารยูโอบี, ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์, ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด บวกกับธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจในประเทศไทยอีก 14 แห่งด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่น ธนาคารซิตี้แบงก์, ธนาคารแห่งประเทศจีน เป็นต้น
- กลุ่มธนาคารเฉพาะกิจแห่งรัฐ หมายถึง ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีอาคารและที่ดินเป็นที่อยู่อาศัย รวมถึงธนาคารออมสินด้วย
เมื่อเปรียบเทียบระหว่างแบงก์รัฐและแบงก์เอกชน ในกรณีของการเลือกใช้บริการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยแล้ว จะเห็นว่าทั้ง 2 แห่ง ต่างก็มีเรื่องเด่น-ด้อยแตกต่างกันไป ต่อไปเราจะมาดูข้อดี-ข้อเสียกันดีกว่า!
ข้อดีของแบงก์เอกชน
- ด้านวงเงินกู้ ข้อเสนอและเงื่อนไขการกู้ รวมถึงโปรโมชั่นจะมีมากกว่า เพราะการทำงานของแบงก์เอกชนมีความยืดหยุ่นมากกว่า รวมถึงอาจมีข้อเสนอ หรือเงื่อนไขมากกว่าของรัฐ เนื่องจากการแข่งขันในตลาดมีสูงกว่า
- ระยะเวลาอนุมัติสินเชื่อเร็วกว่า เนื่องจากธนาคารพาณิชย์บางแห่งอาจพิจารณาการขอกู้สินเชื่อให้ได้ภายใน 3 วันทำการ ซึ่งต่างจากแบงก์รัฐที่อาจต้องใช้เวลานานกว่านั้น (ประมาณ 1 เดือนขึ้นไป)
ข้อดีของแบงก์รัฐ
- ดอกเบี้ยต่ำกว่า คือแบงก์รัฐมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า (เมื่อเปรียบเทียบในระยะยาว) เนื่องจากต้นทุนทางการเงินต่ำกว่า อีกทั้งเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจอย่างธนาคารอาคารสงเคราะห์ ซึ่งถูกจัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หลักคือส่งเสริมให้ประชาชนโดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยได้มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักนั่นเอง
- เข้าถึงได้ง่ายกว่า จากที่กล่าวไปในข้อที่แล้วว่าธนาคารอาคารสงเคราะห์ถูกจัดตั้งขึ้น เพื่อวัตถุประสงค์ที่เอื้อแก่ผู้ที่มีรายได้น้อยให้สามารถมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองได้ จึงมีวงเงินกู้ขึ้นต่ำที่น้อยกว่า ต่างจากแบงก์เอกชนที่บางแห่งอาจมีการกำหนดเงินให้กู้ขั้นต่ำที่ระดับ 500,000-600,000 บาทขึ้นไป
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ พอจะได้คำตอบกันแล้วเนาะว่า เลือกกู้บ้านจาก แบงก์รัฐ หรือ แบงก์เอกชน ดีกว่า แต่การจะเลือกใช้บริการจากแบงก์รัฐหรือเอกชนย่อมขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้ใช้บริการเป็นหลัก รวมถึงมีข้อเสนอตรงกับความต้องการของแต่ละบุคคลด้วย ดังนั้นก่อนยื่นกู้ซื้อบ้านควรหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจให้ดีก่อน แล้วเราจะมีความสุขกับการเป็นหนี้เพื่อบ้านของเราเอง
Editor by Home.co.th