กู้ไม่ผ่าน เพราะติดเป็น ผู้กู้ร่วม
เพื่อนๆ คนไหนเจอบ้านหรือคอนโดที่ถูกใจ แต่ยังไม่ยื่นขอกู้สินเชื่อบ้านกับธนาคาร เพราะประเมินสถานะการเงินของตัวเองแล้วคิดว่าอาจจะกู้ไม่ผ่าน อย่าเพิ่งถอดใจไปนะคะ ยังมีหนึ่งในเทคนิคที่เรานิยมใช้กันทั่วไปก็คือการหาคนมา 'กู้ร่วม' เพื่อช่วยเพิ่มรายได้ในแต่ละเดือน ให้ทางธนาคารเห็นถึงความสามารถในการผ่อนจ่ายค่างวด จนมีโอกาสผ่านการอนุมัติมากขึ้นค่ะ
แต่จะเลือกผู้กู้ร่วมก็ต้องเลือกให้เหมาะสม เพราะแอดมินได้ยินได้ฟังมาเยอะเลยว่า บางคนยังติดปัญหา 'กู้ร่วมไม่ผ่าน' อยู่ดี ว่าแต่เพราะอะไร มีผู้กู้ร่วมแล้วแต่ก็ยังกู้ไม่ผ่าน? หรือถ้าเราเคยช่วยใช้ชื่อไปกู้ร่วมกับคนอื่นไว้ มีวิธีใดที่เราจะถอนตัวจากการเป็นผู้กู้ร่วมได้บ้าง วันนี้ Home Buyers จะมาแชร์ความรู้และประสบการณ์ตรงของทีมงานที่เคยกู้ร่วมผ่านมาฝากกันค่ะ
กู้ร่วม = เป็นหนี้ร่วม
โดยหลักการของธนาคารผู้ปล่อยกู้ การเป็นผู้กู้ร่วม คือ การเป็นหนี้ร่วม ผู้กู้ร่วมจึงมีหน้าที่ต้องช่วยผ่อนชำระหนี้เงินกู้นั้นด้วย แม้ว่าในทางปฏิบัติแล้ว หลายๆ คนอาจเป็นผู้กู้ร่วมแต่เพียงในนาม เพียงใส่ชื่อเป็นผู้กู้ร่วมเพื่อช่วยให้ญาติผู้กู้หลัก มีรายได้ตามเกณฑ์ที่จะได้รับอนุมัติสินเชื่อเท่านั้น
กู้ร่วม 1 ล้าน = รับภาระหนี้คนละ 5 แสน
จากหลักการกู้ร่วม = เป็นหนี้ร่วม สมมติวงเงินกู้ 1 ล้านบาท ร่วมกู้ 2 คน เท่ากับแต่ละคนจะมีภาระหนี้คนละ 500,000 บาท ดังนั้นถ้าหากผู้กู้ร่วมต้องการเป็นผู้กู้หลักในบ้านหลังที่สอง ภาระหนี้เหล่านี้ก็จะติดตัวไปด้วย ซึ่งเท่ากับเป็นการลดทอนความสามารถในการกู้ใหม่ และเป็นสาเหตุทำให้กู้ไม่ผ่าน และถ้าต้องการแยกตัวมากู้เอง ก็จะต้องทำเรื่องขอ ถอนชื่อจากการเป็นผู้กู้ร่วม ซึ่งสามารถทำได้ แต่จะสำเร็จหรือไม่ก็อีกเรื่องหนึ่ง
ขอถอนชื่อจากการเป็นผู้กู้ร่วมไม่ง่ายอย่างที่คิด?
ที่บอกว่าไม่ง่าย เนื่องจากธนาคารต้องประเมินว่า หากถอนชื่อผู้กู้ร่วมไปเหลือผู้กู้เพียงคนเดียว รายได้หรือความสามารถในการผ่อนชำระ (ของผู้กู้หลัก) เพียงพอหรือไม่? เบื้องต้นธนาคารจะพิจารณาว่า ผู้กู้ที่เหลืออยู่มีความสามารถในการผ่อนชำระหรือไม่ ซึ่งโดยปกติแล้วยอดผ่อนชำระจะต้องไม่เกิน 40 - 50% ของรายได้ในแต่ละเดือน
ถ้าเป็นกรณีที่ผ่อนกันมาหลายปีแล้ว เหลือวงเงินกู้เพียงเล็กน้อย การขอถอนชื่อมักไม่มีปัญหา หรือเวลาผ่านไป รายได้ของผู้กู้หลักคนเดียวสูงขึ้นจนเพียงพอสำหรับเกณฑ์มาตรฐานของธนาคาร แบบนี้ก็ไม่มีปัญหาในการถอนชื่อกู้ร่วมค่ะ
แต่ส่วนใหญ่ที่เป็นปัญหา ไม่สามารถถอนชื่อออกได้ ก็เพราะเพิ่งจะผ่อนได้ไม่กี่ปี วงเงินกู้ยังเหลืออีกเยอะ และเมื่อธนาคารพิจารณาแล้วว่าผู้กู้หลักคนเดียว มีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ของธนาคาร ก็จะไม่สามารถถอนชื่อจากการเป็นผู้กู้ร่วมได้
อย่างไรก็ตาม หากผู้กู้ร่วมยืนยันที่จะถอนชื่อออกไป ในขณะที่ผู้กู้หลักไม่สามารถกู้คนเดียวได้ ทางออกคือ ต้อง หาผู้กู้ร่วมคนใหม่มาแทนผู้กู้ร่วมที่ถอนออกไป ซึ่งขั้นตอนก็จะยุ่งยากขึ้นอีกหน่อยค่ะ
จะเห็นได้ว่าการถอนชื่อจากการเป็นผู้กู้ร่วมไม่ง่ายเลย ดังนั้นแม้ว่าการกู้โดยหลายคนจะทำให้มีโอกาสในการได้การอนุมัติเงินกู้มากขึ้นก็จริง แต่ก็ควรนึกถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้าไว้ด้วย เช่น พี่ชายเป็นผู้กู้หลักในการซื้อบ้าน ถ้าน้องสาวจะไปช่วยกู้ร่วม ก็ต้องคิดเผื่อวันที่ตัวเองจะแต่งงาน ว่าต้องการซื้อบ้านกับสามีเป็นของตัวเองหรือไม่ค่ะ
ขั้นตอนการถอนชื่อผู้กู้ร่วมมีอะไรบ้าง?
เนื่องจากในการกู้ร่วมนั้น ธนาคารมักกำหนดให้ผู้กู้ร่วมมีชื่อเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในหลักประกันจำนองนั้นด้วย ดังนั้น เมื่อมีการถอนชื่อออก สิ่งที่ต้องทำในขั้นตอนถัดมา คือ
- ทำเรื่องเปลี่ยนแปลงสัญญากับธนาคาร
- ทำเรื่องเปลี่ยนสัญญากรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดิน
- มีค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ 2% ของราคาประเมิน
- มีการคิดภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายด้วย (หลักการ = ผู้กู้ร่วมขายกรรมสิทธิ์)
เข้าใจเรื่อง การกู้ร่วมกัน ไปแล้ว ดังนั้นก่อนกู้ร่วมกับใคร ก็ควรคิดให้ดีก่อนเลยว่า เราจะสามารถจับมือกับอีกฝ่ายได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ เพราะถึงแม้เราจะนำชื่อของอีกฝ่ายมาใช้โดยที่เขาไม่ต้องจ่ายเงินด้วย แต่ถ้าผู้กู้ร่วมเกิดมีภาระผ่อนอย่างอื่นอยู่เยอะแล้ว ถึงเราจะไปทำเรื่องยื่นขอสินเชื่อกับธนาคาร ก็อาจจะยังกู้ไม่ผ่านได้ เพราะติดภาระหนี้ของอีกฝ่าย ดังนั้นเพื่อตัดปัญหาที่อาจเกิดขึ้น การพิจารณายื่นกู้คนเดียว โดยเลือกบ้านที่มีราคาเหมาะสมกับความสามารถในการผ่อน หรือกู้ร่วมกับคู่สมรส จึงเป็นทางเลือกที่สบายใจมากกว่าค่ะ