กู้ซื้อบ้านร่วมกับเเฟน ถ้าเลิกกันต้องทำอย่างไร
เมื่อคู่รักเลิกรา บ้านหรือคอนโดที่กู้ร่วมกันมา ถ้าไม่ต้องการขายออกไป จะมีทางไหนที่เรายังผ่อนต่อคนเดียวได้บ้าง? แอดมิน Home Buyers อาจจะไม่มีคำปรึกษาเรื่องปัญหาหัวใจให้กับเพื่อนๆ แต่ถ้าเรื่องเกี่ยวกับการผ่อนบ้านพวกเรามีคำแนะนำมาฝากกันเช่นเคยค่ะ มาดูกันเลยว่า กู้ซื้อบ้านร่วมกับแฟนแล้วสุดท้ายเลิกกันต้องทำอะไรบ้าง?
1 ถอนชื่อผู้กู้ร่วม
ข้อแรกที่ต้องจัดการกันก็คือ พูดคุยตกลงว่าใครจะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ รับผิดชอบในการผ่อนบ้านหรือคอนโดหลังนี้ต่อ เมื่อได้ข้อสรุปแล้วจึงดำเนินการให้ฝ่ายที่จะไม่ผ่อนต่อ เซ็นยินยอมโอนกรรมสิทธิ์ให้อีกฝ่ายแทน เพราะหากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ยอมถอน ก็ไม่สามารถถอดถอนชื่อผู้กู้ร่วมได้ค่ะ แต่ถ้ายินยอมก็พากันไปที่ธนาคารขอถอนชื่อผู้กู้ร่วมออก จากนั้นไปสำนักงานกรมที่ดินเพื่อจัดการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์กันให้เรียบร้อย
ค่าใช้จ่ายในการถอนชื่อ
- ค่าธรรมเนียม 2% จากราคาประเมินทุนทรัพย์เฉพาะส่วนที่โอน
- ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย จากราคาประเมินทุนทรัพย์เฉพาะส่วนที่โอน ตามอัตราก้าวหน้าของกรมสรรพากร โดยต้องทราบราคาประเมิน วิธีการได้มา และจํานวนปีที่ผู้ขายถือครองที่ดิน จึงจะคํานวณภาษีได้
- ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% (รวมภาษีท้องถิ่น) จากราคาประเมินทุนทรัพย์เฉพาะส่วนที่โอนหรือราคาซื้อขายแล้วแต่ราคาใดสูงกว่าคิดตามราคาสูง
- อากรแสตมป์ 0.5% จากราคาประเมินทุนทรัพย์เฉพาะส่วนที่โอน หรือราคาซื้อขายแล้วแต่ราคาใดสูงกว่าคิดตามราคาสูง แต่ถ้าเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตาม 3. แล้วจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียอากรแสตมป์ใบรับ
ถ้าธนาคารไม่ยอมให้ถอนชื่อผู้กู้ร่วมล่ะ?
หลายๆ กรณีมีคนติดปัญหาธนาคารไม่อนุมัติ หรือไม่ยินยอมให้ถอนชื่อผู้กู้ร่วม เนื่องจากธนาคารพิจารณาแล้วว่าหากเหลือผู้กู้เพียงคนเดียวอาจมีรายได้น้อยเกินไปจนไม่สามารถผ่อนไหว หรือผู้กู้มีประวัติการชำระหนี้ที่ไม่ดี ดังนั้นหากไม่ได้รับการอนุมัติเราก็ต้องหาผู้กู้ร่วมคนใหม่ หรือรีไฟแนนซ์ย้ายธนาคารใหม่ไปเลย ขั้นตอนเป็นอย่างไร มาดูคำแนะนำในข้อต่อไปกันค่ะ
2 รีไฟแนนซ์เพื่อขอกู้คนเดียว
กรณีที่ไม่สามารถดำเนินการถอนชื่อผู้กู้ร่วมได้ ให้ทำการรีไฟแนนซ์ไปธนาคารใหม่เพื่อขอกู้คนเดียว โดยทั่วไปก่อนอนุมัติธนาคารจะต้องทำประเมินก่อนว่าผู้กู้มีความสามารถในการชำระหนี้หรือไม่ ตามเงื่อนไขดังนี้
- มีรายได้มากพอผ่อนบ้านต่อคนเดียวไหม
- มีโอกาสเป็นหนี้เสียหรือเปล่า
- ภาระหนี้สินอยู่ที่เท่าไหร่
- ความมั่นคงของอาชีพการงานเป็นอย่างไร
- ไม่มีประวัติเสียเครดิตบูโร
หากผ่านทั้งหมดก็ยื่นทำรีไฟแนนซ์ได้เลย อย่างไรก็ดีก่อนทำต้องให้ผู้กู้ร่วมอีกฝ่ายมาทำการเซ็นยินยอมโอนกรรมสิทธิ์บ้านให้ก่อนนะคะ
ค่าใช้จ่ายในการทำรีไฟแนนซ์
- ค่าประเมินราคาบ้านหรือคอนโด ประมาณ 2,000 - 3,000 บาท
- ค่าจดจำนอง จ่ายให้กรมที่ดิน 1% ของวงเงินกู้
- ค่าอากรแสตมป์ 0.05% ของวงเงิน
- ค่าธรรมเนียมอื่นๆ ของธนาคาร เช่น ค่าธรรมเนียมสินเชื่อ
3 ขายทิ้ง
ขายบ้านหรือคอนโดทิ้งไป คือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทั้ง 2 ฝ่ายที่ไม่อยากมีภาระต่อหรือไม่ต้องการผ่อนบ้านต่อแล้ว ซึ่งจะต้องได้รับการยินยอมจากทั้งฝ่ายก่อนขาย ผ่านการคำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมดพร้อมตรวจสภาพบ้านก่อนตั้งราคาอย่างเหมาะสม เพื่อจะได้ขายง่ายๆ และเราไม่เป็นฝ่ายเสียเปรียบด้วย โดยมีค่าใช้จ่ายในการขายทิ้งดังนี้
- ค่าธรรมเนียมการโอน
- ค่าอากรแสตมป์
- ค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
- ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ
ทุกปัญหาเรื่องบ้านและการเงินมีทางออกเสมอ แต่ทุกอย่างคงยากขึ้นอีกเยอะถ้ามีเรื่องของหัวใจมาเกี่ยวข้อง ดังนั้นถ้าไม่อยากทำเรื่องถอนชื่อหรือขายบ้านร่วมกับแฟนเก่า ก็สามารถมอบอำนาจให้ตัวแทนช่วยจัดการได้ค่ะ แอดมิน Home Buyers เป็นกำลังใจให้คนที่เจ็บเพราะความรักเพิ่งผ่านพ้นไป ลุกขึ้นเริ่มต้นใหม่ได้อย่างเข้มแข็งนะคะ