ต้องมีเงินเดือนเท่าไรถึงจะพอผ่อนบ้าน

อยากเลือกอ่าน? (TL;DR)
Hide

ต้องมีเงินเดือนเท่าไรถึงจะพอผ่อนบ้าน

สิ่งแรกที่เพื่อนๆ หลายคนคิดถึง เมื่อรู้ตัวแล้วว่าต้องการซื้อบ้านเป็นของตัวเอง ก็คือคำถามที่ว่า ต้องมีเงินเดือนเท่าไรถึงจะพอผ่อนบ้าน? พอรู้ความสามารถทางการเงินแล้ว จะได้กำหนดงบว่าควรเลือกบ้านแบบไหน ราคาเท่าไร อยู่ในทำเลใด

ก่อนจะรู้ว่าเงินเดือนเท่าไรถึงจะพอผ่อนบ้าน เราเลยต้องรู้ความสามารถทางการเงินของตัวเองก่อนว่ามีรายรับรายจ่ายต่อเดือนอยู่ที่เท่าไร เพราะถ้ากู้สินเชื่อซื้อบ้านกับธนาคาร ส่วนใหญ่จะต้องใช้เวลาผ่อนกันนาน 20 - 30 ปีเลยค่ะ ซึ่งทั้งวงเงินกู้และระยะเวลากู้ก็มีผลต่อเงินผ่อนต่องวดและดอกเบี้ยอีกด้วย

วันนี้ทีมงาน Home Buyers เลยจะมาแชร์หลักคิดให้เพื่อนๆ ลองนำไปคำนวณดูว่า รายได้ที่มี จะกู้บ้านได้วงเงินกี่บาท ผ่อนบ้านได้เดือนละเท่าไร? ไปติดตามข้อมูลกันได้เลยค่า

ต้องมีรายได้เท่าไรถึงจะพอผ่อนบ้าน

ต้องมีเงินเดือนเท่าไรถึงจะพอผ่อนบ้าน

ก่อนที่จะซื้อบ้าน เราต้องประเมินความสามารถในการผ่อนของตัวเองดูก่อน ซึ่งต้องคิดทั้งรายได้และภาระหนี้ของเราเป็นหลัก โดยทั่วไปสถาบันการเงินจะกำหนดว่าหนี้รวมทุกประเภท (สินเชื่อรถยนต์, สินเชื่อส่วนบุคคล, บัตรเครดิต) ไม่ควรเกิน 1 ใน 3 ของรายได้แต่ละเดือน หรือประเมินจากที่ผู้กู้สามารถแบกรับภาระการผ่อนชำระหนี้สินทั้งหมดได้ไม่เกิน 40% ของรายได้ ปกติกำหนดวงเงินกู้ไว้ราวๆ  30 - 50 เท่าของรายได้สุทธิ

หลักเกณฑ์ที่ธนาคารจะพิจารณาให้สินเชื่อบ้านนั้นแบ่งเป็น 2 ส่วนเป็นหลัก คือ 1 - หลักทรัพย์ที่นำมาเป็นหลักประกันและ 2 - ความสามารถในการผ่อนของเรา พร้อมให้วงเงินสินเชื่อสูงสุดอยู่ที่ 80 - 100% ของราคาประเมิน หรือราคาซื้อขายแล้วแต่ราคาไหนจะต่ำกว่า จึงเห็นได้ว่าการอนุมัติสินเชื่อธนาคารไม่ได้ดูแค่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่พิจารณาจากหลายปัจจัยรวมกัน

ที่สำคัญ เงินเดือนเท่าไร ไม่สำคัญเท่ากับเหลือเงินสุทธิเท่าไร ถึงเงินเดือนจะเยอะ แต่ถ้าภาระหนี้สูง ก็อาจกู้ไม่ผ่านได้เหมือนกันค่ะ

ผ่อนบ้านได้นานสุดกี่ปี

ต้องมีเงินเดือนเท่าไรถึงจะพอผ่อนบ้าน

ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขแต่ละธนาคาร ปกติแล้วธนาคารกำหนดระยะเวลาไว้ 15 - 30 ปี สูงสุด 30 - 40 ปี แต่ไม่เกิน 40 ปี (ยกเว้นแคมเปญสวัสดิการพิเศษของบางธนาคาร อาจสูงสุดได้ถึง 70 ปี) โดยจะพิจารณาร่วมกับอายุของผู้กู้คือ อายุของผู้กู้ + ระยะเวลาการกู้ต้องไม่เกิน 60 ปี หรือ 70 ปี เป็นต้น ดังนั้นอายุสูงสุดของผู้กู้ที่สามารถกู้ได้นานสุดอยู่ที่ 30 ปีนั่นเอง

ด้วยระยะเวลาที่ยาวนาน เราเลยต้องศึกษาเงื่อนไขและวางแผนการเงินให้ดี ซื้อบ้านแล้วไม่ควรต้องผ่อนเกินกำลังของเรามากไป เอาแบบชิลล์ๆ มีทั้งบ้านและมีความสุขไปด้วยดีกว่า หรือไม่ก็เลือกระยะเวลาผ่อนบ้านตามความสามารถทางการเงิน ดูเงื่อนไขสินเชื่อที่เห็นว่าเหมาะสมกับเรา หรือถ้าดูๆ แล้วผ่อนเหนื่อยเกิน ก็อาจต้องยอมลดราคาของบ้านลงมา เพื่อจะกู้ให้น้อยลงก็ยังได้ค่ะ

การเลือกผ่อนบ้านเร็ว - ผ่อนบ้านช้า มีผลต่อเงินงวดและดอกเบี้ย

เพื่อให้สบายต่อการผ่อนบ้านแต่ละเดือน เราควรเลือกแพคเกจกู้ระยะยาว 20 - 30 ปี หรือผ่อนต่อเดือนให้มากกว่าเงินงวดที่กำหนด (เรียกกันทั่วไปว่าการโปะ) จะช่วยให้ผ่อนหนี้หมดได้เร็วขึ้น และดอกเบี้ยรวมก็ไม่มากจนเกินไป เพราะปกติแล้วการเลือกระยะเวลาในการกู้มีผลต่อทั้งเงินงวดและดอกเบี้ย

หมายถึงหากกู้/ผ่อนนาน 30 - 40 ปี เงินงวดต่อเดือนย่อมต่ำแต่ ระยะเวลาผ่อนจะนานหลายปีทำให้ดอกเบี้ยรวมสูงตามไปอีก ดีไม่ดีอาจสูงกว่าเงินต้นด้วยซ้ำ กลับกันถ้ากู้สั้นๆ เพียง 10 ปี 15 ปี ข้อดีคือดอกเบี้ยรวมไม่สูงมาก แต่ข้อเสียคือเงินงวดต่อเดือนค่อนข้างสูงแทนค่ะ

ถึงเศรษฐกิจช่วงนี้จะไม่ค่อยดี และคนไทยภาวะหนี้ครัวเรือนที่สูง จนทำให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อบ้านยากขึ้น แต่หากเพื่อนๆ เป็นคนที่มีคุณสมบัติครบ สุขภาพการเงินดี หรือมีเงินเก็บเพียงพอให้ดาวน์บ้านได้บ้าง Home Buyers แนะนำให้เลือกบ้านที่ชอบ แล้วก็ยื่นกู้สินเชื่อได้เลยค่ะ เพราะถึงธนาคารจะเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น แต่สำหรับลูกค้าชั้นดีแล้ว ทางแบงค์จะมีแพคเกจสินเชื่อดอกเบี้ยดีๆ มาเสนอให้เราแน่นอน

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง