รีวิวคอนโด ดิ แอดเดรส สยาม-ราชเทวี คอนโดใหม่ ส่วนกลางลอยฟ้าสูงสุดบนราชเทวี

  ดิ แอดเดรส สยาม-ราชเทวี คอนโดใหม่ ทำเล BTS ราชเทวี ส่วนกลางหรูหรา งานคราฟต์ มี Sky Facility ที่สูงสุดบนราชเทวี

Company
        โครงการดิ แอดเดรส สยาม-ราชเทวี พัฒนาโครงการโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) โดยแบรนด์ ดิ แอดเดรส นับเป็นคอนโดเกรดบนสุดของทางเอพี ที่หลายๆ คนเฝ้ารอทีเดียวครับ เพราะโครงการล่าสุดที่ทางเอพี ใช้แบรนด์ ดิ แอดเดรส นี่ก็ต้องย้อนไปถึง 8 ปี นั่นคือ โครงการดิ แอดเดรส สุขุมวิท 61 นั่นเลย
        ซึ่งแบรนด์ ดิ แอดเดรส อย่างที่บอกว่าเป็นแบรนด์ระดับบนสุดของทางเอพี ดังนั้น ทั้งเรื่องของดีไซน์ โลเคชั่น วัสดุตกแต่ง ฯลฯ จะทำออกมาได้สมบูรณ์แบบมากๆ ซึ่งโครงการดิ แอดเดรส สยาม-ราชเทวี โครงการนี้ ถือเป็นการ Comeback ที่สมการรอคอยเลยทีเดียว

 

Location

 

         ที่ตั้งโครงการดิ แอดเดรส สยาม-ราชเทวี ตั้งอยู่บนถนนเพชรบุรีครับ ทางเข้าโครงการห่างจากแยกราชเทวี ไปประมาณ 90 เมตร ซึ่งทำเลตรงแยกราชเทวีนี้ ถือว่าเป็นทำเลคอนโดมิเนียมชั้นดีใจกลางเมือง รวมถึงการเติบโตในอนาคตที่สูงมากทีเดียว เพราะทำเลราชเทวี ในอนาคต จะเป็นอินเตอร์เชนจ์ของรถไฟฟ้า BTS กับรถไฟฟ้า MRT สายสีส้ม และยังใกล้กับอีก 2 อินเตอร์เชนจ์ ได้แก่ อินเตอร์เชนจ์พญาไท ระหว่างรถไฟฟ้า BTS กับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต ลิงก์ และอินเตอร์เชนจ์สยาม ของรถไฟฟ้า BTS สายสีลม และสายสุขุมวิท (ฺBTS ราชเทวี)

 

        เริ่มจากอินเตอร์เชนจ์ราชเทวี กันก่อนครับ ตรงนี้ในอนาคต นับว่าเป็นจุดตัดของรถไฟฟ้าที่สำคัญมากของกรุงเทพฯ ก็ว่าได้ครับ เพราะ BTS จะเป็นเส้นทางรถไฟฟ้าที่วิ่งจากทิศเหนือไปทิศใต้ กับ MRT สายสีส้ม ที่วิ่งผ่านทางตะวันออก-ตก ของกรุงเทพฯ ที่จะพาผู้คนจำนวนมากเดินทางเข้ามาในกรุงเทพฯ และมาบรรจบที่จุดตัดตรงกันแห่งเดียวที่อินเตอร์เชนจ์ราชเทวี ซึ่งตรงนี้ในอนาคต จะมีผู้คนที่เดินทางเข้ามาในทำเลเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก
        นอกจากนี้ ในทำเลราชเทวี ยังมีโปรเจ็กต์การลงทุนใหม่ๆ ได้แก่ อาคาร Aira-One เป็นอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ถึง 27,255 ตารางเมตร โครงการเดอะยูนิคอร์น พญาไท ซึ่งเป็นโครงการมิกซ์ยูส ใกล้กับ BTS สถานีพญาไท และโครงการ JRK Tower บนที่ดินบริเวณด้านข้าง BTS ราชเทวี ซึ่งในอนาคต ทั้ง 3 โปรเจ็กต์นี้จะกลายเป็นสถานที่ทำงานของผู้คนจำนวนมาก ทำให้ทำเลราชเทวี มีความต้องการที่พักอาศัยที่เพิ่มสูงขึ้น

 

 

Spring Tower

 

 

The Unicorn Phayathai

 

         ถ้ามองถัดไปอีก 1 สถานี ก็จะเป็นสถานีสยาม ซึ่งเป็นสถานีที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมากที่สุดของ BTS ครับ ตรงนี้เป็น Shopping District ชั้นนำของประเทศ มีทั้งศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ทั้งสยามพารากอน เอ็มบีเค เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ เกษร
วิลเลจ และมีสถานศึกษาขนาดใหญ่เช่น เตรียมอุดมศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

 


สยามพารากอน
Credit: Mark Fischer - Flickr: Siam Paragon

 

        มาดูเรื่องการเดินทางกันครับ ทำเลนี้เป็นทำเลใจกลางเมืองที่เดินทางสะดวกทั้งรถไฟฟ้าและรถยนต์ส่วนตัว โดยรถไฟฟ้าก็จะมีทั้งรถไฟฟ้า BTS สถานีราชเทวี สามารถเดินทางไปยังสยาม สีลม สาทร หรือเปลี่ยนเส้นทางไปแอร์พอร์ต ลิงก์ ที่สถานีพญาไทได้ และ MRT สายสีส้ม ที่ห่างจากโครงการไปเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งสามารถเดินทางไปย่านช้อปปิ้งสำคัญอีกแห่งอย่าง ประตูน้ำ ได้สะดวก
         ส่วนการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็ถือว่าสะดวก เพราะอยู่ใกล้ย่านสำคัญมากมาย ไม่ว่าจะสยาม สีลม สาทร ประตูน้ำ ก็ใช้เวลาเดินทางไม่นาน หรือถ้าจะขึ้นทางด่วนก็มีทางด่วนศรีรัช ที่ด่านเก็บเงินยมราช สามารถขับรถไปทั้งพระราม 2 จตุจักร แจ้งวัฒนะได้

 

Project

 

        โครงการดิ แอดเดรส สยาม-ราชเทวี พัฒนาบนที่ดินขนาด 3-1-55 ไร่ เป็นคอนโดมิเนียม สูง 50 ชั้น ซึ่งด้วยความสูงของอาคารจะทำให้โครงการดิ แอดเดรส เป็นคอนโดมิเนียมที่สูงที่สุดแห่งใหม่ของแยกราชเทวีครับ นอกจากความสูงของอาคารแล้ว งานออกแบบโครงการยังได้แรงบันดาลใจประวัติความเป็นมาที่ยาวนานของทำเลราชเทวีด้วยครับ
        “นามราชเทวีศรีสง่า ล้ำคุณค่าวังพญาไท อนุสาวรีย์ชัยฯ ทหารหาญ ศิลปะโบราณ วังสวนผักกาด เด่นผงาดใบหยกตึกระฟ้า งามจับตาผ้าไหมที่บ้านครัว” เป็นคำขวัญของเขตราชเทวีครับ โดยทางเอพี ได้นำจุดเด่นของทำเลนี้มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบโครงการ ให้ภายในโครงการนั้นมีเรื่องราวสอดคล้องไปกับทำเล ไม่ว่าจะน้ำพุที่แยกราชเทวี สถาปัตยกรรมที่สวยงามของพระราชวังพญาไท บรรยากาศร่มรื่นของวังสวนผักกาด ฯลฯ มาผสมผสานกับดีไซน์อาคารสูงยุคใหม่ และใช้นกยูงมาเป็นสัญลักษณ์ของโครงการ สื่อถึงความหรูหรา สง่างาม กลายเป็นดีไซน์ที่เป็น Timeless ขึ้นครับ

 

 

เริ่มจากบริเวณ Facade ของอาคาร ที่ดีไซน์เหมือน Chapel มีความสูงและสง่างาม โดยใช้หินอ่อน White Lime Stone

 

         ตัวโครงการจะออกแบบให้ตั้งแต่ชั้นที่ 1 และ 9 เป็นส่วน Facility ส่วนห้องพักจะอยู่ที่ชั้น 9-49 และชั้น 50 จะเป็น The Sky Facility ของโครงการครับ โดยส่วนกลางของโครงการนี้จะวางไว้ที่ 3 ระดับความสูง ได้แก่ ที่ชั้น 1 ชั้น 9 และชั้น 50
         เริ่มจากชั้นที่ 1 ด้านนอกตัวอาคารพักอาศัยจะมีสวนพักผ่อน โดยใช้ชื่อว่า Thewi Garden (เทวี การ์เดน) อยู่ข้างตัวอาคาร ตัวสวนนี้ออกแบบให้ทอดยาวไปจนถึงด้านในสุดของโครงการ เพื่อให้เกิดเป็นพื้นที่พักผ่อนสีเขียว เป็นส่วนที่ยาวต่อเนื่อง การออกแบบจะนำเอาสถาปัตยกรรมรอบๆ ราชเทวี มาเป็น Inspire เช่น น้ำพุ ที่หยิบเอาแรงบันดาลใจมาจากน้ำพุทั้ง 4 จุด ที่แยกราชเทวี แล้วมาเกลาดีไซน์ใหม่ ที่นั่งแบบ Sunken Seat ล้อมรอบด้วยน้ำ เหมือนได้นั่งอยู่กลางสระน้ำใหญ่ อุโมงค์ต้นไม้ และรูปปั้นนกยูง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของโครงการ

 

ภายในเทวี การ์เด้น จะมีกำแพงต้นไม้สูง เพิ่มบรรยากาศการพักผ่อนที่ร่มรื่น และมี Pavilion จำลองจากหอเขียนภายในวังสวนผักกาด เป็นที่นั่งพักผ่อนแบบ Sunken Seat โดยพื้นที่ส่วนนี้จะได้ความร่มรื่นและชุ่มชื่นจากสายน้ำที่ล้อมรอบ และเงาจากต้นไม้ใหญ่

 

อุโมงค์ต้นไม้ภายในเทวี การ์เด้น จะทำเป็นทางเดินทอดยาวไปจนถึงด้านหลังโครงการ

 

      ในตัวอาคารจะเป็น Lobby Facility และจะมีพื้นที่รับรองแยกพิเศษอีก 2 ส่วน โดยส่วนแรกจะเป็น Business Lounge ที่ทางโครงการใช้ชื่อว่า Piman Lounge (พิมาน เลานจ์) ที่ออกแบบมาได้โอ่โถง สวยงามสมชื่อครับ ถือว่าสร้างความประทับใจได้ในทันที ด้วยเพดานที่สูง 8 เมตร โปร่ง ใช้ผนังกระจกรับแสงบานสูงใหญ่ เพดานจำลองลักษณะของกลาสเฮ้าส์มาใช้ มีสัญลักษณ์กรงนกยูงสีทองอยู่กลางเลานจ์ ที่ผนังกรุด้วยหินอ่อนชนิด White Statuario (ไวท์ สตาตัวริโอ) เมืองคาร์รารา อิตาลี ซึ่งเป็นหินที่มีราคาสูงมาก และให้ลวดลายของแร่สีเทาเป็นเส้นคมที่เป็นเอกลักษณ์

พิมาน เลานจ์ ตกแต่งอย่างสวยงาม เป็น Business Lounge ที่ใช้เป็นทั้งส่วนนั่งพักผ่อน ส่วนรับแขก สวย สร้างความประทับใจได้ง่ายๆ

 

        เลานจ์อีกส่วนจะใช้ชื่อว่า Mayara Lounge (มยุรา เลานจ์​) ตั้งตามสัญลักษณ์โครงการ ซึ่งเป็นนกยูง โดยออกแบบเลานจ์นี้ในบรรยากาศ Tea Lounge ให้มีความรู้สึกที่ผ่อนคลาย ทั้งการเล่นระดับฝ้าเพดาน มีเคาน์เตอร์บาร์อยู่ตรงกลางห้อง และใช้ผนังกระจกสูงเต็มพื้นที่ เพื่อให้จากภายในสามารถมองผ่านออกสู่ภายนอก เห็นเทวี การ์เด้น เพื่อเป็นที่พักผ่อน พบปะพูดคุย หรือนั่งทำงาน

 

 

มยุรา เลานจ์ ออกแบบสร้างบรรยากาศที่ดูเป็นพื้นที่พักผ่อนที่มีบรรยากาศสบายๆ ผ่อนคลาย สำหรับพูดคุย พบปะกันมากขึ้น

 

        ที่ชั้น 9 จะเป็นสวนพักผ่อนบนตัวอาคาร ชื่อว่า The Scented Garden ภายในสวนส่วนนี้จะออกแบบให้เป็นพื้นที่เปิดโล่ง มีการจัดแลนด์สเคปให้เป็นพื้นที่พักผ่อนรับลมที่สวยงาม โดยปลูกต้นไม้ทั้งช่วงเช้าและเย็นที่เป็นซิกเนเจอร์ของโครงการ ได้แก่ ต้นแก้วเจ้าจอม ที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์มากครับ และยังมีไม้พรรณไทยอื่นๆ เช่น ต้นมะลิ ต้นแวววิเชียรดอกชมพู ต้นแก้ว ดอกพุดเวียดนาม ทิวาราตรี ต้นต้อยติ่งดอกขาว และต้นมะกรูด คอยเพิ่มสีสันให้กับสวน และที่ชั้น 9 นี้จะมีห้องยิมให้ โดยจะมีทั้งเครื่องออกกำลังกายและห้องโยคะ

 

 

ภายในสวนมีบ่อน้ำล้นประดับ เพิ่มความสวยงาม

 

        มาต่อที่ชั้น 50 ซึ่งจะเป็นส่วนกลางหลักของโครงการครับ ตรงนี้ทางเอพี จะใช้ชื่อว่า The Sky Facility ที่ออกแบบให้ชั้น 50 นี้มีพื้นที่พักผ่อนครบ ทั้งรูปแบบ Indoor, Semi-outdoor และ Outdoor นี้ อย่างที่บอกไปครับว่าถือเป็นไฮไลต์ของโครงการ สามารถเห็นวิวได้ทั่วทั้งใจกลางกรุงเทพฯ แบบ 360 องศา เพราะที่ชั้น 50 จะอยู่สูงกว่าอาคารอื่นๆ ใกล้ไปมากพอสมควร เรียกว่าได้วิวที่เคลียร์มากๆ

 

The Sky Facility ของโครงการ จากมุมนี้จะเห็นว่ามีส่วนใช้งานที่หลากหลายทีเดียว

 

 

The Sky Chamber ซึ่งเป็น Business Lounge บนชั้นลอย ที่ออกแบบและตกแต่งอย่างหรูหรา ทั้งวิวจากจุดที่สูงที่สุดของโครงการ ผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ และผ้าบุส่วนของผนังที่ใช้แบรนด์ไฮเอนด์อย่าง Hermes

 

พื้นที่ด้านล่างเป็น The Sky Bar มีที่นั่งพักผ่อนแบบ Semi-outdoor เป็นที่พักผ่อนริมสระว่ายน้ำ

 

 

สระว่ายน้ำ มีความยาว 50 เมตร มีทั้งแบบ Outdoor และ Semi-outdoor ซึ่งตรงส่วนนี้จะเป็นสระว่ายแบบ Lap Pool ยาว 35 เมตร สำหรับผู้ที่ต้องการว่ายน้ำออกกำลัง ได้เผาผลาญออกกำลังสูงสุด มีส่วนที่เป็น Hydrotherapy ได้แก่ Canon Jet สำหรับนวดส่วนคอและไหล่ Jacuzzi Seat สำหรับนวดส่วนหลัง Leg Massage สำหรับนวดส่วนขา

 

 

ห้องฟิตเนสตรงนี้ ถือว่าเป็นฟิตเนสที่สูงสุดในย่านนี้ มีความพิเศษตรงที่ใช้ผนังกระจกรับแสงที่สูงเต็มบาน ทำให้สามารถมองเห็น รับวิวเมืองได้เต็มตา ใช้เครื่องเล่น Personal Kinesis ที่สามารถออกกำลังกายได้มากถึง 200 ท่า ที่มักจะอยู่ในคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ และยังมีความเป็นส่วนตัว เช่น ออกแบบให้มีผนังกั้นระหว่างลู่วิ่ง ยิ่งเป็นบรรยากาศช่วงพลบค่ำ เห็นสีของท้องฟ้าและแสงไฟ ก็ยิ่งเป็นวิวที่สวยงามมาก

 

 

อีกมุมจะเป็นที่นั่งพักผ่อนรับวิวเมือง โดยจะจัดเก้าอี้แบบ Love Seat หันออกรับวิวด้านนอก ไว้นั่งชมวิวยามพระอาทิตย์ตกเพลินๆ อย่างเป็นส่วนตัว

 

Product
         ห้องพักอาศัยของโครงการดิ แอดเดรส สยาม ราชเทวี จะมีทั้งหมด 880 ยูนิต โดยจะแบ่งออกเป็น 6 Type หลัก ได้แก่

 

         ห้องของโครงการจะเป็น Fully Fitted สเปกของห้องนี้ก็เลือกใช้ของเกรดพรีเมียมทีเดียวครับ โดยวัสดุและอุปกรณ์มาตรฐานที่โครงการให้มามีดังนี้

 

 

พื้นห้อง เป็นไม้แบบ Hybrid Engineer หนา 8 มิลลิเมตร เป็นไม้เอ็นจิเนียร์ที่พิเศษตรงที่ทนต่อการขีดข่วน ทนน้ำ ทนความชื้น และน้ำแข็งได้ดีกว่าไม้เอ็นจิเนียร์ทั่วไป

 

 

 

ชุดครัว จะเป็นแบบ Customize จาก Kohler Kitchen วัสดุผิวหน้าบานตู้เป็น Karess Material ปัดผิวลายโลหะ ลดคราบน้ำมันและรอยนิ้วมือ

 

 

ท็อปครัวหินควอตซ์ อุปกรณ์เตาแม่เหล็กไฟฟ้า ฮูดดูดควัน ซิงก์ เตาอบไมโครเวฟ จาก Küppersbusch แบรนด์ดังจากเยอรมนี

 

 

ชุดสุขภัณฑ์ ใช้โถสุขภัณฑ์แบบ Washlet จาก Toto อ่างล้างมือ ก๊อกน้ำ และฝักบัว จาก Grohe อ่างอาบน้ำจาก Kasch Bathtub เปลี่ยนแสงไฟได้ 10 สี มีระบบ Whirlpool Jets และ Airpool Jets ก๊อกน้ำร้อนน้ำเย็นที่เรนชาวเวอร์

 

Digital Door Lock รุ่นท็อป จาก Yale แบบ Push & Pull ควบคุมการเข้าออกด้วย Fingerprint ที่จำได้สูงจุด 20 ลายนิ้วมือ Pin Code 4-10 หลัก สร้างรหัสเข้าออกแบบ One Time ได้ Visitor Code เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ผ่านระบบสมาร์ทโฮม

 

 

ระบบสมาร์ทโฮม การเปิดปิดไฟในห้อง Motion Sensor สั่งเปิดปิดเครื่องปรับอากาศ เชื่อมต่อกับกลอนดิจิทัล และยังสามารถสั่งควบคุมเปิดปิดผ้าม่านได้ (เจ้าของห้องสามารถติดตั้งได้ภายหลัง)

 

เครื่องปรับอากาศสำหรับยูนิตแบบ 2 ห้องนอนขึ้นไป จะเป็นแบบ Conceal ทำให้ห้องดูสวยมากขึ้น

 

         สำหรับห้องตัวอย่างจะมีให้ชมทั้งหมด 3 แบบด้วยกัน ได้แก่ แบบ 1 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 35 ตารางเมตร แบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 66.5 ตารางเมตร และแบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ Duplex พื้นที่ใช้สอย 65 ตารางเมตร

เริ่มจากยูนิตแบบ 1 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 35 ตารางเมตร

 

        การออกแบบเลย์เอาต์ห้องหน้ากว้าง 7.5 เมตรนี้ ทำได้หรูหราทีเดียว ภายในห้องมีเพดานที่สูงถึง 3 เมตร และใช้ประตูบานเลื่อนที่เปิดออกไปสู่ระเบียงที่กว้างสูงเป็นพิเศษ ทำให้รับวิวภายนอกได้เต็มอิ่ม ส่วนใช้สอยอื่นๆ ก็ออกแบบมาได้ดี ทั้งห้องครัวปิด สามารถใช้ทำอาหารได้ ลดกลิ่นควันรบกวนไปส่วนใช้สอยอื่นๆ และห้องนอนที่ออกแบบมากว้างขวางกำลังดี

 

 

พื้นที่ส่วนห้องนั่งเล่นและส่วนรับประทานอาหาร ออกแบบให้เชื่อมต่อกันไปจนถึงประตูบานเลื่อนเปิดสู่ระเบียง แต่ละส่วนใช้สอยวางเว้นระยะห่างกันพอดีๆ ให้ใช้งานได้สะดวก พื้นที่ห้องในส่วนนี้ดูปลอดโปร่งมาก ทั้งจากเพดานห้องที่สูงถึง 3 เมตร และประตูบานเลื่อนที่ระเบียง ช่วยให้ดูโปร่ง และรับวิวภายนอกได้สวยขึ้น

 

 

ภายในห้องครัวปิด ทางโครงการจะให้ชุดครัวมาด้วย หน้าตาจะเหมือนกับครัวในห้องตัวอย่างครับ ผิวหน้าบานตู้ด้านบนจะเป็นวัสดุชนิดพิเศษ “Kohler Kitchen Karess” ซึ่งผิวสัมผัสหน้าบานจะปัดผิวลวดลายโลหะ มีคุณสมบัติลดคราบมันและรอยนิ้วมือด้วยครับ

 

 

เคาน์เตอร์ครัวด้านล่าง จะมีช่องใส่ Combi เตาอบไมโครเวฟ ตู้ลิ้นชัก ช่องใส่เครื่องซักผ้า และตู้ใต้ซิงก์

 

 

อีกมุมของห้องครัว เป็นพ็อกเก็ตเล็กๆ สำหรับวางตู้เย็น

 

ท็อปของครัว จะเป็นวัสดุหิน คุณสมบัติ คือ แข็งแรงทนทาน

 

 

ซิงก์และก๊อก ใช้ของจากแบรนด์ Küppersbusch

 

 

เตาแม่เหล็กไฟฟ้าที่โครงการให้มากับห้อง เป็นแบบ 2 หัว ของ Küppersbusch เช่นกัน

 

 

ที่ผนังด้านบนเตาแม่เหล็กไฟฟ้าจะมีฮูดดูดควัน ที่ผนังจะมีช่องสำหรับวางขวดซอส เครื่องปรุงต่างๆ และมีบานเลื่อนเล็กๆ สามารถเปิดปิดป้องกันคราบน้ำมันจากการทำอาหารไปเลอะด้านใน

 

 

ถัดจากห้องนั่งเล่นไปจะเป็นส่วนของห้องนั่งเล่น จากมุมนี้จะมองเห็นห้องนอนและห้องน้ำ

 

 

ห้องน้ำ จะเป็น Double Access เปิดเข้าใช้งานได้ทั้งจากทางห้องนั่งเล่นและห้องนอน ในห้องน้ำใช้สุขภัณฑ์จาก Toto ได้แก่ อ่างล้างมือ โถสุขภัณฑ์​แบบ Washlet ส่วนพื้นที่อาบน้ำก็จะติดฉากกั้นอาบน้ำให้ ใช้ฝักบัวและเรนชาวเวอร์ ของ Grohe

 

 

Washlet ของ Toto ที่โครงการให้ จะทันสมัยทีเดียวครับ มีเซ็นเซอร์จับการเคลื่อนไหว สั่งปิดฝาอัตโนมัติ และอุ่นฝารองนั่งให้ทันที ที่ผนังก็จะมีปุ่มกดสำหรับฉีดน้ำ ปรับรูปแบบการฉีด รวมถึงสั่งกดชำระ

 

ส่วนห้องนั่งเล่น จะอยู่ติดกับประตูบานเลื่อนเปิดออกสู่ระเบียง ซึ่งพื้นที่ตรงนี้ออกแบบมาได้สวยทีเดียวครับ มองผ่านประตูออกไปยังวิวภายนอกได้เต็มตาดีทีเดียว

 

 

อีกจุดเด่นของโครงการนี้ คือ ส่วนของระเบียง จะเป็นแบบ Double Skin ครับ คือ พ้นจากประตูบานเลื่อนที่เปิดไปยังระเบียงแล้ว ก็จะมีชุดหน้าต่างบานเลื่อนอีก 1 ชุดครับ ทั้งเพิ่มความสวยงาม เวลามองเข้ามาที่ห้องพักอาศัยก็จะเห็นเป็นผนังกระจก ช่วยพรางการใช้งานส่วนระเบียงได้ ดูเรียบร้อย และยังช่วยเรื่องกันเสียงรบกวนต่างๆ ได้ดี

 

 

ส่วนของระเบียงห้อง จะมีประตูเซอร์วิสที่เปิดไปยังห้องวางคอนเดนซิ่งยูนิตของเครื่องปรับอากาศครับ

 

มาดูห้องนอนกันครับ พื้นที่ของห้องนอนทำออกมาได้สวยงามทีเดียว ดูสูงโปร่ง มีหน้าต่างกระจกขนาดใหญ่ ทำให้มองเห็นวิวภายนอกได้กว้างมาก

 

 

ด้านข้างเตียงนอนเป็นพื้นที่สำหรับตู้เสื้อผ้าครับ ตู้เสื้อผ้านี้จะไม่ได้ให้มากับห้องนะครับ แต่แต่งโชว์ใช้หน้าบานเป็นกระจก ดูสวยทีเดียว

 

 

ภายในห้องนอนจะมีประตู Double Access ที่เปิดไปยังห้องน้ำด้วยครับ ช่วยให้ใช้งานห้องน้ำจากห้องนอนได้สะดวกมากขึ้น

 

มาต่อด้วยยูนิตแบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 66.5 ตารางเมตร

        ยูนิต 2 ห้องนอนนี้ การออกแบบห้องทำออกมารองรับการอยู่อาศัยเป็นครอบครัวได้ดีเลย ด้วยขนาด 2 ห้องนอน และ 2 ห้องน้ำ ทำให้ใช้สอยได้สะดวกสบายมาก พื้นที่ห้องกว้างขวาง รองรับการอยู่อาศัยได้ตั้งแต่ 2-3 คน ส่วนใช้สอยต่างๆ จะดูเป็นสัดส่วนมากขึ้น ใช้งานได้ลงตัวมากขึ้นด้วย

 

 

เปิดประตูเข้ามาจะเจอกับพื้นที่ห้องที่โปร่งโล่งไปจนสุด มองผ่านออกไปยังระเบียงห้องได้ มีช่องทางเดินไปยังส่วนต่างๆ ได้สะดวก ไม่ติดขัดอะไร ถือว่าโครงการออกแบบพื้นที่ตรงส่วนนี้ได้สวยเลยครับ

 

 

ติดกับประตูทางเข้าห้องเลยจะมีห้องครัว โดยจะเป็นพ็อกเก็ตเข้าไป สามารถวางตู้เย็นแบบ Side by Side ได้ด้วย ภายในมีชุดครัวให้เหมือนกับในห้องตัวอย่างครับ

 

..........

มาดูส่วนนั่งเล่นกันครับ พื้นที่ตรงนี้ออกแบบมากว้างขวางดี ดูโปร่งด้วยเพดานสูง 3 เมตร และจากประตูบานเลื่อนเปิดออกสู่ระเบียงที่สูงเป็นพิเศษ

 

 

เปิดออกมายังระเบียงห้อง มีขนาดกว้างกำลังดีครับ เป็นระเบียงใช้งานก็ได้ หรือทำเป็นมุมนั่งรับลมชมวิวก็ดีเช่นกัน ราวกันตกของระเบียงตรงนี้จะเป็นเท็มเปอร์กลาสที่หนาเป็นพิเศษ ทนแรงลมได้ดี และใช้เฟรมอะลูมิเนียมเส้นสายบางๆ ลดความรู้สึกว่าถูกบังวิวภายนอกลงได้มากครับ

 

 

ด้านข้างพื้นที่นั่งเล่นมีทางเดินไปยังห้องนอนทั้ง 2 ห้อง ห้อง Laundry & Storage Room และระเบียงเซอร์วิสของห้องครับ

 

ที่ระเบียงเซอร์วิส ซึ่งตรงนี้โครงการจะทำประตูบานเฟี้ยมซ่อนทางเข้าเอาไว้ โดยห้องนี้จะเป็นทั้งห้องซักผ้าและห้องเก็บของอีกด้วย เหมาะมากสำหรับครอบครัวที่มีของใช้จำนวนมาก ถ้าไม่ใช้งานก็ปิดเอาไว้ ทำให้ผนังส่วนนี้เรียบเหมือนกับผนังห้อง

 

 

ระเบียงเซอร์วิสตรงนี้จะเป็นที่ติดตั้งคอนเดนซิ่งยูนิตของเครื่องปรับอากาศ ด้านนอกมีกริลช่วยพรางสายตา เพิ่มความสวยงามให้

 

 

ในพื้นที่ Laundry ตรงนี้จะเป็นพื้นที่เปล่าๆ นะครับ ทางโครงการตกแต่งโชว์การใช้งานมุมนี้เอาไว้โดยบิวท์ตู้ขึ้นมา แล้วแบ่งชั้นล่างเป็นที่วางเครื่องซักผ้าฝาหน้า ส่วนด้านบนแบ่งชั้นย่อยๆ ไว้เป็นที่เก็บของ

 

มาดูห้องนอนที่ 2 กันครับ ห้องนอนที่ 2 พื้นที่ภายในห้องถือว่ากว้างขวางดี วางเตียงนอนขนาด 5 ฟุตได้สบายๆ มีช่องทางเดินช่วงปลายเตียงให้เดินเข้าได้สะดวก ในห้องนี้จะมีตู้เสื้อผ้าให้เป็นแบบบานเลื่อนคู่ หน้าบานเป็นกระจกสีชา

 

 

ห้องนอนที่ 2 จะมีประตู Double Access เปิดไปยังห้องน้ำได้ด้วย ทำให้เวลาจะใช้งานห้องน้ำก็ไม่ต้องเปิดประตูออกไปนอกห้องครับ เข้าจากในห้องนอนได้เลย ภายในห้องน้ำก็มีอ่างล้างมือ และโถสุขภัณฑ์แบบ Washlet จาก Toto และพื้นที่อาบน้ำติดกระจกเท็มเปอร์กลาสให้ ส่วนชุดฝักบัวใช้ของ Grohe เช่นกัน

 

 

มาดูห้องนอนที่ 1 กันครับ ห้องนอนนี้ออกแบบได้สวยทีเดียว พื้นที่เตียงนอนกว้างขวาง วางเตียง 5-6 ฟุตได้สบายๆ จัดตู้หรือโต๊ะไว้ที่หัวเตียงทั้ง 2 ฝั่งได้ มีผนังรับแสงที่สูงเป็นพิเศษ ทำให้รับวิวเมืองมุมสูงได้สวยขึ้น

 

 

ด้านข้างเตียงนอนจะให้ตู้เสื้อผ้าเป็นแบบบานเลื่อนคู่มาเช่นกันครับ หน้าบานของตู้เป็นกระจกสีชาเหมือนในห้องตัวอย่างครับ

 

 

มาดูห้องน้ำของห้องนอนมาสเตอร์กันครับ ห้องน้ำนี้ดูเผินๆ จะเหมือนกับห้องน้ำในบ้านหรูพอสมควร ด้วยการออกแบบให้ดูโปร่ง มีผนังกระจกขนาดใหญ่ ทำให้ห้องน้ำดูโปร่ง ดูสวยงามทีเดียว

 

 

ห้องน้ำนี้จะพิเศษตรงที่จะทำห้องให้ยื่นออกไปจากตัวอาคาร เป็นอ่างอาบน้ำ ใช้อาบน้ำชมวิวได้เลย

 

ผนังกระจกของห้องน้ำตรงนี้ จะเป็นกระจกเข้ามุมครับ รับวิวมุมกว้างได้ดียิ่งขึ้น และมีหน้าต่างบานกระทุ้งให้ 1 จุด ใช้เปิดถ่ายเทอากาศในห้องได้ครับ

 

มาต่อที่ห้องแบบสุดท้ายกันครับ คือ ห้องแบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ Duplex พื้นที่ใช้สอย 65 ตารางเมตร

 

        ยูนิตแบบ Duplex ห้องนี้ถือว่าเป็นยูนิตที่ออกแบบได้หรูเลยครับ ทั้งห้องนั่งเล่นเพดานสูงแบบ Double Space ถึง 5.8 เมตร ใช้ผนังกระจกที่เต็มความสูง (Full Height) จึงได้วิวเมืองที่เต็มตา ทำให้ห้องส่วนห้องนั่งเล่นดูสวยมากทีเดียว นอกจากนี้ ยังเป็นห้องแบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ จุดเด่น คือ ห้องนอนทั้ง 2 ห้องจะหันรับวิวเดียวกัน และห้องนอนที่ 2 จะได้หน้าต่ากระจกเข้ามุม ดูสวยมากขึ้น

 

 

พื้นที่ตรงส่วนห้องนั่งเล่นและโต๊ะทานอาหาร โครงการออกแบบให้ 2 ส่วนนี้อยู่เชื่อมต่อกัน ดูหรูหราและโปร่งสบาย การใช้งานระหว่างส่วนต่างๆ เช่น ห้องนั่งเล่น โต๊ะทานอาหาร ห้องน้ำ และห้องครัว จะเชื่อมต่อกันได้สะดวก

 

 

ดูบรรยากาศของห้องนั่งเล่นกันครับ เพดานที่สูงโปร่งถึง 5.8 เมตร กับผนังกระจกเต็มความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน ทำให้ห้องนี้เหมือนได้วิวเมืองเป็นฉากหลังขนาดใหญ่ ช่วยให้พื้นที่ตรงส่วนนี้ดูหรูหรามากขึ้น

 

ตรงส่วนห้องนั่งเล่น จะมีประตูบานเลื่อนเปิดออกไปยังระเบียง ช่องทางเดินออกไประเบียงก็ถือว่ายังเว้นให้เดินได้สะดวกครับ

 

ระเบียงห้องของยูนิต 2 ห้องนอน Duplex ออกแบบมาให้เป็นที่สำหรับพักผ่อนครับ โดยใช้ราวกันตกเป็นกระจกเท็มเปอร์กลาส เฟรมเป็นอะลูมิเนียม เวลามองผ่านออกมาจะไม่รู้สึกว่ามีอะไรมาขวางสายตาเลย

 

 

มองขึ้นไปด้านบนจะเห็นผนังกระจกเข้ามุมของห้องนอนมาสเตอร์

 

 

มุมครัวของห้องนี้ จะมีความพิเศษตรงที่มีบานเลื่อนปิด ซ่อนส่วนครัวเอาไว้ได้ครับ เช่น วันไหนที่มีเพื่อนมาเยี่ยมห้อง แต่ครัวเราไม่เรียบร้อย ก็ปิดบานเลื่อนซ่อนเอาไว้ได้

 

 

ส่วนรับประทานอาหาร ในห้องตัวอย่างจัดพื้นที่ไว้สำหรับรองรับ 4 คน สามารถใช้งานได้สบายๆ ไม่ติดขัด มีระยะให้ถอยเก้าอี้เข้านั่งได้สะดวก

 

 

ชุดครัวที่โครงการใช้ ก็จะมีตู้แขวนสำหรับเก็บของได้หลากหลายทีเดียวครับ

 

 

ซิงก์ล้างจาน เตาแม่เหล็กไฟฟ้า ฮูดดูดควัน และเตาอบไมโครเวฟ ที่โครงการเลือกใช้จะเป็นแบรนด์ Küppersbusch จากเยอรมนี

 

 

ด้านข้างชุดครัวจะเว้นช่องไว้สำหรับวางตู้เย็นขนาด Side by Side ได้ครับ

 

 

ถัดจากส่วนห้องนั่งเล่นไปจะมีทางเดินไปยังห้องนอนที่ 2 และห้องน้ำใช้รวมของชั้นล่างครับ

 

 

มาเริ่มจากห้องนอนที่ 2 กันก่อน ห้องนี้ได้พื้นที่กว้างขวางทีเดียว แปลนภายในห้องนี้จะวางตู้เสื้อผ้าไว้ใกล้กับประตูทางเข้าห้องน้ำ และพื้นที่ส่วนเตียงนอนจะสามารถวางเตียงนอนขนาด 6 ฟุตได้ วางตู้ข้างเตียงไว้ที่หัวนอนทั้ง 2 ฝั่งได้ ทำให้การจัดเฟอร์นิเจอร์ของห้องนี้สวยมากครับ

 

 

ผนังกระจกของห้องจะเป็นกระจกเข้ามุม ช่วยให้เปิดวิวได้กว้างมากขึ้น ส่วนรูปซ้าย คือ กระจกเข้ามุมของห้องนอนนี้ ถ้ามองจากระเบียงห้องครับ

 

 

ตู้เสื้อผ้าจะอยู่ใกล้กับประตูทางเข้าห้องน้ำ เพื่อให้ใช้งาน 2 ส่วนนี้ได้ต่อเนื่องกัน

 

 

ห้องน้ำของชั้นล่าง จะเปิดใช้งานได้จาก 2 ทาง คือ จากห้องนอนที่ 2 และจากทางเดินด้านนอกครับ จัดวางส่วนใช้สอยไว้สวยงาม เว้นช่องทางเดินเข้าออกให้เดินสะดวก โดยจะได้อ่างล้างมือ โถสุขภัณฑ์แบบ Washlet จาก Toto ติดฉากกั้นอาบน้ำเป็นเท็มเปอร์กลาสให้ ได้ฝักบัวและเรนชาวเวอร์ จาก Grohe

 

 

ขึ้นชั้นบนไปดู Master Bedroom กันครับ บันไดทางขึ้นจะอยู่ใกล้กับประตูทางเข้าห้องเลย พื้นบันไดตรงนี้เป็น Solid Wood เวลาเดินจะได้สัมผัสที่ดีทีเดียวครับ ที่ผนังจะทำราวจับฝังไว้กับผนังมาให้ครับ ตรงนี้เราสามารถติดไฟ LED ซ่อนไว้ด้านใน เพิ่มความสวยงาม และให้ใช้งานสะดวกได้ภายหลัง

 

 

ขึ้นมาถึงชั้นบน โครงการจะใช้ราวกันตกเป็นกระจกเท็มเปอร์กลาสครับ นอกจากปลอดภัยแล้ว ยังดูสวยงาม ทำให้ห้องดูโปร่ง

 

 

เข้ามาในห้องแล้วจะเจอกับผนังกระจกบานใหญ่ เพิ่มมุมมมองที่โปร่งโล่งให้กับห้องนอนนี้ครับ มองลงไปเห็นห้องนั่งเล่นด้วยครับ ถือว่าห้องนี้ออกแบบให้มีลูกเล่นเรื่องมุมมองที่สวยทีเดียว

 

 

พื้นที่ส่วนห้องนอน กว้างขวางทีเดียว วางเตียงนอน 6 ฟุตได้สบายๆ ยังเหลือพื้นที่ทางเดินภายในห้องให้เดินได้สะดวกครับ

 

 

ที่หัวเตียงจะมีพื้นที่วางโต๊ะข้างเตียงตัวเล็กได้อีก 1 ตัว

 

 

อีกฝั่งของห้องจะเป็นห้องน้ำครับ ซึ่งจะใช้ผนังกระจกเข้ามุมเป็น Sexy Bathroom

 

 

ภายในห้องน้ำ ก็จะได้โถสุขภัณฑ์แบบ Washlet ของ Toto เหมือนกันครับ

 

 

พื้นที่อาบน้ำ จะติดฉากกั้นอาบน้ำเป็นกระจกเท็มเปอร์กลาส ได้ชุดฝักบัวและเรนชาวเวอร์ ของ Grohe

 

 

ฝั่งที่ติดกับผนังกระจกจะวางเป็นอ่างอาบน้ำ ไว้นอนแช่น้ำดูทีวีไปด้วยเพลินๆ ครับ

 

Price
        โครงการดิ แอดเดรส สยาม-ราชเทวี จะเปิดขายในวันที่ 8-9 มิถุนายนนี้ โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 5.9 ล้านบาท
ถ้าสนใจก็คลิกเข้าลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษได้ที่นี่ https://bit.ly/2I5h83x

 

Conclusion
         ดิ แอดเดรส สยาม-ราชเทวี นับเป็นการกลับมาของแบรนด์ ดิ แอดเดรส ที่สมการรอคอยครับ เพราะกลับมาแบบจัดเต็ม หรูหรา เรียกว่าเปลี่ยนโฉมกันไปเลย ทั้งเรื่องดีไซน์ที่มีเรื่องราวสอดคล้องไปกับตัวทำเล การออกตัวอาคาร ส่วนกลางต่างๆ ทำออกมามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก เรียกว่าไม่แพ้โครงการอื่นๆ แน่นอน
        ทำเลที่ตั้งตรงนี้มีศักยภาพสูง มีการเติบโตในอนาคตที่สูงด้วยเช่นกัน ความสะดวกสบายต่างๆ ก็มีพร้อม ไม่ว่าจะย่านช้อปปิ้ง สถานพยาบาล ใกล้สถานที่ทำงาน ตามฉบับคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง การเดินทางไม่ว่าจะเข้าใจกลางเมืองหรือออกนอกเมืองก็สะดวก ทั้งรถยนต์ส่วนตัวและรถไฟฟ้า แถมตรงนี้ในอนาคต เมื่อสายสีส้มสร้างเสร็จ จะกลายเป็นอินเตอร์เชนจ์ใหญ่ของกรุงเทพฯ

        แปลนห้องออกแบบมาได้ลงตัวทั้ง 3 ห้อง คือ ไม่รู้สึกว่ามีมุมไหนเลยที่ใช้งานได้ยาก หรือเดินเข้าออกลำบาก ได้เพดานสูง ผนังกระจกขนาดใหญ่ ได้ส่วนห้องนั่งเล่นที่กว้างกำลังดี และห้องนอนที่จัดฟังก์ชันได้ครบ อุปกรณ์ของใช้ต่างๆ ก็เลือกแบรนด์ระดับโลกทั้งนั้น เช่น ครัวนำเข้าของ Kolher ฮอบ + ฮูด ก๊อก ซิงก์ ของ Küppersbusch สุขภัณฑ์จาก Toto ก๊อกและเรนชาวเวอร์ จาก Grohe
         ด้านราคา เริ่มต้นที่ 5.9 ล้านบาท เป็นราคาพิเศษ ตีเป็นตารางเมตรไม่ถึง 2 แสนบาท ส่วนห้องจริงๆ ที่เปิดก็จะอยู่เฉลี่ยตารางเมตรละ 230,000 บาท บนทำเลใจกลางเมืองจริงๆ อย่างราชเทวี ถือว่าไม่สูงเลยครับ เพราะบางทำเลที่ติด BTS แต่ไกลจากเขตใจกลางเมืองไปพอสมควร ยังเปิดขายที่ราวๆ แสนแปด-แสนเก้า แล้วนะครับ ถ้าสนใจก็คลิกเข้าลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษได้ที่นี่ https://bit.ly/2I5h83x

Fact Sheet
โครงการ : The Address Siam-Ratchathewi (ดิ แอดเดรส สยาม-ราชเทวี)
เจ้าของโครงการ : บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)
ที่ตั้งโครงการ : ถ.เพชรบุรี (ทำเลสยาม-ราชเทวี)
พื้นที่โครงการ : 3-1-55 ไร่
ประเภทโครงการ : คอนโดมิเนียม สูง 50 ชั้น 1 อาคาร
จำนวนยูนิต : 880 ยูนิต
แบบห้อง : -แบบ 1 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 31-35 ตร.ม.
               -แบบ 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 51.5 ตร.ม.
               -แบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 59.5-69.5 ตร.ม.
               -แบบ 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 86 ตร.ม. 
               -แบบ 1 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ Duplex พื้นที่ใช้สอย 50 ตร.ม.
               -แบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ Duplex พื้นที่ใช้สอย 65 ตร.ม.
สิ่งอำนวยความสะดวก : Lobby, Piman Lounge, Mayura Lounge, Thewi Garden, The Scented Garden, The Sky Facility, Fitness, The Sky Chamber, The Sky Bar, Pool, Canon Jet, Jacuzzi Seat, Leg Massage
ระบบรักษาความปลอดภัย : เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม. กล้อง CCTV ระบบ Digital Door Lock
ที่จอดรถ : ประมาณ 449 คัน
ราคาเริ่มต้น : 5.9 ล้านบาท
ติดต่อ : โทร. 1623
https://bit.ly/2w8z87k

 

ติดตามข่าวสารอสังหาฯ และข่าวดังในกระแส www.home.co.th/hometips/news

ติดตามข้อมูลโครงการและความเคลื่อนไหวด้านอสังหาฯ www.home.co.th และ www.facebook.com/Homebuyersfanpage 

หรือชมวิดีโออื่นๆ คลิกที่นี่www.home.co.th/tvwww.youtube.com/tvhomebuyer

คอนโด, คอนโดใหม่, ราคาคอนโด, ซื้อคอนโด, รีวิวบ้าน, ทาวน์โฮม, ทาวน์เฮ้าส์, รีวิวคอนโด

>>คอนโดใกล้รถไฟฟ้า>>บ้านใกล้รถไฟฟ้า>>Blogger home.co.th


วันที่แก้ไขข้อมูลล่าสุด : 07 มิถุนายน 2562

 

รีวิวอื่นๆที่น่าสนใจ


โครงการที่เกี่ยวข้อง