รีวิวคอนโด อีส สุขุมวิท 43 ใกล้ BTS พร้อมพงษ์ เพียง 550 ม.

คอนโดระดับลักชัวรี่ สูง 7 ชั้น บรรยากาศเงียบสงบ เป็นส่วนตัว เพียง 100 กว่ายูนิต ท่ามกลางธรรมชาติในโครงการ ใกล้ BTS พร้อมพงษ์ เพียง 550 ม.

Company

        โครงการอีส สุขุมวิท 43 พัฒนาโดย บริษัท สิงห์เอสเตท จำกัด (มหาชน) หนึ่งในบริษัทชั้นนำของวงการอสังหาฯ ที่พัฒนาโครงการระดับลักชัวรี่ และซูเปอร์ลักชัวรี่ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ซึ่งหากพูดถึงที่อยู่อาศัยประเภทแนวสูงกลางกรุงในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา สิงห์ เอสเตท ได้มีการเปิดตัวโครงการภายใต้แบรนด์ The Esse รวมทั้งสิ้น 3 โครงการ ​มูลค่าโครงการรวมกว่า 15,000 ล้านบาท คือ โครงการ The Esse Asoke เปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคม 2015, โครงการ The Esse at Singha Complex เปิดตัวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2017 และโครงการ The Esse Sukhumvit 36 เปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2017 โดยทั้ง 3 โครงการได้รับผลตอบรับที่ดีทั้งจากลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยโกยยอดแบ็คล็อกไปแล้วกว่า 11,000 ล้านบาท หรือ 75% เพราะเป็นโครงการระดับลักชัวรี่ที่ตั้งอยู่ในทำเลที่พรีเมี่ยม และใกล้กับ Mass Transit ทุกโครงการ
        ทั้งนี้ ล่าสุด โครงการอีส สุขุมวิท 43 เป็น New Low-rise Condominium Brand ของ สิงห์ เอสเตท เป็นคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ระดับลักชัวรี่ ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของ Urban Self Lover หรือกลุ่มคนเมืองที่รู้ว่าความต้องการที่แท้จริงของตัวเอง จึงมองหาคอนโดมิเนียมที่เป็น “Absolute Urban Retreat” หรือที่อยู่อาศัยที่สามารถตอบโจทย์เรื่องความปลอดภัย (Safe) ความเป็นส่วนตัว (Private) ความผ่อนคลาย (Sanctuary) และให้ความรู้สึกเหมือนบ้าน (Like A House) เพื่อให้เขาสามารถชาร์จพลังหรือพักผ่อนได้อย่างมีความสุขในทุกวันนั่นเอง โดยสนนราคาโครงการนี้เริ่มต้นที่ 13.99 ลบ.

Location

บริเวณปากซอยสุขุมวิท 43

ภายในซอยที่ตั้งโครงการ ปัจจุบัน โครงการล้อมรั้วไว้เพื่อดำเนินการก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จ ปี 2020

ทางเข้าโครงการอยู่ตรงข้ามกับ The Bangkok Condo สูง 8 ชั้น

        โครงการตั้งอยู่ใน ซ.สุขุมวิท 43 ตรงข้ามกับ The Bangkok Condo เป็นซอยตันที่รายล้อมด้วยเพื่อนบ้านระดับคุณภาพอาทิ พระตำหนักเลอดิส พระตำหนักวิลล่าวัฒนา บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เป็นต้น ถือเป็นซอยที่มีความเงียบสงบมากที่สุดของทำเลสุขุมวิท ก็ว่าได้ ที่สำคัญห่างจากสถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์ เพียง 550 ม.

บรรยากาศภาพรวมมุมกว้างของย่านนี้

โครงการอยู่ห่างจาก BTS สถานีพร้อมพงษ์ เพียง 550 ม.

เชื่อมต่อกับ MRT สถานีสุขุมวิท ที่ BTS อโศก ซึ่งห่างจากพร้อมพงษ์ เพียง 1 สถานี

        ทั้งนี้ ถ.สุขุมวิท เป็นถนนเส้นสำคัญของกรุงเทพฯ มาช้านาน โดยย่านที่มีความเจริญสูงสุดของถนนเส้นนี้คงหนีไม่พ้น Area ที่เรียกว่า Mid Sukhumvit หรือสุขุมวิทตอนกลาง (อโศก-พร้อมพงษ์-ทองหล่อ) โดยมีพร้อมพงษ์ เป็นเสมือนศูนย์กลางของความเป็น ‘Mid สุขุมวิท’ อย่างแท้จริง

        ย่านพร้อมพงษ์เอง ก็เป็นทำเลที่ลักชัวรี่ และมีไลฟ์สไตล์ของการอยู่อาศัยที่สะดวกสบายมากมาย เป็นย่านที่มีความหลากหลาย แต่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ทั้งในแง่ของผู้อยู่อาศัยไปจนถึงสถานที่ต่างๆ ที่ครบครัน และสร้างสีสันให้ย่านนี้ได้ทั้งกลางวันและยามค่ำคืน ทั้งแหล่งช้อปปิ้งสุดหรู เช่น ห้างสรรพสินค้าระดับไฮเอนด์ เอ็มโพเรียม และเอ็มควอเทียร์ คอมมูนิตี้มอลล์เรนฮิลล์ เป็นต้น รวมถึง ร้านอาหารชื่อดัง เช่น Roast, Crab and Claw, Pepina, All six to twelve, Kram, รศ.234 ร้านคาเฟ่และร้านขนม เช่น Library, Casa Lapin, Custard Nagamura, Ceresia รพ.สมิติเวช รร.นานาชาติบางกอกเพรพ รวมไปถึงปอดของคนสุขุมวิท อย่างสวนสาธารณะเบญจสิริ เป็นต้น

ภาพจำลองโครงการ รั้วโครงการ ออกแบบเพื่อให้มีความเป็นส่วนตัวมากที่สุด ทางโครงการจึงได้ปลูกต้นไม้ใหญ่นอกรั้ว (คาดว่าเป็นต้นกระพี้จั่น และต้นยางนา สอบถามโครงการอีกครั้ง) เพื่อเป็นการบังสายตาจากคนภายนอก ทั้งนี้ โครงการมีทางเข้าออกทางเดียว คือ ฝั่ง ซ.สุขุมวิท 43

Project

        โครงการอีส สุขุมวิท 43 เป็นคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่ สูง 7 ชั้น 2 อาคาร บนเนื้อที่โครงการ 1-3-69.4 ไร่ รวมทั้งสิ้น 107 ยูนิต ชื่อโครงการ “Eyse” เป็นภาษาอังกฤษโบราณ แปลว่า “พักผ่อน ผ่อนคลาย”

        ปัจจุบัน โครงการอยู่ระหว่างการก่อสร้าง และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2020 ทั้งนี้ พัฒนาโครงการเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบ Absolute Urban Retreat ภายใต้แนวคิด Urban Hidden Treasure ซึ่งประกอบด้วย
        Hidden Gem Location : ที่ตั้งโครงการที่มีความสงบ เป็นส่วนตัว ซึ่งแอบซ่อนอยู่ในใจกลางเมืองที่มีความสะดวกสบาย มีไลฟ์สไตล์หลากหลายที่เหมาะกับคนเมือง
        Hidden Life in Nature : การดีไซน์ที่เน้นการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ การออกแบบที่คำนึงถึงทิศทางลมและแดด และพื้นที่สีเขียวที่ออกแบบให้ใกล้ชิดกับผู้อยู่อาศัย
        Serve Everyone Hidden Needs : ใส่ใจทุกความต้องการที่แอบซ่อนของผู้อยู่อาศัย เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัวได้ดีมากที่สุด
        Hidden Function in One Space : Multi-function Facilities พื้นที่ส่วนกลางอารมณ์บ้าน ที่ซ่อนฟังก์ชันการใช้งานให้สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลาย และเพิ่มโอกาสการพบปะกันระหว่างผู้อยู่อาศัย

        จุดเด่นของโครงการถือว่ามีรายละเอียดค่อนข้างมากเลยทีเดียว อาทิ
-เป็นโครงการที่เน้นนำธรรมชาติเข้ามาไว้ในโครงการ โดยพื้นที่เกือบ 2 ไร่ นำมาพัฒนาโครงการเพียง 15,000 ตร.ม. นอกนั้น เป็นพื้นที่ส่วนกลางที่เน้นธรรมชาติ
-ภายในห้องพักมีเพดานสูงถึง 3 ม. จึงทำให้จำนวนชั้นมีเพียง 7 ชั้น/อาคาร
-ระเบียง หรือ Balcony ใช้งานได้จริง ไม่มี CDU วางหรือแขวนตรงระเบียงให้เปลืองพื้นที่ โดยใช้เทคนิคการขโมยเอาพื้นที่ของ CDU มาใช้ให้เกิดประโยชน์ คือ วาง CDU ไว้ด้านบนสลับกันไประหว่างห้องชั้นคู่กับชั้นคี่ ซึ่งในพื้นที่ CDU ของห้องชั้นล่างก็จะถูกสร้างเป็นพื้นที่นั่งเล่นในห้องนอนของห้องชั้นบน
-การนำโซลาร์เซลล์เข้ามาใช้เพื่อประหยัดไฟของพื้นที่ส่วนกลาง เช่น ล็อบบี้ ชั้นจอดรถ และสำหรับ EV Charger ที่มีให้ 3 จุด บริเวณชั้นใต้ดิน
-จำนวนยูนิตน้อย เพียง 107 ยูนิต ห้องพักอาศัยสามารถเลือกโทนสีและวัสดุได้ อีกทั้งยังสามารถปรับพื้นที่ใช้สอยได้ เช่น ปรับฟังก์ชันจากห้อง 1 Bedroom เป็น 1 Bedroom Plus หรือ ซื้อห้องแบบ 1 ห้องนอน 2 ห้อง แล้วปรับพื้นที่ให้เป็น 3 ห้องนอน เป็นต้น
-มีที่จอดรถให้ยูนิตละ 1 คัน ล็อกที่จอดให้ พร้อมโฉนด และตู้เก็บของส่วนตัว สำหรับใส่ของที่ไม่ต้องการถือขึ้นห้อง เช่น กระเป๋าเดินทาง หรือกระเป๋ากอล์ฟ เป็นต้น

        ทั้งนี้ ทิศทางของการวางผังโครงการ ทิศเหนือจะติดกับบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ทิศใต้ ติดกับพระตำหนักเลอดิส ทิศตะวันออกติดกับพระตำหนักวิลล่าวัฒนา และพื้นที่สีเขียวของพระตำหนักนี้ ส่วนทิศตะวันตก ติดกับ The Bangkok Condo สูง 8 ชั้น ซึ่งข้อดี คือ จะให้ร่มเงากับโครงการได้ในช่วงบ่าย
        มาดูผังภายในโครงการกันบ้าง

Floor Plan ทั้งหมดของโครงการ

โมเดลจำลอง อาคาร Facility Cube 3 ชั้น (อาคารสี่เหลี่ยมสีเทา)

        เมื่อเข้ามายังโครงการจะเจออาคาร Facility Cube 3 ชั้น ซึ่งเชื่อมต่อกับอาคาร B (จากทางเข้าโครงการจะอยู่ทางซ้ายมือ) เป็นเหมือนคลับเฮ้าส์ที่ลูกบ้านทุกคนสามารถมาใช้งานได้ มีลิฟต์โดยสารให้ 1 ตัว ประกอบด้วย

โมเดลจำลอง ภาพมุมสูงของ Facility Cube 3 ชั้น

ภาพจำลอง Garden Lounge

ชั้น 1 Garden Lounge เป็นพื้นที่ที่เชื่อมต่อกับ Central  Courtyard Area (ซึ่งจะได้อธิบายต่อไป)
ชั้น 2 Changing Room with Steam Room and Private Onsen

ภาพจำลองฟิตเนส ซึ่งมองเห็นสระว่ายน้ำได้

ภาพจำลองบรรยากาศบริเวณสระว่ายน้ำ

             ชั้น 3 Swimming Pool with Kids Pool, Pool Deck and Jacuzzi และ Fitness ซึ่งในส่วนของสระว่ายน้ำ (ยาว 13.5 ม.) จะมีผนังรั้วต้นไม้สีเขียว สูง 4 ม. กั้นบังเพื่อความเป็นส่วนตัวให้ด้วย

ภาพจำลองล็อบบี้

ภาพจำลอง The Living Room

ภาพจำลอง The Meeting Room

        จากทางเข้าโครงการทางขวามือ เป็นโซนของอาคาร A ซึ่งถัดจากล็อบบี้เข้าไปจะเป็นพื้นที่ที่เรียกว่า Co Habitat Space เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ส่วนกลางที่ทุกคนมาใช้งานได้เช่นกัน ประกอบด้วย แพนทรี ซึ่งสามารถมาทำอาหารทานได้ที่นี่, Meeting Room และ Mail Box เป็นต้น

ภาพจำลองโซน Central Courtyard

        ก่อนที่จะไปดูรายละเอียดของอาคารพักอาศัยแต่ละอาคาร อีกหนึ่งไฮไลต์ของโครงการ คือ โซนพื้นที่ Central Courtyard หรือโซนสนามหญ้าบริเวณตรงกลางโครงการ ที่เรียกว่าเป็นไข่แดงของโครงการก็ว่าได้ ประกอบด้วย

Lawn Terrace พื้นที่นั่งเล่นพักผ่อนบนสนามหญ้ากลางแจ้ง สามารถมาเล่นโยคะได้

Waterfall Terrace พื้นที่นั่งเล่นท่ามกลางสายน้ำ ที่จำลองเหมือนกำลังนั่งเล่นกลางน้ำตก

Sunken Terrace พื้นที่นั่งเล่นที่เล่นระดับให้ยุบจมลึกลงไป สามารถมานั่งเล่นพูดคุยกันได้

จากภาพ อาคาร A อยู่ฝั่งขวามือ มีโซน Co Habitat อยู่ชั้นล่าง ส่วนฝั่งซ้ายมือเป็นอาคาร Facility Cube ที่เชื่อมต่อกับอาคาร B (ตรงกลาง) ทั้งนี้ แต่ละอาคารมีลิฟต์โดยสารให้ 2 ตัว/อาคาร

        มาถึงอาคารพักอาศัยกันบ้าง เริ่มจาก
        อาคาร A อยู่ฝั่งขวามือ หากนับจากทางเข้าโครงการ โดยอาคารนี้จะวางห้องพักในแนวเหนือ-ใต้ มีทั้งหมด 60 ยูนิต มี 10 ยูนิต/ชั้น โดยมีห้องแบบ Duplex อยู่เพียง 5 ยูนิต บริเวณชั้น 1 ซึ่งการที่ทำห้อง Duplex ไว้ที่ชั้น 1 ก็เพราะต้องการให้ผู้อยู่อาศัยได้ใกล้ชิดกับสวนของโครงการ ในขณะเดียวกัน บริเวณชั้น 2 ของห้องก็จะได้วิวสวนของพระตำหนักวิลล่าวัฒนานั่นเอง
        อาคาร B เชื่อมต่อกับ Facility Cube 3 ชั้น วางห้องในแนวตะวันออก-ตะวันตก มีห้องพักอาศัยทั้งหมด 47 ยูนิต มี 7 ยูนิต/ชั้น โดยมีห้องแบบ Duplex อยู่เพียง 2 ยูนิต บริเวณชั้น 1 เช่นกัน

โมเดลจำลองส่วนที่เชื่อมกันระหว่างอาคาร A และ B

        อีกจุดที่สำคัญ คือ ระหว่างอาคาร A และ B จะมีทางเดินเชื่อมหากันได้ที่บริเวณชั้น 3 ซึ่งมีที่นั่งเล่นให้ เป็นทางเชื่อมที่ลูกบ้านที่อยู่ชั้น 3 ไม่ต้องกังวลว่าจะมีคนอื่นเข้ามายังห้องของตนได้ เพราะ ณ จุดนี้ ได้ทำประตูกั้นไว้ให้เรียบร้อยแล้ว สำหรับแบบห้อง มีดังนี้

 

Floor Plan แบบ 1 ห้องนอน
1 Bedroom 52.25-54.5 ตร.ม. มี 62 ยูนิต

Floor Plan แบบ 2 ห้องนอน
2 Bedroom 62.5-94.75 ตร.ม. มี 38 ยูนิต

Floor Plan แบบ Duplex
2 Bedroom (Duplex) 99.5-99.75 ตร.ม. มี 7 ยูนิต

Floor Plan แบบ 3 ห้องนอน ซึ่งมาจากการซื้อ 1 ห้องนอน 2 ห้องแล้วยุบรวมกัน

จุดเด่นของยูนิตแต่ละแบบมีดังนี้

ภาพจำลองภายในห้องแบบ 1 ห้องนอน แบบมาตรฐาน โทนสีสว่าง

ภาพจำลองภายในห้องแบบ 1 ห้องนอน พลัส คือ มีพื้นที่ด้านข้างฝั่งซ้ายมือเข้ามา โทนสีกลางๆ

ภาพจำลองภายใน Master Bedroom แบบ 1 ห้องนอน

        -1 Bedroom มีลักษณะเด่นที่ประตูบานหน้าหรือประตูเข้าห้อง สูง 2.6 ม. มีบานเปิดปิด 2 บาน บานใหญ่กับบานเล็ก ที่สามารถเปิดใช้งานได้เต็มพื้นที่ กรณีที่เราต้องการขนย้ายสิ่งของขนาดใหญ่
        นอกจากนี้ ห้องน้ำเข้าออกได้ 2 ทาง ทั้งจากในห้องนอนและจากโซนลิฟวิ่ง รวมถึงเรื่องของ Balcony หรือระเบียงนอกห้อง ที่ใช้งานได้จริง ไม่มีปัญหาเรื่องไอร้อนหรือ CDU เพราะใช้การวางไว้ด้านบนแล้ว
        ทั้งนี้ สามารถซื้อ 1 ห้องนอน 2 แบบ เพื่อยุบรวมกลายเป็น 3 ห้องนอนได้ หรือจะเลือกเป็นแบบ 1 Bedroom Plus ก็ได้อีกด้วย

ภาพจำลองภายใน 2 ห้องนอน แบบมาตรฐาน

ภาพจำลองภายใน 2 ห้องนอน พลัส

ภาพจำลองห้องน้ำในห้อง Master Bedroom แยกส่วนใช้งานของอ่างล้างหน้าชาย-หญิง หรือที่เรียกว่า His & Her

        -2 Bedroom มีทุกอย่างเหมือน 1 Bedroom แต่เพิ่มความพิเศษที่ห้องนอน Master ที่ห้องน้ำในตัวแยกส่วนชาย-หญิง มี Walk to Closet ให้ ส่วนห้องครัวมีไอส์แลนด์ และที่เก็บของขนาดใหญ่ให้
หมายเหตุ : ยกเว้น 2 ห้องนอน ขนาด 62.5 ตร.ม. ที่ห้องน้ำในห้องนอน Master จะไม่ได้แยกพื้นที่ชาย-หญิง ส่วนห้องครัวก็ไม่มีไอส์แลนด์ให้

ตัวอย่างภายในห้องแบบ Duplex

          -Duplex มีทุกอย่างเหมือน 2 ห้องนอน ที่เพิ่มเข้ามา คือ ห้องน้ำรับรองที่ชั้น 1

ตัวอย่างภายในห้องแบบ 3 ห้องนอน

Product

ห้องตัวอย่าง มี 1 ห้อง คือ แบบ 2 ห้องนอน ขนาด 88 ตร.ม.

Floor Plan แบบ 2 ห้องนอน ขนาด 88 ตร.ม.

ประตูทางเข้าห้อง เป็นบานเปิดปิด สูง 2.6 ม. ที่เปิดได้ 2 บาน คือ บานเล็ก และบานใหญ่ โดยบานเล็กใช้สำหรับเปิดให้กว้างขึ้น กรณีขนย้ายสิ่งของขนาดใหญ่ ประตูเป็นระบบ Digital Door Lock

เข้ามาภายในห้อง จะขายแบบ Fully Fitted คือ มีชุดครัว วอลล์เปเปอร์ ตู้เสื้อผ้า ตู้เก็บของ สุขภัณฑ์ห้องน้ำให้ และระบบ Home Automation ควบคุมการเปิดปิดของไฟ แอร์ และระบบรางม่านทึบ เป็นต้น ในภาพเข้ามาเจอครัวแบบเปิดขนาดใหญ่ พร้อมฟังก์ชันครบเซตเป็นอย่างแรก โดยพื้นครัวปูกระเบื้องพอร์ซเลน (Porcelain) ซิงก์ล้างจาน 2 หลุมลึก จาก Franke เป็นต้น

ครัว มีไอส์แลนด์ ท็อปหินควอตซ์ขนาดใหญ่ให้ โดยมีพื้นที่ครัวที่เชื่อมต่อกับโซนห้องนั่งเล่น

ชุดครัว มีตู้เย็น Kuppersbusch บิวท์อินขนาดใหญ่ให้ ภายในจุของได้มาก

ให้เตาไฟฟ้า ยี่ห้อ Kuppersbusch

ซิงก์ 2 หลุมลึก ใช้งานได้จริง

ถัดจากครัวเป็นโซน Living ที่เชื่อมต่อกับระเบียงด้านนอก จากพื้นถึงเพดานสูง 3 ม.พื้นปูด้วยไม้ Compounded Wood สำเร็จรูป ลายก้างปลา

ระเบียง หรือ Balcony นอกห้อง ใช้งานได้จริง ไม่เสียพื้นที่สำหรับวาง CDU

มองจากโซน Living ไปยังครัว

พื้นของโซน Living ปูด้วยไม้ Compounded Wood

มีตู้สำหรับวางเครื่องซักผ้าและเก็บของอื่นๆ

นอกจากนั้น ยังมีห้องเก็บของซึ่งสามารถจุของได้ค่อนข้างมาก

ห้องน้ำรวม แยกส่วนเปียกและแห้งให้ มีช่องวางของพร้อมดวงไฟให้เหนือโถสุขภัณฑ์

ห้องนอน 2 วางเตียงใหญ่ได้ พร้อมหน้าต่างกระจกบานใหญ่ และพื้นที่นั่งเล่นริมหน้าต่างที่เกิดจากการวาง CDU ของห้องชั้นล่างไว้บนระเบียง

มุมนั่งเล่นในห้องนอน ซึ่งเป็นไอเดียเด่นของโครงการ ช่วยเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานที่เกิดประโยชน์มากขึ้น

ภายในห้องนอน มีตู้เสื้อผ้าบิวท์อินทรงสูงให้

หน้าตาสวิตช์ไฟที่ใช้ภายในห้อง

Master Bedroom ขนาดใหญ่ พร้อม Walk-in Closet และห้องน้ำในตัว

มีตั่งหรือมุมนั่งเล่นเช่นเดียวกับห้องนอนแรก สูงประมาณ 70 ซม.

ที่นั่งเล่น ออกแบบโดยซ่อนปลั๊กไว้ให้ด้วย

จากในห้องนอนมองไปยัง Walk-in Closet ที่เชื่อมต่อกับห้องน้ำในตัว

มุมตู้เสื้อผ้าและห้องแต่งตัว มีประตูกระจกเท็มเปอร์กลาสสีเทา กั้นแบ่งพื้นที่ให้

ห้องน้ำภายในห้อง Master Bedroom ขนาดใหญ่ ฝ้าเพดานสูง 2.65 ม. แบ่งส่วนเปียกแห้งให้ พร้อมอ่างอาบน้ำและอ่างล้างหน้าแยกชาย-หญิง พื้นปูกระเบื้องพอร์ซเลน

หน้าตาของอ่างล้างหน้าที่แยกชาย-หญิง ให้ ยี่ห้อ Kohler

อ่างอาบน้ำ ขนาดกำลังดี ผนังจะใช้เป็นหินอ่อน

ส่วนของชาวเวอร์ที่มีฉากกั้นอาบน้ำ และมีหม้อต้มน้ำร้อนให้

โถสุขภัณฑ์ ระบบอัตโนมัติ มีช่องเก็บของให้บริเวณส่วนชาวเวอร์

Price & Promotion

        สิงห์ เอสเตท ได้ทำการศึกษากลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมแบบโลว์ไรส์ พบว่า ลูกค้ากลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะค่อนข้างเข้าใจความต้องการของตัวเองชัดเจน ทำให้เลือกที่อยู่อาศัยที่มีการตอบสนองการใช้งานจริงของตัวเอง
        สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ซื้อเพื่อการอยู่อาศัย Lifestyle & Life Stage เป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่งในการตัดสินใจซื้อทิ่อยู่อาศัยของผู้ที่มีความต้องการ หรือความสามารถในการซื้อคอนโดมิเนียมใน Segment Luxury (200,000 บาท/ตร.ม. หรือเฉลี่ย 10-20 ล้านบาท/ยูนิต) ทำให้คนเหล่านี้เลือกที่อยู่อาศัยโดยการมองสิ่งที่แมตช์กับการใช้ชีวิตของตัวเองจริงๆ
        ทำเลก็ต้องอยู่ในทำเลที่สะดวกต่อการใช้ชีวิต เช่น หากไม่ใกล้กับแหล่งไลฟ์สไตล์ที่ชอบ ก็ต้องสะดวกต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ใกล้ที่ทำงาน หรือใกล้โรงเรียนลูก การอยู่ติดรถไฟฟ้าเป็นเรื่องที่ดี แต่กลุ่มนี้จะรู้ตัวเองดีว่าใช้รถยนต์เป็นหลัก ดังนั้น ที่จอดรถที่เพียงพอนั้นสำคัญมากกว่า เหล่านี้ ก็ถือว่าโครงการตอบโจทย์ความต้องการได้ตรงจุด

        หากมองในแง่ของนักลงทุน ทำเลที่ตั้งโครงการ คือ ย่านพร้อมพงษ์ ถือเป็นทำเลที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ชาวต่างชาติที่มาทำงานในเมืองไทย โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น ฉะนั้น การซื้อเพื่อปล่อยเช่าให้ชาวต่างชาติก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจไม่น้อย

Conclusion

        จากภาวะที่ดินใจกลางเมืองที่หายากขึ้น ทำให้ 2 ปีก่อนหน้านี้ เทรนด์การพัฒนาโครงการลักชัวรี่ เบนสู่การสร้างอาคารสูงไม่เกิน 8 ชั้น (Low-rise) มากขึ้นในราคาขายเฉลี่ยประมาณ 200,000 บาท/ตร.ม. ขึ้นไป โดยคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ดังกล่าว มักจะขยับเข้าไปอยู่ในซอยย่อยของทำเลใจกลางเมือง อาทิ สุขุมวิท สีลม สาทร หรือแม้แต่ใน ซ.อารีย์
        แนวโน้มดังกล่าว ทำให้สิงห์ เอสเตท ปรับตัวเพื่อแสวงหาโอกาสใหม่ๆ และเข้าไปจับจองที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการโลว์ไรส์ จับตลาดลักชัวรี่ ที่มีจุดเด่นในแง่ของความเป็นส่วนตัว และพื้นที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ขึ้น รองรับพฤติกรรมลูกค้าที่เน้นการอยู่อาศัยจริง อยากที่จะพักอาศัยในที่ที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้อยู่บ้าน และทำเลที่ตั้งเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัย ซึ่งต่างจากลูกค้าที่ชอบอาคารสูง ที่มีทั้งผู้ที่ต้องการอยู่อาศัยเอง และซื้อเพื่อการลงทุน
        ทั้งนี้ ทำเลที่ตั้งโครงการถือว่าเป็นทำเลที่มีศักยภาพในเชิงที่อยู่อาศัยและในเชิงพาณิชย์ เดินทางเข้าออกได้หลายทาง ทั้งยังใกล้กับ BTS สถานีพร้อมพงษ์ เพียง 550 ม. อีกทั้งยังใกล้กับห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ อย่าง เอ็มควอเทียร์ และเอ็มโพเรียม ระยะทางประมาณ 600-700 กว่าเมตร รวมถึงใกล้กับสถานที่สำคัญหลายแห่งด้วย
        ในด้านของตัวโครงการถือว่าตั้งอยู่ในซอยที่สงบเงียบ เป็นซอยตันที่ไม่พลุกพล่าน มีเพื่อนบ้านที่มีคุณภาพ อาทิ The Bangkok Condo สูงเพียง 8 ชั้น พระตำหนักวิลล่าวัฒนา พระตำหนักเลอดิส เป็นต้น
        ทั้งนี้ แม้โครงการจะเป็นคอนโดโลว์ไรส์ แต่ออกแบบให้น่าอยู่เหมือนบ้าน มีจำนวนยูนิตน้อย เพียง 107 ยูนิต บนเนื้อที่เกือบ 2 ไร่ ทั้งในแง่ของการจัดวางผังทั้งภายในและภายนอกโครงการ มีการนำเอาธรรมชาติเข้ามาสอดแทรกในแทบทุกอณูรายละเอียดของโครงการก็ว่าได้ ซึ่งดูผิวเผินอาจไม่มีรายละเอียดมากนัก หากแต่ได้ทราบคอนเซ็ปต์ของโครงการ ที่ผ่านกระบวนการคิดกลั่นกรองออกมาแล้วนั้น มีรายละเอียดปลีกย่อยที่มากด้วยคุณค่าไม่น้อยเลยทีเดียว อาทิ เรื่องของการคำนึงถึงระเบียงนอกห้องที่ใช้งานได้จริง การวาง CDU ไว้ด้านบน เหมือนเป็นการซ่อน และยกให้สูงหายไปจากระเบียง จนกลายไปเป็นพื้นที่นั่งเล่นในห้องนอนของอีกชั้นหนึ่ง การนำเอาโซลาร์เซลล์เข้ามาใช้ในพื้นที่ส่วนกลาง การให้ที่จอดรถแบบฟิกซ์คัน พร้อมโฉนด และมีตู้เก็บของส่วนตัวให้สำหรับที่จอดรถ 1 คัน มีสนามหญ้าขนาดใหญ่ พร้อมพื้นที่ส่วนกลางครบครัน ห้องแต่ละแบบสามารถปรับเปลี่ยนวัสดุและโทนสีได้ เป็นต้น
        อีกทั้งเรื่องของทำเลที่ตั้ง สาธารณูปโภคโดยรอบ และตัวโครงการเอง ถือว่าครบเครื่อง สมกับราคาเริ่มต้น หลักสิบสามล้านบาทปลายๆ เพราะหากดูตามราคาค่างวดของที่ดินในย่านนี้แล้ว ถือว่าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เรียกว่าที่ดินหายากยิ่งกว่าทองคำก็ว่าได้ ฉะนั้น คนที่เอื้อมถึงจะซื้อเพื่ออยู่จริง หรือกลุ่มนักลงทุนเองที่ซื้อเพื่อเก็งกำไรก็ถือว่าไม่น่าจะพลาดอีกหนึ่งโครงการเด็ดในย่านพร้อมพงษ์ นี้ทีเดียว

Fact Sheet

(ข้อมูล ณ วันที่ 6 กรกฎาคม 2561)
ชื่อโครงการ : อีส สุขุมวิท 43 (Eyse Sukhumvit 43)
เจ้าของโครงการ : บริษัท สิงห์เอสเตท จำกัด (มหาชน)
ที่ตั้งโครงการ : ซ.สุขุมวิท 43 ถ.สุขุมวิท คลองเตยเหนือ กรุงเทพฯ
เนื้อที่โครงการ : 1-3-69.4 ไร่
ประเภทโครงการ : คอนโดมิเนียม สูง 7 ชั้น 2 อาคาร ประกอบด้วย อาคาร A และอาคาร B
แบบห้อง : 1 Bedroom 52.25-54.5 ตร.ม. มี 62 ยูนิต
               2 Bedroom 62.5-94.75 ตร.ม. มี 38 ยูนิต
               2 Bedroom 99.5-99.75 ตร.ม. มี 7 ยูนิต
จำนวนยูนิต : 107 ยูนิต
ราคาเริ่มต้น : 13.99 ล้านบาท
ราคาเฉลี่ย : 270,000 บาท/ตร.ม.
ค่าส่วนกลาง : 100 บาท/ตร.ม.
ที่จอดรถ : ยูนิตละ 1 คัน พร้อมโฉนด แบบฟิกซ์ที่จอด พร้อมตู้เก็บของส่วนตัว
ลิฟต์ : ลิฟต์โดยสารในอาคารพักอาศัย 2 ตัว/1 อาคาร ชั้นใต้ดิน 1 ตัว และที่ Facility Cube 1 ตัว
สิ่งอำนวยความสะดวก : อาคาร Facility Cube 3 ชั้น
                              -Garden Lounge

                              -Changing Room with Steam Room and Private Onsen
                              -Swimming Pool with Kids Pool
                              -Pool Deck and Jacuzzi
                              -Fitness

                              Courtyard Area
                              -Lawn Terrace
                              -Waterfall Terrace
                              -Sunken Terrace

ระบบรักษาความปลอดภัย : รปภ. 24 ชม., ฟรี WiFi, Concierge Service, Shutter Car
โทร. : Call Center 1221

ติดตามข่าวสารอสังหาฯ และข่าวดังในกระแส www.home.co.th/hometips/news

ติดตามข้อมูลโครงการและความเคลื่อนไหวด้านอสังหาฯ www.home.co.th และ www.facebook.com/Homebuyersfanpage

หรือชมวิดีโออื่นๆ คลิกที่นี่ www.home.co.th/tvwww.youtube.com/tvhomebuyer

คอนโด, คอนโดใหม่, ราคาคอนโด, ซื้อคอนโด, รีวิวบ้าน, ทาวน์โฮม, ทาวน์เฮ้าส์, รีวิวคอนโด

>>คอนโดใกล้รถไฟฟ้า>>บ้านใกล้รถไฟฟ้า>>Blogger home.co.th


วันที่แก้ไขข้อมูลล่าสุด : 27 กุมภาพันธ์ 2562

 


โครงการที่เกี่ยวข้อง