รีวิวบ้าน เดอะ พาลาซ เซตโต้ วังน้อย

โครงการเดอะพาลาซเซตโต้ (The Palazzetto) วังน้อย ตั้งอยู่บนถนนพหลโยธิน กม.64 ต.ลำไทร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เนื้อที่ทั้งโครงการ 80 ไร่ ประกอบด้วยบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม จำนวน 600 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,200 ล้านบาท




เดอะพาลาซเซตโต้ วังน้อย

บ้านสังคมอิตาลี ราคาเริ่มต้น 1.79 ล้านบาท













 

โครงการเดอะพาลาซเซตโต้ (The Palazzetto) วังน้อย ตั้งอยู่บนถนนพหลโยธิน กม.64 ต.ลำไทร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เนื้อที่ทั้งโครงการ 80 ไร่ ประกอบด้วยบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม จำนวน 600 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,200 ล้านบาท โดยแบ่งพื้นที่การพัฒนาออกเป็น 4 เฟส ดังนี้

-เฟส 1 เนื้อที่ 20 ไร่ เป็นบ้านแฝด ชั้นเดียว สไตล์ Tuscany Villa จำนวน 150 ยูนิต เนื้อที่ตั้งแต่ 41 ตร.ว.ขึ้นไป มี 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 1 คัน ราคาเริ่มต้นที่ 2.39 ล้านบาท ปัจจุบันเริ่มทะยอยส่งมอบบ้านให้ลูกค้าแล้วบางส่วน และยังมียูนิตเหลือขายอยู่ประมาณ 70 ยูนิต
-เฟส 2 เนื้อที่ 20 ไร่ กำลังอยู่ระหว่างการวางแผนพัฒนาเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 55 ตร.ว. ราคาขายไม่เกิน 3 ล้านบาท
-เฟส 3 เนื้อที่ 20 ไร่ กำลังอยู่ระหว่างการวางแผนพัฒนาเป็นทาวน์โฮมในอนาคต
-เฟส 4 เนื้อที่ 20 ไร่ พัฒนาเป็นทาวน์โฮม สไตล์ Tuscany Townhome จำนวน 106 ยูนิต ขนาดที่ดิน 29 ตร.ว.ขึ้นไป หน้ากว้าง 7 เมตร พื้นที่ใช้สอย 136 ตร.ม. 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 2 คัน ราคาเริ่มต้นที่ 1.79 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ด้านหน้าติดถนนพหลโยธิน เนื้อที่ประมาณ 10 ไร่เศษ ซึ่งมีแผนจะพัฒนาเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ ที่มีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ เพื่อเป็นจุดนัดพบ แวะพัก ถ่ายรูป ช้อปปิ้งสินค้าต่างๆ เนื่องจากมีความโดดเด่นทางสถาปัตยกรรมสไตล์อิตาลี สีสันสะดุดตา เป็นจุดสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวในอนาคต โดยคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ภายในปีนี้ และมีกำหนดแล้วเสร็จกลางปี 2557

 












 

การออกแบบโครงการ :

ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ที่นี่อิตาลีเมืองไทย” เน้นสร้างสังคมที่มีทั้ง Tuscany Townhome , Tuscany Villa และ Community Mall โดยมีเรื่องราว เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่เกี่ยวกับเสน่ห์อิตาลีซ่อนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบบ้านสไตล์ Tuscany Country Design ที่ไม่เหมือนใคร การใช้เทคนิคพิเศษสีผสมปูนแบบทัสคานีจริงๆ ไม่ใช่สีทาผนังทั่วไป นอกจากนี้ยังเลือกใช้วัสดุ เช่น กระเบื้องดินเผา และการจัดเรียงกระเบื้องแบบอิตาลี ตลอดจนการออกแบบภายใน ที่คำนึกงถึงฟังก์ชั่นในการใช้งานจริงทุกห้อง ทั้งห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว และ Living Room

ส่วนตัวบ้านก็ออกแบบที่ให้มีเพดานสูงโปร่ง โล่ง การจัดวางผังตามแนวเหนือ-ใต้ ตามทิศทางลม ทำให้บ้านเย็นสบายตลอดวัน พื้นที่ใช้สอยครบทุกฟังก์ชั่น มีทั้งครัวภายในและภายนอก ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของครอบครัวยุคใหม่ ท่ามกลางกลุ่มเพื่อนบ้านที่มีรสนิยมเดียวกัน
















 

รีวิวบ้านตัวอย่าง :

สำหรับบ้านที่จะนำมารีวิวนี้เป็นทาวน์โฮม สไตล์ Tuscany Townhome 2 ชั้น ขนาดที่ดินตั้งแต่ 29 ตร.ว.ขึ้นไป ที่มีหน้ากว้างถึง 7 เมตร ความลึก 16.4 เมตร พื้นที่ใช้สอย 136 ตร.ม. ประกอบไปด้วย 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ และที่จอดรถได้ถึง 2 คัน

ส่วนตัวบ้านก็ได้มีการถมพื้นที่โดยยกระดับพื้นสูง 90 ซม. แม้ว่าช่วงน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 บริเวณโครงการจะไม่มีปัญหาน้ำท่วมก็ตาม เพื่อสร้างเสน่ห์ให้กับบ้านในแต่ละคลัสเตอร์เฮ้าส์ ซึ่งมีการจัดกลุ่มแต่ละคลัสเตอร์มีเพียง 3-5 ยูนิต ทำให้ไม่หนาแน่นมาก

จุดเด่นหลักของ Tuscany Townhome คือการที่มีหน้ากว้างถึง 7 เมตร ทำให้มีพื้นที่ใช้สอยเหมือนบ้านเดี่ยว ตัวบ้านเองก็มีสีสันสดใส จัดจ้าน โดยเฉพาะพื้นผิวด้านนอกตัวบ้านนั้นใช้ปูนผสมสีฉาบให้มี Texture ที่เป็นเอกลักษณ์ตามสไตล์อิตาลี แต่ฟังก์ชั่นภายในยังคำนึกถึงไลฟ์สไตล์ของคนไทย เช่นการมีครัวภายในบ้าน และครัวไทยนอกบ้าน เพื่อรองรับกับการใช้ชีวิตประจำวันของผู้อยู่อาศัย ที่สามารถใช้งานได้จริงๆ

บริเวณชั้นล่างจะประกอบไปด้วย Living Room,ส่วนรับประทานอาหาร,ห้องน้ำ ครัวภายในและครัวภายนอก พร้อมลานซักล้าง ส่วนชั้นสอง มี 3 ห้องนอน และ 1 ห้องน้ำ ดังนั้นทาวน์โฮมหลังนี้สามารถรองรับผู้อยู่อาศัยได้ 4-5 คนเลยทีเดียว โดยไม่เกิดความรู้สึกว่าแออัด
















 

ราคาขาย :

-ทาวน์โฮม 2 ชั้น สไตล์ Tuscany Townhome ขนาดที่ดินตั้งแต่ 29 ตร.ว.ขึ้นไป หน้ากว้าง 7 เมตร พื้นที่ใช้สอย 136 ตร.ม. ประกอบด้วย 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 2 คัน ราคาทาวน์โฮม 1.79-2.5 ล้านบาท

-บ้านแฝด ชั้นเดียว สไตล์ Tuscany Villa ขนาดที่ดินตั้งแต่ 41 ตร.ว.ขึ้นไป ประกอบด้วย 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 1 คัน ราคาบ้านแฝด 2.39-2.64 ล้านบาท














 

รายละเอียดโครงการ :

เจ้าของโครงการ บริษัท วังทองกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
เลขที่ 801/394-400 หมู่ 8
ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 12130
ทุนจดทะเบียน 655 ล้านบาท
ผู้บริหาร นายปราโมทย์ เจษฎาวรางกูล กรรมการผู้จัดการ
เนื้อที่โครงการ 80 ไร่
ประเภทโครงการบ้านแฝด/ทาวน์โฮม
จำนวน600 ยูนิต
ค่าใช้จ่ายส่วนกลาง20 บาท/ตร.ว./เดือน
แผนการดำเนินงานเริ่มก่อสร้างปี 2554 คาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งโครงการ 2558
Websitehttp://www.wangthong.com

ติตต่อสอบถาม โทร.0-2532-3333
สำนักงานขายโครงการ โทร.035-272317-9














 

สิ่งอำนวยความสะดวก :


-กล้อง CCTV รอบโครงการตลอด 24 ชั่วโมง
-ถนนเข้า-ออกโครงการหลักกว้าง 16 เมตร ถนนเมนในโครงการกว้าง 12 เมตร
-สวนสาธารณะ ที่ผสมผสานงานศิลปะขนาดใหญ่
-บริการหลังการขายที่จะช่วยดูแลซ่อมแซม ทั้งระบบไฟฟ้าและประปาภายในบ้าน เป็นต้น

 













 

ศักยภาพของทำเล :

ตัวโครงการตั้งอยู่ริมถนนพหลโยธิน บริเวณกม.ที่ 64 เลยจากจุดตัดถนนวงแหวน ด้านตะวันออก (บางประอิน)ไปไม่ไกลนัก ดังนั้นจึงถือว่าอยู่ใกล้กรุงเทพฯและจังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีทั้งแหล่งจ้างงานสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นนิคมอุตสาหกรรมนวนคร, นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค, นิคมอุสาหกรรมโรจนะ หรือแหล่งช้อปปิ้ง อาทิ ตลาดไท ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต, ศูนย์การค้า-ห้างค้าปลีกต่างๆ

นอกจากนี้ยังอยู่ใกล้กับสถานศึกษา เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต, มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (วิทยาเขตรังสิต), มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี , มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ ,สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย(AIT),อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ซึ่งประกอบไปด้วย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ศูนย์วิจัยแห่งชาติในสังกัด ได้แก่ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ,ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ,ศูนย์พันธุวิศวกรรมและพันธุวิศวกรรมชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) และศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) และบริษัทเอกชนทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี) พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติ, พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติกาญจนาภิเษก, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติธรณีวิทยาเฉลิมพระเกียรติ หออัครศิลปิน เป็นต้น

ขณะที่การเดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆก็ถือว่าสะดวก เพราะสามารถเชื่อมโยงได้ทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกและภาคใต้ ผ่านถนนวงแหวนรอบนอก หรือจะใช้โครงข่ายทางด่วนขั้นที่ 2 (บางปะอิน-ปากเกร็ด) ตลอดจนทางยกระดับดอนเมือง-โทลล์เวย์ เชื่อมต่อกับทางด่วนขั้นที่1-2 ก็ได้เช่นกัน

ที่สำคัญภาครัฐยังมีแผนพัฒนาโครงการระบบรถไฟชานเมือง สายสีแดง จากบางซื่อ-รังสิต ซึ่งงานก่อสร้างโครงการดังกล่าวจะดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2559 และเปิดใช้บริการในปี 2560 โดยจะมีการเดินรถไฟ 3 ระบบในโครงสร้างเดียวกัน คือระบบรถไฟทางไกล ระบบรถไฟฟ้าชานเมือง และระบบรถไฟขนส่งสินค้า รวมทั้งยังมีแผนต่อขยายเส้นทางจากรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เพิ่มเติม โดยปรับปรุงสถานีรถไฟเดิมให้สามารถรองรับการเดินรถไฟฟ้าชานเมือง อีก 4 สถานี ได้แก่ สถานีคลองหนึ่ง สถานีเชียงรากสถานี และสถานีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

ซึ่งโครงการรถไฟชานเมืองสายดังกล่าว จะทำหน้าที่ในการบริการขนส่งผู้โดยสารที่อยู่อาศัยในพื้นที่ชานเมืองเข้าสู่กรุงเทพมหานคร ด้วยระบบรางที่รวดเร็ว เพื่อป้อนผู้โดยสารเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในเขกรุงเทพฯที่มีโครงข่ายอยู่แล้ว และที่กำลังจะก่อสร้างเพิ่มเติม

นี่ยังไม่นับรวมโครงการตามแผนการลงทุนภายใต้พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท อาทิ โครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 256 กม. , โครงการรถไฟทางคู่ เส้นทางฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย ระยะทาง 106 กม. เส้นทางมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ ระยะทาง 132 กม. เส้นทางชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น ระยะทาง 185 กม., โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ช่วงบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา และโครงการทางหลวงวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯรอบที่ 3 เป็นต้น ซึ่งจะส่งผลทำให้เมืองเกิดการขยายตัวไปตามโครงการเหล่านี้อย่างแน่นอน

 







 



จุดเด่นของโครงการ :

1.โครงการมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีเสน่ห์ในสไตล์อิตาลี ที่ไม่เหมือนใคร
2.ที่ตั้งโครงการอยู่ติดถนนใหญ่ ทำให้การเดินทางสะดวก และในอนาคตยังมี Community Mall อยู่ด้านหน้าโครงการ ซึ่งจะเป็นแหล่งช้อปปิ้ง ที่มีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร สะดวกสบายสำหรับผู้อยู่อาศัยในโครงการ
3.เป็นทาวน์โฮมที่มีหน้ากว้างถึง 7 เมตร ทำให้มีพื้นที่ใช้สอยเหมือนบ้านเดี่ยว ขณะที่งานก่อสร้างและวัสดุที่เลือกใช้ก็ล้วนแล้วแต่มีคุณภาพดี













 



สรุป :

1.โครงการมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีเสน่ห์ในสไตล์อิตาลี ที่ไม่เหมือนใคร
2.ที่ตั้งโครงการอยู่ติดถนนใหญ่ ทำให้การเดินทางสะดวก และในอนาคตยังมี Community Mall อยู่ด้านหน้าโครงการ ซึ่งจะเป็นแหล่งช้อปปิ้ง ที่มีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร สะดวกสบายสำหรับผู้อยู่อาศัยในโครงการ
3.เป็นทาวน์โฮมที่มีหน้ากว้างถึง 7 เมตร ทำให้มีพื้นที่ใช้สอยเหมือนบ้านเดี่ยว ขณะที่งานก่อสร้างและวัสดุที่เลือกใช้ก็ล้วนแล้วแต่มีคุณภาพดี















แหล่งที่มา : The Condominium

 


วันที่แก้ไขข้อมูลล่าสุด : 26 กรกฎาคม 2559

 

รีวิวอื่นๆที่น่าสนใจ


โครงการที่เกี่ยวข้อง