นำ “ศุภาลัย” เดินหน้าสู่ “อนาคตใหม่”


เป็นดีเวลลอปเปอร์คนรุ่นใหม่ไฟแรงที่ถูกจับตามองมากที่สุดคนหนึ่งของวงการอสังหาฯ สำหรับ “ไตรเตชะ ตั้งมติธรรม” MD 
ศุภาลัยวัย 30 กว่าปี ซึ่งได้เข้ามารับไม้ต่อกิจการ “ศุภาลัย” ที่คุณพ่อประทีป ตั้งมติธรรมได้บุกเบิกจนประสบความสำเร็จ เป็นแบรนด์อสังหาฯ ระดับแถวหน้าของเมืองไทย


ไตรเตชะ ตั้งมติธรรม 

ถึงจะเป็นลูกชายท่านประธาน แต่การยอมรับจากพนักงานทั้งบริษัทไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่ด้วยทั้งความรู้ความสามารถ ความมุ่งมั่นจึงทำให้วันนี้จากอดีตลูกชายท่านประธาน กลายเป็น “คุณเต ศุภาลัย” ของคนทั้งในและนอกบริษัท บทสัมภาษณ์นี้เรียบเรียงจากการขึ้นเวที The NEXT Real ที่ปัจจุบันคุณเตเป็นหนึ่งในโรลโมเดลของนักพัฒนาอสังหาฯ รุ่นใหม่ที่หลายคนอยากเดินตาม

Being Son of a Property Developer
เบสิกอสังหาฯ ติดตัวตั้งแต่ยังเด็ก
เพราะเป็นลูกชายของครอบครัวที่คุณพ่อเป็นเจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ เป้าหมายที่ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ต้นคือเป็นผู้สานต่อธุรกิจของครอบครัว แม้เป็นสิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธภารกิจยิ่งใหญ่นี้ได้ แต่ก็ขอทำตามฝันของตัวเองบ้าง หลังจากเรียนจบเศรษฐศาสตร์และการตลาดจากมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น จึงเลือกที่จะไปเป็นพนักงานประจำที่ธนาคารในต่างประเทศแห่งหนึ่งเป็นเวลา 2 ปี ก่อนจะถูกยื่นคำขาดและกลับมาช่วยงานที่บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) และจนถึงวันนี้ก็ทำงานที่ศุภาลัยมา 12 ปีเต็มแล้ว 
แม้ไม่ได้เรียนเกี่ยวกับอสังหาฯ โดยตรง แต่ก็ซึมซับเรื่องราวของอสังหาฯ มาตั้งแต่ยังเด็ก
“สนามเด็กเล่นสมัยตอนเด็กๆ ของผมคือไซต์งานก่อสร้างและบ้านตัวอย่าง เพราะคุณพ่อมักจะทำงานเกือบตลอดทั้ง 7 วัน วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ต้องตามคุณพ่อไปไซต์งานก่อสร้างเป็นประจำ และสิ่งที่ชอบเล่นมากที่สุดในสมัยเด็กๆ คือการเอาแปลนบ้านที่เป็นกระดาษมาวาดเล่น
“ผมเรียนรู้สัญลักษณ์ต่างๆ ของแปลนบ้านโดยไม่มีใครมาสอน ดูออกว่าสัญลักษณ์แบบนี้คือหน้าต่าง ประตูบ้าน บันได และถ้าพลิกกระดาษกลับไปอีกด้านจะเป็นฟังก์ชันบ้านชั้น 2” 
ครูพี่เลี้ยงขั้นเทพกับประสบการณ์เสมือนจริง
ในโลกของอสังหาฯ หากเปรียบคุณเตเป็นครูบรรจุใหม่ คุณพ่อประทีป ตั้งมติธรรมคือครูใหญ่ ส่วนครูพี่เลี้ยงคืออธิป พีชานนท์ ซึ่งในขณะนั้นเป็นผู้บริหารระดับสูง เป็นเบอร์ 2 ของศุภาลัย ซึ่งในเรื่องการบริหารจัดการได้รับการยอมรับว่าเป็น “ขั้นเทพ” ในวงการก็ว่าได้
ในช่วงแรกของการทำงานที่ศุภาลัยไตรเตชะได้รับมอบหมายให้ดูแลโครงการในต่างจังหวัด และเริ่มทำหน้าที่ “จัดหาซื้อที่ดิน” แทนพนักงานคนเดิมที่ลาออก แต่ยังไม่ได้เป็นผู้ตัดสินใจด้านการลงทุนหรือพัฒนาโครงการ
กระบวนการที่เกิดขึ้นในช่วงนั้นคุณเตบอกว่าเหมือนการเล่มเกม Simulation ซึ่งถือเป็นวิธีลัดที่จะเรียนรู้การปฏิบัติจริงที่ดีมาก
“หลังจากซื้อที่ดินมาแล้วผมต้องมาร่างผังโครงการเอง โดยศึกษาและเอาข้อกฎหมายต่างๆ มาประกอบ และทำโปรดักต์ ส่วนการตัดสินใจยังเป็นคุณอธิปที่ขณะนั้นเป็นกรรมการผู้จัดการ 
        “บางครั้งสิ่งที่ผมคิดกับที่คุณอธิปทำหรือตัดสินใจเป็นคนละเรื่องกัน ตอนนั้นเรามองไม่ออกว่าทำไม ต่อเมื่อเวลาผ่านไป 2-3 ปี หรือได้มีการลอนช์โครงการและผลการดำเนินออกมา เราจึงรู้ว่าสิ่งที่เราคิดว่าไม่ใช่จริงๆ แล้วมันคือใช่และควรเป็นแบบนั้น วิธีนี้ทำให้ผมได้เรียนรู้ประสบการณ์ตรงโดยที่ไม่ต้องลงมือทำเอง ถือว่าเป็นการเรียนรู้ทางลัดที่ดีมาก”
เรียนจริงกับครูใหญ่ “เซียนที่ดิน”
การเป็นลูกของประทีป ตั้งมติธรรม ที่เป็นดีเวลอปเปอร์รุ่นเก๋า สิ่งที่ได้มาอีกอย่างโดยไม่ต้องเรียนคือเทคนิคการดูและซื้อที่ดิน สิ่งที่ไม่เข้าใจในวันนั้นวันนี้ได้รู้แล้ว
“เมื่อก่อนผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อถึงตัดสินใจซื้อ ทั้งๆ ที่ตอนนั้นแถวนั้นยังเป็นท้องทุ่ง ไม่มีคน เช่น ซื้อที่ดินแถววัดส้มเกลี้ยงเมื่อสมัย 10 กว่าปีก่อน ตอนหลังถึงเข้าใจว่าที่ดินแถวนั้นเป็นพื้นที่คาบเกี่ยว 2 จังหวัด คือกรุงเทพมหานครกับนนทบุรี ฝั่งกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่เขียนลายทำได้เฉพาะบ้านขนาด 100 ตารางวา แต่ติดกันในเขตนนทบุรีผังเมืองอนุญาตให้สร้างทาวน์โฮมได้” 
คนอื่นๆ อาจทำบ้านเดี่ยวแต่บริษัททำทาวน์โฮมหรือบ้านแฝด ทำสินค้าที่แตกต่างในทำเลเดียวกัน เป็นคนริเริ่มหรือเปิดทำเลนี้ก็ว่าได้ ปัจจุบันตั้งแต่หัวซอยยันท้ายซอยมีโครงการบ้านจัดสรรเกิดขึ้นไม่ต่ำกว่า 30 โครงการรวมๆ แล้วเป็นหมื่นยูนิต แต่ศุภาลัยก็มีโครงการเปิดตัวมากที่สุดในซอยนี้
“หรือที่ดินบางแปลงที่ซื้อไว้ แต่วันดีคืนดีมีบริษัทอื่นมาซื้อที่ดินแปลงข้างๆ จะทำโครงการจัดสรรเหมือนกัน ผมก็รู้สึกว่าเรากำลังจะมีคู่แข่งแล้ว แต่คุณพ่อกลับมองว่าเป็นคู่ค้าที่ช่วยกันพัฒนาและนำความเจริญมาให้กับพื้นที่รอบๆ โครงการ” 
และอีกสิ่งที่สำคัญและได้เรียนรู้จากการตระเวนดูที่ดินกับพ่อคือ “การดมกลิ่นที่ดิน” เรื่องนี้สำคัญ เพราะเราไม่สามารถมองดูที่ลักษณะทางกายภาพ รูปลักษณ์ หรืออาณาเขตที่ดิน ข้อกำหนดทางกฎหมายเท่านั้น แต่เรื่องที่มองไม่เห็นแต่รู้สึกได้คือกลิ่น ที่ดินติดบ่อขยะหรือโรงงานหรือไม่ ต้องระวังไม่ให้พลาด และถ้าพลาดแล้วจะแก้ปัญหาจัดการอย่างไร 

จาก “ลูกท่านประธาน” เป็น “คุณเต” ของพนักงาน
จากวันแรกที่เริ่มต้นด้วยพนักงานการตลาด วันนี้ไตรเตชะนั่งตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ แต่สิ่งที่ไตรเตชะภูมิใจมากที่สุดคือการยอมรับจากพนักงานบริษัท ซึ่งตอนเข้ามาทำงานใหม่ๆ ใครๆ ก็เรียก “ลูกท่านประธาน” แต่ปัจจุบันคำนั้นไม่มีแล้ว เหลือแต่ “คุณเต” ที่ทุกคนยอมรับในฝีมือ
ศุภาลัย-1
ว่ากันว่าผลงานพิสูจน์ฝีมือคุณเตคือการเข้าไปดูแลหรือแก้ปัญหาโครงการพัฒนาที่ดินในภาคอีสานที่ดำเนินการในนาม “ศุภาลัยอิสาน” ซึ่งเป็นกิจการที่ขาดทุนต่อเนื่องมากว่า 10 ปี แต่หลังจากคุณเตเข้าไปจัดการไม่นานจากที่เคยขาดทุนก็ Turn Around กลับมาเป็นกำไร จากเดิมที่เคยเน้นลงทุนเฉพาะในจังหวัดขอนแก่นเป็นหลัก ปัจจุบันได้ขยายโครงการสู่จังหวัดอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง
ต้องบอกว่าการขยายธุรกิจของศุภาลัยในต่างจังหวัดในหลายภูมิภาคเป็นผลงานของคุณเตทั้งสิ้น โดยเฉพาะปีนี้ตั้งเป้ายอดขายมาจากการขายบ้าน-คอนโดในตลาดต่างจังหวัดถึง 10,000 ล้านบาท และปีนี้จะขยายฐานเพิ่มอีก 2 จังหวัด จากปัจจุบันที่มีการลงทุนไปแล้ว 12 จังหวัด 

ย้อนอดีตอสังหาฯ แถวหน้า
ย้อนหลังกลับไปเมื่อ 30 ปีก่อนบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ที่ก่อตั้งโดยประทีป ตั้งมติธรรม ที่ขอแยกตัวมาจากบริษัทมั่นคงเคหะการที่ทำร่วมกับพี่ชาย “ชวน ตั้งมติธรรม” โดยนำเงินก้อนที่ได้จากการขาย IPO ออกมาตั้งบริษัทอสังหาฯ ของตัวเองตามความฝันที่อยากลงทุนตลาดคอนโด เมื่อปี 2532 และหลังจากนั้นอีก 5 ปีก็ได้จดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชน พร้อมกับสร้างผลการดำเนินงานเติบโตอย่างต่อเนื่อง 
จนกระทั่งยอดขายมาสะดุดและผลประกอบการติดลบในช่วงที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ค่าเงินบาทลอยตัวช่วงปี 2540 แต่ศุภาลัยก็เป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทอสังหาฯ ที่ผ่านการปรับปรุงโครงสร้างหนี้สำเร็จด้วยมูลหนี้จำนวน 8,113 ล้านบาท โดยไม่ต้องเสียเงิน Haircut สักบาทเดียว และกลับมายืนหนึ่งได้อีกครั้ง 
ปัจจุบันศุภาลัยเป็น 1 ใน 3 บริษัทอสังหาฯ (แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์, ศุภาลัย และพฤกษาฯ) ที่ทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิไม่มีหลักประกันให้เป็นระดับ “A”  ตั้งแต่ปี 2557  
        และในปี 2561 ที่ผ่านมาศุภาลัยสามารถทำยอดขายสูงสุดเป็นสถิติใหม่ถึง 33,343 ล้านบาท ติดอันดับ 4 ของบริษัทอสังหาฯ ในตลาดหลักทรัพย์ ส่วนรายได้อยู่ที่ 25,810 ล้านบาท อยู่ในอันดับ 6 แต่มีกำไรสุทธิจากการขายอสังหาฯ อยู่ที่อันดับ 3  
สะท้อนให้เห็นว่าแม้ยอดขายของศุภาลัยจะไม่ได้สูงเทียบเท่ากับหลายๆ บริษัท และขายสินค้าราคาถูกกว่าคู่แข่งในทำเลเดียวกัน แต่กลับมีผลประกอบการที่โดดเด่นและเป็นบริษัทอสังหาฯ รายเดียวที่มีกำไรขั้นต้นหรือ Gross Margin สูงสุดตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา 
ศุภาลัย-2
แก้โจทย์ดีไซน์ไม่ทันสมัย
ในแง่ยอดขายแต่ละปีและความสำเร็จในแง่ธุกิจของศุภาลัยไม่มีใครปฏิเสธ แต่สิ่งหนึ่งที่ถือเป็นโจทย์สำหรับศุภาลัยคือโปรดักต์ดีไซน์ที่เป็นแบบเดิมๆ ไม่ทันสมัย และคอนเซ็ปต์โครงการที่เน้นเรื่องฟังก์ชันประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก ซึ่งนั่นก็ทำให้ศุภาลัยได้ผู้บริโภคกลุ่มที่เลือก “ความคุ้มค่า” เป็นที่ตั้งเป็นแฟนพันธุ์แท้เหนียวแน่น ไม่ว่าจะเป็นบ้านแนวราบและคอนโด
แต่ปัจจุบันแนวคิดการพัฒนาโครงการ คอนเซ็ปต์และดีไซน์ได้ปรับเปลี่ยนไปมาก ข้อมูลและพฤติกรรมผู้บริโภคถูกเอามาวิเคราะห์สังเคราะห์ ถึงวันนี้โครงการรุ่นใหม่ๆ ของศุภาลัยเปลี่ยนไปมากทีเดียว
“ก่อนหน้านั้นเราเลือกทำสินค้าระดับกลาง-ล่างและกลาง โดยเฉพาะทาวน์โฮมราคา 2 ล้านหรือบ้านเดี่ยว 3-4 ล้านบาท ซึ่งมักจะไม่สร้างสโมสรหรือสระว่ายน้ำไว้ในโครงการ เพราะข้อมูลบอกเราว่าในปีหนึ่งๆ คนซื้อ 100 คน จะมีแค่ 20 คนเท่านั้นที่ไปใช้บริการสโมสร ฟิตเนส สระว่ายน้ำ เราจึงเลือกที่จะให้วัสดุดีๆ กับลูกค้าและขายในราคาถูกกว่าแทน”
ทั้งนี้ทั้งนั้นก็มีลูกค้าบางกลุ่มที่มอง Facility เหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อ แม้จะไม่ได้ใช้บริการ แต่ก็เป็นภาพลักษณ์ของโครงการและตัวตนของผู้บริโภค

ภาพลักษณ์ใหม่ Modern+Facility+Technology
ศุภาลัยเริ่มปรับปรุงเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของโครงการและโปรดักต์สินค้าเมื่อ 3 ปีกว่า สำหรับผลงานชิ้นแรกที่เป็นการปรับโฉมภาพลักษณ์ดีไซน์ของตัวบ้านครั้งใหญ่ คือการเปิดตัวบ้านแนวราบแบรนด์น้องใหม่ “เอสเซ้นส์” ช่วงต้นปี 2561 ที่ผ่านมา
เป็นแบรนด์ใหม่ที่เจาะกลุ่มเซ็กเมนต์ใหม่ โดยปรับเปลี่ยนทั้งรูปร่างหน้าตาภายนอกบ้านที่เป็นสไตล์โมเดิร์นแบบเต็มตัว เน้นกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการบ้านในเมือง โดยยังคงคอนเซ็ปต์โครงการที่ให้ความคุ้มค่า แต่ที่เพิ่มเติมเข้ามาคือความทันสมัยของดีไซน์ และความทันสมัยของเทคโนโลยีรองรับการอยู่อาศัยทั้ง Home Automation และ Home Security เป็นโครงการบ้าน 3 ชั้น มีสินค้าครบทั้งทาวน์โฮม บ้านแฝดและบ้านเดี่ยว เปิดตัวโปรเจ็กต์แรกทำเลลาดพร้าวได้รับการตอบรับดีมาก
หากถามว่าจนถึงวันนี้เป็นไปตามที่คาดหวังหรือยัง ไตรเตชะบอกว่าตอนนี้งานดีไซน์คืบหน้าไปแค่ 40% เท่านั้นยังต้องมีการเพิ่มเติมต่อเนื่อง 
“แม้จะมีเสียงสะท้อนกลับมาว่าดีไซน์ หน้าตาบ้านของศุภาลัยไม่ทันกับยุคสมัย แต่ตัวเลขยอดขายและรายได้ที่ผ่านมาก็เป็นเครื่องยืนยันว่าเราก็มีข้อดีที่ลูกค้าให้การยอมรับ แต่ถึงอย่างไรเราก็ต้องฟังเสียงคนทุกกลุ่ม และปรับเปลี่ยนดีไซน์บางอย่างให้ถูกใจคนซื้อมากขึ้น
“เช่น 8 ปีก่อนเราดีไซน์ฟังก์ชั่นห้องชุดซิตี้โฮมที่เอาห้องครัวห้องน้ำไปไว้ด้านนอก เพื่อให้ระบายอากาศได้ดีกว่า ทำให้พื้นที่ใช้สอยในห้องค่อนข้างกว้าง ซึ่งลูกค้ายอมรับมาก ดีเวลอปเปอร์หลายเจ้าก็ใช้เลย์เอาต์นี้”
คู่ขนานไปกับภารกิจในการปรับปรุงโปรดักต์ที่ยังไม่ถึงครึ่งทางของเป้าหมายที่วางไว้ ศุภาลัยในวันนี้ยังคงสร้างปรากฏการณ์ความเปลี่ยนแปลงให้เห็นเป็นระยะๆ โดยเฉพาะการรุกเข้าสู่ตลาดไฮเอนด์และซูเปอร์ไฮเอนด์ ที่ถือเป็นอีกหนึ่งโจทย์ที่ศุภาลัยยังคงต้องพิสูจน์ต่อไป

  

เรียบเรียงโดย : ชูชาติ ม่วงไข่

อีเมล : choochart@home.co.th

ติดตามข่าวสารอสังหาฯและข่าวดังในกระแส www.home.co.th/hometips/news

ติดตามข้อมูลโครงการและความเคลื่อนไหวด้านอสังหาฯ www.home.co.th และ www.facebook.com/Homebuyersfanpage

หรือชมวิดีโออื่นๆ คลิกที่นี่  www.home.co.th/tv  , www.youtube.com/tvhomebuyer

คำแนะนำ,ซื้อบ้าน,ซื้อคอนโด,ข่าวบริษัทอสังหาฯ,ข่าวอสังหาฯทั่วไป,ข่าวดังในกระแส

>>คอนโดใกล้รถไฟฟ้า>>บ้านใกล้รถไฟฟ้า>>Blogger home.co.th


วันที่แก้ไขข้อมูลล่าสุด : 05 มิถุนายน 2562