JW Real Estate “เจาะลึกทุกโปรเจ็กต์ไม่เน้นปริมาณ”


เจาะลึกทุกโปรเจ็กต์ ไม่เน้นปริมาณ แต่เรื่องคุณภาพไม่เป็นรองใคร คอนเซ็ปต์โครงการโดดเด่น ฉีกกฎ และสู้กับรายใหญ่ๆ ได้ทุกทำเล พัฒนาโครงการมาทุกรูปแบบตั้งแต่คอนโด บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ปัจจุบันกำลังปั้นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ในย่านดอนเมือง ที่เรากำลังพูดถึงคือ “JW URBAN PARK” และแนวคิดการพัฒนาอสังหาฯ ของวิสิษฐ กอวรกุล ประธานบริหาร บริษัทในเครือ JW GROUP
JW-Realestate-1
บ่มเพาะประสบการณ์อสังหาฯ จาก “นิรันดร์กรุ๊ป”
วิสิษฐ กอวรกุล ประธานบริหารบริษัท เจดับบลิว เรียลเอสเตท จำกัด ในเครือ JW GROUP เริ่มต้นเรียนรู้อสังหาฯ หลังจากจบปริญญาโทด้วยการไปฝึกงานบริษัทอสังหาฯ ของคุณพ่อ ซึ่งเป็นบริษัทชื่อดังในยุคนั้น “นิรันดร์กรุ๊ป” ซึ่งเป็นเหมือนวัฒนธรรมคนรุ่นก่อนที่นำลูกหลานไปฝึกวิชากับบริษัทที่บิดาได้ร่วมก่อตั้งหรือถือหุ้น
ไม่ใช่ฝึกฝนแค่ปีหรือสองปี แต่ได้เรียนรู้และทำงานจริงกับนิรันดร์กรุ๊ปเป็นเวลาถึง 10 ปี ซึ่งนานพอที่จะทำให้เขามั่นใจในฝีมือตัวเอง พี่น้องจึงออกมาสานต่อธุรกิจอสังหาฯ ของครอบครัว โดยยังคงใช้แบรนด์นิรันดร์ในการทำตลาด เช่น นิรันดร์ คอนโดเทล ดอนเมือง และนิรันดร์ ซิตี้ ลาดพร้าว 101
ส่วนตัวคุณวิสิษฐเองก็ออกมาตั้งบริษัทอสังหาฯ ของตัวเองเช่นกันเมื่อปี 2550 ในนาม “บริษัท เจดับบลิว เรียลเอสเตท จำกัด” ซึ่งปัจจุบันมีโครงการที่ได้พัฒนาไปแล้วร่วม 30 โครงการ คิดเป็นมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท

แจ้งเกิดกับคอนโดฯ “JW” ทำเลรัชดาฯ
เหตุผลที่อยากออกจากธุรกิจครอบครัวเพราะอยากพัฒนาสินค้าในรูปแบบที่ชอบ ดังนั้นหลังจากเก็บหอมรอมริบเงินทุนได้ก้อนหนึ่งจึงตัดสินใจซื้อที่ดินแปลงแรก ขนาด 1 ไร่ ในซอยรัชดาฯ 32 หรือซอยอาภาภิรมย์ สร้างเป็นคอนโดฯ โลว์ไรส์ 5 ชั้น จำนวน 110 ยูนิต ใช้ชื่อโครงการ “JW Place” ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก ปิดการขายได้หมดภายในระยะเวลาเพียง 6 เดือน จึงตัดสินใจซื้อที่ดินแปลงติดกันอีก 1 ไร่ สร้างเพิ่มอีก 110 ยูนิต 
ส่วนเหตุผลที่เลือกลงทุนคอนโด เพราะเป็นโปรดักต์ที่ถนัดที่สุด ทำมาตั้งแต่สมัยทำงานอยู่ที่นิรันดร์กรุ๊ปที่ได้ชื่อว่าเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดคอนโดราคาถูกในยุคนั้น ประกอบกับเมื่อ 10 กว่าปีก่อนกระแสคอนโดกำลังเริ่มมาแรง และย่านรัชดาฯ คนมีกำลังซื้อสูงเพราะเป็นชุมชนใหญ่ 
ตอนนั้นทำเป็นห้องสตูดิโอทั้งโครงการ ขนาด 28 ตารางเมตร ตกแต่งครบ ราคาขายเฉลี่ยแค่ 400,000 กว่าบาท หรือตารางเมตรละ 20,000 บาทต้นๆ ซึ่งถือว่าราคาค่อนข้างถูก 
“ด้วยความตั้งใจว่าโปรเจ็กต์แรกเราจะต้องแจ้งเกิดให้ได้ และเกิดแล้วจะต้องเดินหน้าต่อไปให้รอด จึงตั้งราคาเทียบเท่าหรือต่ำกว่าโครงการในละแวกเดียวกัน แต่อยู่ในโลเคชั่นที่ดีกว่าคือถนนรัชดาฯ แถมฟังก์ชันห้องสตูดิโอขนาด 28 ตารางเมตรก็สามารถใช้พื้นที่ฟรีสเปซได้ค่อนข้างเยอะ จึงทำให้ประสบความสำเร็จทั้งยอดขายและการสร้างชื่อเสียงของกลุ่มเจดับบลิวฯ ตั้งแต่โครงการแรก ด้วยคอนเซ็ปต์ทำเลดี พื้นที่ใช้สอยเยอะ ราคาถูก (กว่า)”

ต่อยอดความสำเร็จสู่ “แนวราบ”
กล้าฉีกกฎฟังก์ชัน
เจดับบลิวฯ ได้พัฒนาโครงการต่อเนื่องในอีกหลายทำเล รวมถึงการกระจายโปรดักส์สู่แนวราบ และก็ได้แจ้งเกิดอีกครั้งกับโครงการแนวราบแบรนด์ “The Most” ที่เปิดตัวหลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่กรุงเทพฯ และปริมณฑลเมื่อปลายปี 2554 
วิสิษฐได้พลิกวิกฤติพื้นที่น้ำท่วมย่านคลองสามวา ด้วยการนำเสนอโปรดักต์ทาวน์โฮม 3 ชั้นที่มีการออกแบบเป็นบ้านยกใต้ถุนสูง สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และเป็นเอกลักษณ์ของบ้านไทยสมัยก่อน ในกรณีเกิดเหตุน้ำท่วมในอนาคตน้ำก็จะสามารถไหลผ่านพื้นที่ชั้นล่างไปได้ โดยไม่สร้างความเสียหายให้กับตัวบ้านมากนัก 
รวมถึงการปรับฟังก์ชันใหม่ ยกเอาฟังก์ชันสำคัญๆ เช่น ห้องครัวไปอยู่บนชั้น 2 พร้อมกับ Living Room ส่วนชั้น 3 เป็นห้องนอนมี 3 ห้อง พื้นที่ชั้นล่างใช้เป็นที่จอดรถหรือจะต่อเติมเป็นครัวไทยก็ได้ ถือเป็นเป็นความกล้าหาญในการฉีกกฎการออกแบบฟังก์ชันบ้านแนวราบเลยก็ว่าได้ 
ทาวน์โฮม 3 ชั้น ที่ดิน 18 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 131 ตารางเมตร ราคาขายเริ่มต้นแค่ 2 ล้าน กระแสตอบรับดีตั้งแต่เปิดตัวโครงการ

เจ้าถิ่นย่าน “ดอนเมือง”
นอกจากย่านรัชดาฯ ที่เป็นทำเลแจ้งเกิดแล้ว เจดับบลิวฯ ยังได้กระจายการลงทุนในทำเลอื่นๆ อีกหลายโซน เช่น พระราม 5 รังสิต แต่โครงการส่วนใหญ่จะอยู่ที่ “ดอนเมือง” เป็นหลัก เพราะชำนาญเป็นพิเศษ โดยหากจะเรียกกลุ่มเจดับบลิวฯ ว่าเป็นเจ้าถิ่นย่านดอนเมืองก็ไม่ผิด เพราะทำเลนี้ได้พัฒนาโครงการมาตั้งแต่ยุคที่เป็นธุรกิจครอบครัวในนาม “นิรันดร์ คอนโดเทล” ก็หลายพันยูนิต
จนกระทั่งรุ่นลูกแยกตัวมาทำเองก็หลายโครงการ เช่น “JW Condo @ Donmuang” คอนโดฯ 8 ชั้น 6 อาคาร ทั้งหมด 673 ยูนิต พร้อมอาคารจอดรถสูง 10 ชั้น รองรับจำนวนรถยนต์ได้ประมาณ 300 คัน 
และโฮมออฟฟิศ 15 ยูนิต มูลค่าโครงการ 250 ล้านบาท ปิดการขายได้หมดภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง สร้างเสร็จและส่งมอบให้กับลูกค้าไปหมดแล้ว

สร้างแลนด์มาร์คใหม่ “JW Urban Park”
ปัจจุบันกำลังสร้างอาณาจักรแห่งใหม่ย่านดอนเมืองภายใต้ชื่อ “JW Urban Park” บนที่ดินแปลงใหญ่กว่า 11 ไร่ ริมถนนสรงประภา คอนเซ็ปต์เป็นโปรเจ็กต์มิกซ์ยูส มีทั้งโฮมออฟฟิศ 4 ชั้น ใช้ชื่อโครงการ JW Urban Home Office พื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ถึง 277 ตารางเมตร มีทั้งที่จอดรถส่วนตัวและที่จอดรถส่วนกลาง
นอกจากนี้ยังจัดเต็มกับฟังก์ชันและวัสดุชั้นเยี่ยม มีลิฟต์แก้วส่วนตัวทุกยูนิต เพื่ออำนวยสำหรับความสะดวกสบายเพิ่มพื้นที่ใช้สอยในสำนักงาน และยังเหมาะสำหรับผู้สูงวัย รวมถึงบันไดไม้สักเพิ่มมูลค่าและความหรูหราอีกด้วย

JW Urban Home 
ส่วนเฟสที่ 2 จะพัฒนาเป็นโรงแรมสูง 14 ชั้น ไม่เกิน 80 ยูนิต มีทั้งห้องพัก ห้องจัดเลี้ยง แกรนด์บอลรูมที่จุคนได้ 600 คน, Meeting Room และห้องสัมมนา 3 ห้อง, ฟิตเนสเซ็นเตอร์, สระว่ายน้ำ, สปา รวมถึงรูฟท็อปบาร์ สไตล์อิตาเลียนบนชั้นดาดฟ้า พร้อมที่จอดรถกว่า 250 คัน 
“ผมจะพัฒนาที่ดินแปลงนี้ให้เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของย่านสรงประภาและดอนเมือง ภายใต้อาณาจักร JW Urban Park ที่มีศูนย์รวมทางธุรกิจบริการ การเดินทางอย่างครบครัน มีทั้งออฟฟิศและโรงแรม สามารถรองรับกลุ่มลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติ ที่ต้องการเข้ามาทำการค้าทำธุรกิจในย่านนี้”
 JW Urban Park-1

อนาคตมั่นใจว่าทำเลสรงประภาและดอนเมืองจะเจริญเติบโตอีกมาก ปัจจุบันแถวนี้ก็คึกคักอยู่แล้ว โดยเฉพาะย่านถนนสรงประภาจะเป็นตลาดโต้รุ่งหรือ Street Food ที่ผู้คนจะออกมารับประทานอาหารและดื่มกิน เพราะเป็นชุมชนใหญ่มีคนอาศัยอยู่มาก มีทั้งหมู่บ้านจัดสรร เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานของทหาร รวมถึงชาวต่างชาติที่เริ่มเข้ามาเช่าเกสต์เฮ้าส์อยู่ในย่านนี้ก่อนจะเดินทางกลับประเทศ เพราะแถวนี้ใกล้สนามบินดอนเมืองมาก รวมถึงในอนาคตอันใกล้เราคือฮับใหม่ของการเดินทาง ศูนย์รวมของสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดง รถไฟฟ้าความเร็วสูง แอร์พอร์ตเรลลิงก์ ใกล้ทั้งจุดขึ้นลงทางด่วนและโทลล์เวย์ จากโครงการเพียง 5 นาทีถึงสนามบินดอนเมือง

ทุกโปรดักต์ต้องเพิ่มมูลค่า
เป็นสินค้าเกรดพรีเมียม
แม้จะเป็นบริษัทที่เพิ่งเปิดมา 12 ปี ตั้งแต่มิถุนายน 2550 และมีโปรเจ็กต์เพียง 9 โครงการ รวมโครงการในอนาคต รวมมูลค่ากว่า 4,703 ล้านบาท และมีแบรนด์สินค้าไม่มาก แต่สินค้าของเจดับบลิวฯ กลับมีความโดดเด่นในเรื่องของคุณภาพและสิ่งอำนวยความสะดวก ที่สามารถแข่งขันเทียบเท่ากับโครงการของบริษัทอสังหาฯ รายใหญ่ในระดับราคาใกล้เคียงกันได้ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม
วิสิษฐกล่าวว่า สำหรับโครงการคอนโดจะตั้งใจออกแบบ Facility ให้เหมือนกับการอยู่ในบ้าน ที่ตั้งโครงการจะต้องใกล้กับแนวรถไฟฟ้าหรืออยู่ติดกับบันไดทางขึ้นรถไฟฟ้า เช่น โครงการ JW Station @ Ramintra อยู่ห่างจากบันไดทางขึ้นรถไฟฟ้าแค่ 10 เมตร พื้นที่ใช้สอยต้องเหมาะสม ฟังก์ชันการใช้งานทุกตารางนิ้วจะต้องคุ้มค่าและลงตัว
“ผมให้ความสำคัญกับ Quality ค่อนข้างมาก ถ้าเป็นแนวราบจะทำเป็นสินค้าพร้อมอยู่แบบ Fully Furnished วัสดุก่อสร้างจะต้องระดับพรีเมียมคุ้มค่ากับราคา เพื่อช่วยลูกค้าประหยัดเวลา ไม่ต้องไปเสียเวลาปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขในภายหลัง เช่น ฝักบัวในห้องน้ำ ถ้าลูกค้าเปลี่ยนใหม่จะต้องใช้เงินประมาณ 10,000 บาท ดังนั้นฝักบัวในห้องน้ำของโครงการเจดับบลิวฯ จะเป็นเรนชาวเวอร์ที่มีราคาสูงถึง 8,000-10,000 บาท กระเบื้องปูพื้นก็เป็นเกรดราคา 200-300 บาทต่อแผ่น” 
ซึ่งถ้ามองในแง่ต้นทุนสิ่งที่เพิ่มก็แค่ค่าวัสดุเท่านั้น แต่ค่าแรงก่อสร้างเท่าเดิม ขณะที่ลูกค้าได้รับความพึงพอใจมากกว่า บ้านสวยงามและหรูหรามากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบแล้วราคาอาจเทียบเท่ากับโครงการอื่นแต่ได้ Value มากกว่า ทำให้ทุกโครงการของเจดับบลิวฯ มีมูลค่าเพิ่มตลอดเวลา โดยเฉพาะการซื้อคอนโดฯ ที่พิสูจน์แล้วว่าผลตอบแทนดีกว่าเงินฝากธนาคารเสียอีก
“เราไม่ใช่บริษัทมหาชน ค่าบริหารและต้นทุนต่ำกว่าบริษัทใหญ่ๆ ในตลาด แต่เราเอาค่าใช้จ่ายส่วนต่างตรงนี้ไปจ่ายเพิ่มเป็นค่าวัสดุเกรดคุณภาพและพัฒนา Facility ต่างๆ ในโครงการให้กับลูกค้าแทน รวมถึงการบริการหลังการขาย เพื่อให้สามารถแข่งขันกับบริษัทรายใหญ่ได้” 

ตั้งคีย์เวิร์ด “ปัญหารั่วซึม” มีค่าเป็นศูนย์
อีกหนึ่งสิ่งที่ใส่ใจเป็นพิเศษ และพยายามทำนอกจากการพัฒนาสินค้าคือการบริการหลังการขาย เรียกว่างานตรวจสอบคุณภาพเช็กลิสต์แบบเดียวกับบริษัทตรวจรับงานก่อสร้างเลยทีเดียว  
ทุกโครงการที่เปิดขายใหม่และก่อสร้างตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป จะต้องมีมาตรฐานเรื่องการรั่วซึมเท่ากับศูนย์ คือไม่มีเลย เป็นคำยืนยันของคุณวิสิษฐถึงความตั้งใจและใส่ใจในคุณภาพของสินค้าที่จะนำส่งมอบกับลูกค้า โดยเริ่มที่โครงการคอนโด JW Station @ Ramintra และโครงการ JW Urban Home Office  
ยอมรับว่างานก่อสร้างในอดีตของเราก็มีปัญหา จึงได้นำเอาปัญหาเหล่านั้นมาแก้ไขและพัฒนาคุณภาพให้ดีขึ้น โดยเฉพาะปัญหาเรื่องรอยรั่วต่างๆ ที่เป็นเป้าหมายมาตั้งแต่ปีที่แล้วที่จะแก้ไขให้เป็นศูนย์ และจะเป็นนโยบายหลักใช้กับทุกโครงการทั้งบ้านแนวราบและแนวสูง
“หลังงานก่อสร้างเสร็จผมจะลงไปตรวจสอบความเรียบร้อยด้วยตัวเอง ถ้าหากเจอข้อผิดพลาดก็จะรีบแก้ โดยเฉพาะการตรวจสอบเรื่องการรั่วซึม เราจะใช้เครื่องแรงดันสูงฉีดน้ำทั้งหลัง แต่ถ้าเป็นอาคารสูงก็จะใช้กระเช้าไฟฟ้าหรือ Gondola ไล่ฉีดน้ำจากชั้นบนลงมาชั้นล่างเพื่อตรวจหารอยรั่วซึม ส่วนห้องน้ำทุกห้องจะต้องมีการขังน้ำทิ้งไว้ไม่น้อยกว่า 3 วัน แล้วตรวจเช็กค่าความชื้นโดยเครื่องตรวจสอบ”
ที่สำคัญแต่ละโครงการเราใช้บริษัทรับเหมาที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านและเลือกวัสดุก่อสร้างชั้นดี เช่น โครงการ JW Station @ Ramintra งานระบบหรือ M&E ว่าจ้างบริษัทพลัส พร็อพเพอร์ตี้ งานระบบหลังคาของบริษัทบลูสโคป งานบันไดสำเร็จรูปใช้ของ SCG สีทาอาคารก็เลือกใช้สี ICI Supershield ส่วนระบบก่อสร้างผนังภายนอกใช้ระบบพรีคาสท์ เป็นต้น
“ผมยอมจ่ายเงินเพิ่ม ยอมเสียเวลาในการตรวจเช็คระบบรอยน้ำรั่วทุกจุดในบ้านก่อนที่จะส่งมอบให้ลูกค้า ดีกว่าให้ลูกค้าเจอปัญหาแล้วมาคอมเพลนทีหลัง เพราะหากเป็นแบบหลังคำนวณเป็นต้นทุนในการแก้ไขปัญหาแล้วจะสูงกว่ามาก แถมยังเสียเวลา เสียชื่อและเสียแบรนด์ด้วย”
ประสบการณ์มากมายจากการทำธุรกิจ บวกกับความตั้งใจจริงในการพัฒนาโปรดักต์โดยยึดหลักความพึงพอใจของลูกค้าเป็นที่ตั้ง โดยเฉพาะความพยายามในการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าในทุกด้าน ย่อมนำมาซึ่งความสำเร็จก้าวหน้าขึ้นให้กับบริษัท เจดับบลิว เรียลเอสเตท จำกัด อย่างแน่นอน

แบรนด์โปรดักส์ “JW”
ปี 2550 • JW Place
ปี 2551 • เจ ดับบลิว บลูเลอร์วาร์ด
                  (J.W. Boulervard)
ปี 2552 • เจ ดับบลิว ซิตี้ (J.W. City)
ปี 2555 • เจ ดับบลิว แกรนด์ ธารา
(J.W. Grand Tara)
                • เดอะโมส (The Most)
ปี 2558 • เจ ดับบลิว โฮมออฟฟิศ
(JW Home Office)
                • เจ ดับบลิว คอนโด แอท ดอนเมือง
                (JW Condo @ Donmuang)
ปี 2560  • เจ ดับบลิว สเตชั่น แอท รามอินทรา
(JW Ststion @ Ramintra)
ปี 2561 • JW Urban Home Office
ปี 2562 • JW Urban Hotel

   

ติดตามข่าวสารอสังหาฯและข่าวดังในกระแส www.home.co.th/hometips/news

ติดตามข้อมูลโครงการและความเคลื่อนไหวด้านอสังหาฯ www.home.co.th และ www.facebook.com/Homebuyersfanpage

หรือชมวิดีโออื่นๆ คลิกที่นี่  www.home.co.th/tv  , www.youtube.com/tvhomebuyer


ที่มา : Developer of the Month นิตยสาร Home Buyers Guide

วันที่แก้ไขข้อมูลล่าสุด : 27 มีนาคม 2562