“Think Different” DNA ผลักดัน AP สู่ความสำเร็จ

AP Thailand

เกือบ 10 ปีมานี้ธุรกิจอสังหาฯ ของไทยขับเคลื่อนด้วยบริษัทขนาดใหญ่อย่างเต็มตัว ด้วยมูลค่าตลาดกว่า 70% อยู่ในมือรายใหญ่แค่ไม่กี่ราย สถานการณ์แบบนี้ยิ่งทำให้รายใหญ่ต้องแข่งขันกันหนัก ขณะเดียวกันก็ต้องต่อสู้กับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากการถาโถมเข้ามาของเทคโนโลยีดิจิตอล 
        AP (Thailand) เป็นหนึ่งในอสังหาฯ รายใหญ่ที่ก่อนหน้านี้อาจเติบโตไม่หวือหวา แต่ 2 ปีมานี้สามารถสร้างผลงานที่โดดเด่นได้อย่างต่อเนื่อง Performance ดีเยี่ยมในทุกๆ ด้าน ซึ่งว่ากันว่าทั้งหมดนี้เป็นผลพวงจากการทำงาน (หนัก) ของทุกคนมาหลายปี อะไรคือที่มาของความสำเร็จนี้...น่าสนใจ

“Think Different” คือ DNA 
ที่มาความสำเร็จของ AP ในวันนี้เกิดจากหลายปัจจัย แต่หนึ่งในนั้นคือ “ความคิดที่แตกต่าง” (Think Different) ของผู้ก่อตั้ง “อนุพงษ์ อัศวโภคิน” ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร และมีบทบาทอย่างมากในการปรับเปลี่ยนองค์กรจนนำไปสู่ความสำเร็จในทุกวันนี้ 
Anuphong-1

        ความคิดที่แตกต่างของอนุพงษ์ปรากฏเป็นรูปธรรมในหลายๆ ด้าน ตั้งแต่บุกเบิกพัฒนาโครงการทาวน์โฮมระดับพรีเมียมทำเลกลางเมือง ทั้งๆ ที่ตอนนั้นตลาดเพิ่งผ่านพ้นจากความบอบช้ำทางเศรษฐกิจ (วิกฤติต้มยำกุ้ง) ได้ไม่นาน ปัจจุบัน “บ้านกลางกรุง” และ “บ้านกลางเมือง” กลายเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งในตลาด และเป็นโปรดักต์หลักของ AP 
พัฒนาคอนโดฯ ใจกลางเมือง (ปทุมวัน รีสอร์ท) พร้อมๆ กับการเปิดตัวรถไฟฟ้าสายแรกของประเทศไทย เป็นคอนโดฯ โครงการแรกของประเทศที่เกาะแนวรถไฟฟ้า
ถือได้ว่า AP เป็นผู้ปลุกกระแสความนิยมคอนโดฯ เกาะแนวรถไฟฟ้าให้ขยายตัวเพิ่มขึ้น จนกลายเป็นวิถีชีวิตใหม่ของการอยู่อาศัยบนตึกสูงๆ ในเมืองมาจนถึงทุกวันนี้

จาก Brand DNA สู่ Core Business
“Quality of Life” มอบคุณภาพการใช้ชีวิตที่ดี
ความสำเร็จส่วนใหญ่ที่เราเห็นในวันนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน แต่เป็นผลพวงจากการทำงานมาหลายปี ที่ AP ก็เช่นกันการปรับตัวภายในเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ 7-8 ปี โดยหนึ่งในคีย์แมนคนสำคัญที่มีส่วนผลักดันอย่างมาก คือวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บมจ.เอพี (ไทยแลนด์) 
เดิม AP ก็เช่นเดียวกับบริษัทพัฒนาอสังหาฯ ส่วนใหญ่ ที่นิยามตัวเองเป็น “นักพัฒนา” เป็น “ผู้ผลิต” แต่ด้วยการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจทำให้บริษัทต้องคิดใหม่ต่างไปจากเดิม ทุกวันนี้ AP นิยามตัวเองเป็น “ผู้บริการ” เป็น “Service Provider” ที่มีเป้าหมายคือส่งมอบ Quality of Life ให้กับลูกค้า หรือสร้างการใช้ชีวิตในบ้านให้ดีที่สุด
บ้านเอพี
และจากแก่นธุรกิจดังกล่าวจึงนำไปสู่การพัฒนาและเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ในทุกด้านในเวลาต่อมา ซึ่งการทำงานแทบทุกอย่างเป็นกระบวนการใหม่ ตั้งแต่การหาความต้องการของลูกค้า การดีไซน์โปรดักต์ การก่อสร้างที่ปกติเป็นงานของพาร์ทเนอร์/ผู้รับเหมา การบริการหลังการขาย บริหารชุมชนและอื่นๆ 
“ถ้าเป็นดีเวลอปเปอร์แบบแต่ก่อนกระบวนการจะจบหลังจากส่งมอบบ้านให้ลูกค้า แต่ตอนนี้ไม่ใช่ ต้องดูแลกันไปตลอด เพราะบ้านก็เหมือนรถต้องบำรุงรักษาต่อเนื่อง บ้านก็ต้องดูแลสภาพชุมชนสังคม การซ่อมแซม รวมไปถึงการขายต่อ”

ใช้ Design Thinking หาความต้องการลูกค้
AP ให้ความสำคัญมากกับการตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยเฉพาะการพัฒนาโปรดักต์ จึงเลือกใช้กระบวนการ Design Thinking ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการหาความต้องการของลูกค้าที่ได้รับความนิยมแพร่หลายในยุคนี้ โดยเฉพาะในกลุ่มองค์กรธุรกิจชั้นนำของโลก เพื่อให้เข้าใจลูกค้าได้ลึกขึ้น รู้ความต้องการแฝง (Unmet Need)
ด้วยเหตุผลหลายๆ อย่างทำให้แนวโน้มในอนาคตผู้คนจะใช้สเปซหรือพื้นที่ในการอยู่อาศัยน้อยลง นี่เป็นโจทย์หนึ่งของอสังหาฯ และเป็นสิ่งที่ AP มองเห็น จึงให้ความสำคัญกับการดีไซน์สเปซมาก
“ในอนาคตสเปซหรือพื้นที่สำหรับการใช้ชีวิตจะน้อยลงหรือบ้านจะหลังเล็กลง จึงจำเป็นต้องดีไซน์สเปซ ทั้งนี้ฟังก์ชั่นบ้านหรือคอนโดฯ จะต้องสวยออกมาจากภายใน (Functional is Beautiful) และออกไปสู่ด้านนอกที่เป็น Facade เพราะคนซื้อบ้านหลายๆ คนมักจะเริ่มต้นการซื้อด้วยเหตุผล แต่สุดท้ายมักจะตัดสินใจซื้อด้วยอารมณ์หรืออีโมชั่นเป็นหลัก”

เน้นใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์มากกว่า
        ในมุมของ AP จะเน้นการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์มากกว่าการพัฒนา โดยจะมองหาโอกาสในการนำเทคโนโลยีทุกๆ ด้านไปใช้เพื่อประโยชน์ของลูกค้า รวมถึงการพัฒนากระบวนการทำงานขององค์กรเป็นหลัก ตั้งแต่กระบวนการก่อสร้างซึ่งได้พัฒนามาใช้ระบบ BIM โดยตั้งเป้าเลิกใช้ AutoCAD ในปีนี้ ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการทำงานถูกต้อง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากกว่าระบบเดิม
        นอกจากนี้พัฒนาระบบ AP Checklist ที่ร่วมกับทีมดีไซเนอร์และทีมตรวจสอบคุณภาพงานจากทางบริษัทที่ปรึกษาด้านวิศวกรรม ซึ่งจะใช้เป็นเครื่องมือในการควบคุมมาตรฐานในการพัฒนาโครงการ ที่เริ่มตั้งแต่กระบวนการออกแบบไปจนถึงการตรวจสอบคุณภาพงาน 
AP Academy
        “ปัจจุบัน Life Time ระหว่างเรากับลูกค้ามีช่วงเวลานานขึ้น เพราะเราไม่ได้จบแค่การส่งมอบ ยังต้องบริการกันต่อ จึงเน้นใช้เทคโนโลยีเพื่อเซอร์วิส และเชื่อมต่อและอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าเป็นหลัก เช่น แอป FixIt รับดูแลซ่อมแซมบ้าน-คอนโดฯ หรือแม้กระทั่งการทดลองใช้ระบบจองซื้อออนไลน์ก็เคยทำมาแล้ว
        การใช้เทคโนโลยีจะเห็นได้ชัดกับโปรดักต์ประเภทคอนโดฯ เราเป็นเจ้าแรกที่นำห้องน้ำสำเร็จรูปมาใช้กับคอนโดฯ เมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว ตอนแรกก็กลัวว่าลูกค้าจะไม่รับ แต่หลังจากทดลองผลตอบรับค่อนข้างดี ส่วนใหญ่รับได้ เพราะลดปัญหา Defect ไปได้เยอะ”
        เมื่อ 2 ปีที่แล้วก็เอาระบบ Digital Box ที่มีชื่อว่า Smart POD เพื่อรับฝากของ โดยเมื่อมีสินค้ามาส่งที่คอนโดฯ ระบบจะส่งข้อความไปหาเจ้าของห้องว่ามีของมาส่งพร้อม QR Code เมื่อเจ้าของกลับมาคอนโดฯ เวลาไหนก็สามารถนำของออกมาจากตู้ได้ เพียงแค่สแกน QR Code ฝาตู้ก็จะเปิดออก เพิ่มความสะดวกในการรับสินค้าของลูกบ้านได้ตลอด 24 ชั่วโมง และวางแผนต่อยอดเพื่อให้บริการด้านอื่นด้วย เช่น บริการรับส่งอาหาร ซึ่งต้องเพิ่มตู้เย็น ตู้ร้อนไว้ในโครงการด้วย ฯลฯ

Smart POD

ท่ามกลางความเปลี่ยนเปลี่ยนของโลกยุคดิจิตอลที่กำลังถาโถมอย่างรุนแรง แม้จะยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าใครจะแพ้หรือชนะ แต่ก็เห็นได้ชัดว่าใครบ้างที่จะอยู่รอด
 

 ที่มา: คอลัมน์ Developer of the Month นิตยสาร Home Buyers Guide ฉบับเดือนมกราคม 2561

โดย : ชูชาติ ม่วงไข่
อีเมล : choochart@home.co.th


ติดตามข่าวสารอสังหาฯและข่าวดังในกระแส www.home.co.th/hometips/news

ติดตามข้อมูลโครงการและความเคลื่อนไหวด้านอสังหาฯ www.home.co.th และ www.facebook.com/Homebuyersfanpage

หรือชมวิดีโออื่นๆ คลิกที่นี่  www.home.co.th/tv  , www.youtube.com/tvhomebuyer

คำแนะนำ,ซื้อบ้าน,ซื้อคอนโด,ข่าวบริษัทอสังหาฯ,ข่าวอสังหาฯทั่วไป,ข่าวดังในกระแส

>>คอนโดใกล้รถไฟฟ้า>>บ้านใกล้รถไฟฟ้า>>Blogger home.co.th


ที่มา : Home Buyers Guide

วันที่แก้ไขข้อมูลล่าสุด : 04 กุมภาพันธ์ 2562