ถนนกรุงเทพกรีฑา (ตัดใหม่) ทำเลดาวรุ่งโซนตะวันออก

         ส่องทำเลดาวรุ่งของกรุงเทพฯ โซนตะวันออก "ถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่" ที่ที่ผู้ประกอบการด้านอสังหาริมทรัพย์ต่างให้ความสนใจเข้าไปพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรมากที่สุดทำเลหนึ่ง เนื่องจากเป็นการเปิดพื้นที่ว่างสำหรับการพัฒนาเพิ่มขึ้น แถมยังรายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งโรงเรียนนานาชาติ มหาวิทยาลัย สนามกอล์ฟและคอมมูนิตี้มอลล์ ตลอดจนโครงข่ายการคมนาคมที่ครอบคลุมทั่วพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นถนน ทางด่วน มอเตอร์เวย์ รถไฟฟ้า และยังอยู่ใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิอีกด้วย

ถนนตัดใหม่เชื่อมตะวันตก-ตะวันออก
        "ถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่" หรือชื่อที่ใช้เรียกขณะก่อสร้างคือโครงการถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า ซึ่ง กทม.ต้องใช้เวลาผลักดันมานานกว่า 20 ปีจึงจะสามารถเริ่มดำเนินการได้เมื่อกลางปี 2558 เพื่อแก้ปัญหาการจราจรในแนวตะวันตก-ตะวันออกของกรุงเทพฯ มีจุดเริ่มต้นโครงการที่ทางแยกต่างระดับถนนศรีนครินทร์-ซอยรามคำแหง 24 ไปตามแนวถนนกรุงเทพกรีฑา (เดิม) พร้อมทั้งก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดรถยนต์ที่แยกซอยกรุงเทพกรีฑา 7 เพื่อเบี่ยงแนวถนนตามแนวเวนคืนที่ใหม่ 

        จากนั้นเป็นแนวตรงตลอดจนข้ามทางหลวงหมายเลข 9 (วงแหวนรอบนอกตะวันตก) ไปสิ้นสุดโครงการที่ทางแยกต่างระดับถนนร่มเกล้า-เจ้าคุณทหาร ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร ขนาด 6-10 ช่องจราจร แยกทิศทางไปกลับ

        สำหรับงานก่อสร้างได้แบ่งออกเป็น 7 ช่วง ปัจจุบันช่วงที่ 1, 3, 4, 6 และ 7 เสร็จเรียบร้อยแล้ว และเปิดให้ใช้เส้นทางเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ยังเหลือช่วงที่ 2 ตั้งแต่บริเวณคลองหัวหมาก-คลองลำสาลี ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดบริเวณถนนกรุงเทพกรีฑา และช่วงที่ 5 บริเวณสะพานข้ามถนนกาญจนาภิเษกซึ่งเป็นการก่อสร้างทางยกระดับ 6 ช่องจราจร โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดใช้เส้นทางตลอดสายได้ในเดือนธันวาคม 2561

การเดินทางสะดวก ครอบคลุมทุกพื้นที่
        ปัจจุบันถนนกรุงเทพกรีฑาเดิมและถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่นับว่ามีความโดดเด่นในด้านเส้นทางการคมนาคมอย่างมาก เนื่องจากมีให้เลือกใช้ครบทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นถนน ทางด่วน ทางพิเศษ (มอเตอร์เวย์) รถไฟฟ้าและสนามบินสุวรรณภูมิ โดยเริ่มจากโครงข่ายถนนที่สามารถเดินทางเชื่อมโยงพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างสะดวกทั้งถนนรามคำแหง, ถนนศรีนครินทร์, ถนนพระราม 9, ถนนพัฒนาการ, ถนนอ่อนนุช-ลาดกระบัง, ถนนร่มเกล้า, ถนนบางนา-ตราด, ถนนวงแหวนรอบนอกด้านตะวันออก และถนนมอเตอร์เวย์สาย 7 (กรุงเทพฯ-ชลบุรี) ต่อเนื่องไปยังจังหวัดที่อยู่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก 

        ขณะที่การเดินทางเข้าออกเมืองก็สามารถใช้ทางด่วนขั้นที่ 2 (ศรีรัช) พระราม 9-ศรีนครินทร์ หรือรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ (พญาไท-สุวรรณภูมิ) ได้ทั้งที่สถานีลาดกระบัง, บ้านทับช้างและหัวหมาก เพื่อเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า BTS และรถไฟฟ้า MRT ได้เช่นกัน

        นอกจากนี้ยังมีโครงข่ายรถไฟฟ้าสายใหม่โครงการโมโนเรลสายสีเหลือง เส้นทางลาดพร้าว-สำโรง ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง มีกำหนดแล้วเสร็จประมาณปี 2564 โดยสถานีให้บริการใกล้สุดคือสถานีศรีกรีฑา ซึ่งตั้งอยู่บนถนนศรีนครินทร์บริเวณแยกศรีกรีฑา ทำให้การเดินทางระหว่างย่านรัชดาฯ ลาดพร้าว บางกะปิ กับพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการทั้งเทพารักษ์และสำโรงมีความสะดวกมากขึ้น

        ขณะเดียวกันภาครัฐมีแผนลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมทั้งโครงการการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อ 3 สนามบินแบบไร้รอยต่อ ซึ่งจะใช้โครงสร้างและแนวเส้นทางการเดินรถเดิมของระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน (Airport Rail Link) ที่เปิดให้บริการอยู่ในปัจจุบัน โดยจะก่อสร้างทางรถไฟขนาด 1.435 เมตร (Standard Gauge) ส่วนต่อขยาย 2 ช่วง จากสถานีพญาไทไปยังสนามบินดอนเมือง และจากสถานีลาดกระบังไปยังสนามบินอู่ตะเภาและจังหวัดระยอง พร้อมเชื่อมเข้าออกสนามบิน มีสถานีให้บริการ 10 แห่ง ได้แก่ สถานีดอนเมือง, สถานีบางซื่อ, สถานีมักกะสัน, สถานีสุวรรณภูมิ, สถานีฉะเชิงเทรา, สถานีชลบุรี, สถานีศรีราชา, สถานีพัทยา, สถานีอู่ตะเภาและสถานีระยอง ตลอดจนแผนพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ย่อมส่งผลทำให้ทำเลโดยรอบแห่งนี้ได้รับอานิสงส์ขยายตัวตามไปด้วย

ห้าง สนามกอล์ฟ สถานศึกษา มีครบ
        สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่หลักๆ คือบริเวณถนนรามคำแหง-หัวหมาก ซึ่งมีทั้งห้างเดอะมอลล์ 3 รามคำแหง และห้างเดอะมอลล์ 2 รามคำแหง ที่ตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างก่อสร้างขึ้นมาใหม่ในรูปแบบมิกซ์ยูส เพื่อให้เป็นหนึ่งในย่านการค้าหลักเช่นเดียวกับห้างใหญ่ๆ แถบใจกลางเมืองเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีห้างเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รามคำแหง, มหาวิทยาลัยรามคำแหง, มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC), สนามกีฬาทั้งอินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก, สนามราชมังคลากีฬาสถาน, โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ และโรงพยาบาลรามคำแหง

        หรือแถวย่านศรีนครินทร์-ร่มเกล้าก็มีห้างซีคอนสแควร์, พาราไดซ์ พาร์ค, ธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์, ศูนย์การค้า HaHa, ตลาดนัดรถไฟศรีนครินทร์, โรงเรียนเทพศิรินทร์ร่มเกล้า, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ตลอดจนบนถนนกรุงเทพกรีฑาเองยังมีโรงเรียนนานาชาติไบรท์ตันคอลเลจ, โรงเรียนนานาชาติเวลลิงตันคอลเลจ, เดอะปาร์ค, คอมมูนิตี้มอลล์ Kurve 7, สนามกอล์ฟกรุงเทพกรีฑา, สนามกอล์ฟยูนิโก้ เป็นต้น

ม.นักกีฬาแหลมทอง จุดเริ่มแหล่งที่อยู่อาศัย

        ในด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยของย่านนี้ย้อนไปในอดีตสมัยที่การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ยังใช้ชื่อว่า "กีฬาแหลมทอง" ครั้งที่ 8 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเมื่อประมาณปี 2518 ก็ได้มีการสร้างบ้านพักนักกีฬาขึ้นมาบนถนนกรุงเทพกรีฑา (เดิม) เรียกว่าหมู่บ้านนักกีฬาแหลมทอง และกลายมาเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ มีจำนวนผู้อยู่อาศัยเกือบหมื่นคน มีบ้านทั้งหมด 3,174 หลัง  
        ขณะที่เอกชนที่มีแลนด์แบงก์มากสุดคือบางกอกแลนด์ เคยถือครองที่ดินกว่า 1,350 ไร่ ซึ่งเดิมวางแผนจะพัฒนาเป็นเมืองทาวน์เฮ้าส์ขนาดใหญ่ร่วมหมื่นยูนิต แต่ได้แบ่งมาพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยภายใต้ชื่อ "Villa Albero" จำนวน 7 ไร่ บนถนนกรุงเทพกรีฑา (เดิม) ระหว่างซอย 15 และ 17 เป็นทาวน์เฮ้าส์และโมเดิร์นช็อปเฮ้าส์ ใช้เวลาขายไม่ถึงเดือนก็ปิดการขายได้หมด โดยที่ยังไม่มีการติดป้ายโฆษณาแต่อย่างใด  

        อย่างไรก็ตามเมื่อมีการตัดถนนกรุงเทพกรีฑาใหม่ขึ้นมา (ศรีนครินทร์-ร่มเกล้า) ผ่านที่ดินของบางกอกแลนด์ บริษัทก็ได้นำที่ดินที่มีอยู่แบ่งขายให้กับบิ๊กอสังหาฯ รายใหญ่ๆ ร่วม 1,200 ไร่ มูลค่ารวมกว่า 15,000 ล้านบาท อาทิ บมจ.สิงห์ เอสเตท, บมจ.แสนสิริ รวมทั้งขายให้กับโรงเรียนนานาชาติด้วย ปัจจุบันแสนสิริได้นำร่องเปิดตัวโครงการ "เศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา" เฟสแรกประมาณ 96 ไร่ เป็นบ้านเดี่ยวจำนวน 314 ยูนิต ราคาเริ่มต้นที่ 7.99 ล้านบาท เจาะกลุ่มลูกค้าระดับ A ส่วนในอนาคตบริษัทมีแผนจะขยายโครงการเพิ่มขึ้น ทั้งในรูปแบบของบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ โฮมออฟฟิศ และคอมมูนิตี้มอลล์ในพื้นที่ดังกล่าว
        ส่วนสิงห์ เอสเตทที่มีที่ดินอยู่กว่า 250 ไร่ได้มอบหมายให้บริษัทในเครือคือเนอวานา ไดอิ เป็นผู้พัฒนาโครงการ "เนอวานา ดีฟายน์" ทาวน์โฮม 3-3.5 ชั้น ราคาเริ่มต้น 7.7-15 ล้านบาทลงสู่ตลาด ขายได้มากถึง 52 ยูนิตภายในเวลาเดือนครึ่ง และปลายไตรมาส 3 เตรียมจะเปิดตัวเพิ่มอีก 1 โครงการ

        เช่นเดียวกับ บมจ.พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ซึ่งมีแลนด์แบงก์มากกว่า 400 ไร่ ก็ได้แบ่งขายให้กับ บมจ.ควอลิตี้ เฮ้าส์ประมาณ 50 ไร่ และ บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตทอีกประมาณ 90 ไร่ ส่วนที่เหลือบริษัทได้นำมาพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวเพอร์เฟค มาสเตอร์พีซ จำนวน 200 ยูนิต มูลค่า 3,800 ล้านบาท, บ้านเดี่ยวเพอร์เฟคเพลส จำนวน 110 ยูนิต มูลค่า 900 ล้านบาท และทาวน์โฮมเดอะ เมทโทร จำนวน 150 ยูนิต มูลค่า 400 ล้านบาท
        ดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่อีกราย บมจ.เอพี (ไทยแลนด์) ก็ได้เปิดตัวโครงการทาวน์โฮม 2 ชั้น ภายใต้ชื่อ "Pleno พระราม 9-กรุงเทพกรีฑา" มูลค่าโครงการ 375 ล้านบาท จำนวน 113 ยูนิต ด้วยราคาขายเริ่มต้นที่ 2.99 ล้านบาท
        หรือของเอสซี แอสเสทฯ ที่มีโครงการในย่านนี้ถึง 3 โครงการด้วยกัน คือแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด พระราม 9-ศรีนครินทร์, บางกอก บูเลอวาร์ด พระราม 9-ศรีนครินทร์ และแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด พระราม 9 โครงการใหม่ล่าสุด เป็นต้น

ตลาดที่อยู่อาศัย เน้นบ้านเดี่ยว-ทาวน์โฮมหรู
        เมื่อพิจารณาศักยภาพของถนนกรุงเทพกรีฑาช่วงจากถนนศรีนครินทร์-วงแหวนฯ ซึ่งมีแนวโน้มจะพัฒนาที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว-ทาวน์โฮมหรู เนื่องจากอยู่ใกล้กับย่านธุรกิจสำคัญทั้งพระราม 9-ศรีนครินทร์ ที่สามารถเชื่อมต่อใจกลางเมืองได้อย่างสะดวก ประกอบกับข้อกำหนดด้านผังเมืองอยู่ในเขตพื้นที่สีเหลือง ประเภท ย.2 และ ย.3 โดยเป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย จึงพัฒนาได้เฉพาะโครงการแนวราบ
        ดังนั้นตลอดแนวของถนนกรุงเทพกรีฑาจึงมีผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เข้ามาพัฒนาโครงการในพื้นที่เป็นจำนวนมาก และมีการเปิดตัวโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีบ้านจัดสรรเปิดขายอยู่ในพื้นที่ประมาณ 770 ยูนิต อัตราการขายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 67% เฉพาะโครงการที่เปิดตัวใหม่ในปีนี้มีไม่ต่ำกว่า 5 โครงการ จำนวนรวม 340 ยูนิต ส่วนใหญ่เป็นบ้านเดี่ยวราคาขายเริ่มต้นมากกว่า 7 ล้านบาทขึ้นไป ขณะที่ทาวน์โฮม 2-3 ชั้น ราคาขายเริ่มต้น 3-5 ล้านบาทขึ้นไป 

ราคาที่ดินพุ่งไร่ละ 40 ล้านบาท
        ด้านราคาประเมินที่ดินรอบบัญชี 2559-2562 พื้นที่แถวบึงกุ่ม คันนายาวและสะพานสูงบนถนนกรุงเทพกรีฑาอยู่ที่ 20,000-32,000 บาทต่อตารางวา ส่วนซอยย่อยต่างๆ ของถนนกรุงเทพกรีฑานั้นโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 10,000-22,000 บาทต่อตารางวา ขณะที่ถนนนักกีฬาแหลมทองราคาประเมินจะอยู่ที่ 32,000 บาทต่อตารางวา
        ส่วนพื้นที่ที่เคยเป็นที่ดินตาบอดเดิมซื้อขายกันไม่เกิน 10,000 บาทต่อตารางวา แต่เมื่อเริ่มมีการก่อสร้างถนนใหม่ราคาได้เพิ่มขึ้นไปเป็น 60,000-70,000 บาทต่อตารางวาทันที โดยปัจจุบันราคาที่ดินบริเวณถนนศรีนครินทร์-วงแหวนรอบนอก ซึ่งอยู่ติดริมถนนเดิมซื้อขายกัน 10 ล้านบาทต่อไร่ ได้ขยับขึ้นไปเป็น 20-30 ล้านบาทต่อไร่ และราคาที่ดินในซอยอยู่ที่ประมาณ 5-10 ล้านบาทต่อไร่ คาดว่าหากถนนสายนี้เสร็จสมบูรณ์อาจทำให้ราคาที่ดินพุ่งขึ้นไปแตะ 40 ล้านบาทต่อไร่ได้ไม่ยาก  

       

        จากศักยภาพของทำเลที่กล่าวมานี้ทำให้ถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่กลายเป็นทำเลดาวรุ่งแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ โซนตะวันออก เหมาะสำหรับเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย ซึ่งสามารถเดินทางเชื่อมต่อกับย่านใจกลางเมืองหรือแหล่งธุรกิจการค้าอื่นๆ ได้อย่างคล่องตัว และยังแวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการอยู่อาศัยต่างๆ อีกมากมาย 

 

ติดตามข่าวสารอสังหาฯและข่าวดังในกระแส www.home.co.th/hometips/news

ติดตามข้อมูลโครงการและความเคลื่อนไหวด้านอสังหาฯ www.home.co.th และ www.facebook.com/Homebuyersfanpage

หรือชมวิดีโออื่นๆ คลิกที่นี่  www.home.co.th/tv  , www.youtube.com/tvhomebuyer

คำแนะนำ,ซื้อบ้าน,ซื้อคอนโด,ข่าวบริษัทอสังหาฯ,ข่าวอสังหาฯทั่วไป,ข่าวดังในกระแส


ที่มา : โฮมบายเออร์ไกด์

วันที่แก้ไขข้อมูลล่าสุด : 17 กันยายน 2561