เดินหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน คาดลงมือสร้างกลางปี 2562

        นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจงโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง– สุวรรณภูมิ–อู่ตะเภา ครั้งที่ 1 เพื่อให้ข้อมูลโครงการ และเปิดเวทีให้ผู้ซื้อเอกสารได้ซักถามข้อสงสัยต่างๆ เกี่ยวกับการลงทุนและข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ โดยมีเอกชนผู้ซื้อเอกสารทั้ง 31 ราย 

        สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน นับเป็นโครงการสำคัญเร่งด่วน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) โดยเป็นระบบขนส่งมวลชนทางรางระบบหลักเชื่อมโยงการเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังพื้นที่ EEC และเชื่อมโยงการเดินทางของผู้โดยสารสามท่าอากาศยานเข้าสู่พื้นที่เศรษฐกิจ พื้นที่ท่องเที่ยว ให้เดินทางถึงกันได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ในเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง รวมทั้งเชื่อมโยงกับการคมนาคมขนส่งทางถนน และทางเรือได้อย่างครอบคลุม ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก 

        ซึ่งภายหลังการประชุม รฟท.จะนำผู้แทนบริษัทเอกชนที่ซื้อเอกสารทั้ง 31 ราย ลงพื้นที่เพื่อชมสถานที่ก่อสร้างโครงการฯ ในวันที่ 24 และ 26 กรกฎาคม 2561 โดยในวันที่ 24 กรกฎาคม 2561 จะมีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ เช่น การก่อสร้างร่วมกับโครงการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต การจัดการพื้นที่ของสถานีกลางบางซื่อ เพื่อรองรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน จากนั้นจึงนำชมสถานีมักกะสัน ทั้งจุด Check in บริเวณชานชาลาของ City Line และ Express Line การเชื่อมต่อระบบขนส่งอื่นๆ ศูนย์ซ่อมบำรุงคลองตัน (Depot) จากนั้นจึงเดินทางต่อไปยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้วยรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เพื่อให้เห็นรูปแบบการเดินทางอย่างเป็นระบบ 

        ส่วนในวันที่ 26 กรกฎาคม 2561 จะเดินทางจากสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ไปท่าอากาศยานอู่ตะเภา เพื่อดูสถานที่จริงตามแนวเส้นทางและจุดสำคัญต่างๆ ของโครงการฯ ทั้งบริเวณสถานีรถไฟลาดกระบัง สถานีฉะเชิงเทรา สถานีชลบุรีและสถานีบ้านฉาง ตลอดจนแผนการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เพื่อช่วยสร้างความเข้าใจและช่วยให้นักลงทุนเห็นภาพรวมการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของ EEC ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

        อย่างไรก็ตาม รฟท. จะเปิดให้ผู้ซื้อเอกสารส่งข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ หรือคำถามเกี่ยวกับเอกสารการคัดเลือกเอกชนตลอดจนตรวจสอบข้อมูลหรือรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ได้ถึงวันที่ 9 ตุลาคม 2561 และกำหนดรับซองข้อเสนอในวันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2561  โดยคาดว่าจะทราบผลการคัดเลือกผู้ได้รับสัมปทานประมาณต้นปี 2562  หลังจากนั้นจะส่งเรื่องเข้าครม.   และคาดว่าน่าจะเริ่มลงมือก่อสร้างโครงการได้ประมาณกลางปี 2562  ซึ่งผู้รับสัมปทานจะต้องก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายใน 5 ปี  และเปิดให้บริการได้กลางปี 2567

        ทั้งนี้  รฟท. จะสามารถส่งมอบพื้นที่ให้กับผูู้รับสัมปทานได้ทันทีสำหรับที่ดิน 100 ไร่ บริเวณสถานีมักกะสัน (จากทั้งหมด 150 ไร่  โดยอีก 50 ไร่ นั้นจะทะยอยส่งมอบภายใน 5 ปี) และที่ดินบริเวณสถานีศรีราชาอีก 25 ไร่    ส่วนการเวนคืนที่ดินเพื่อก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงที่บริเวณอำเภอเมือง  จังหวัดฉะเชิงเทรา  จำนวนกว่า 300  ไร่  ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน  ซึ่งจะใช้งบสำหรับเวนคืนที่ดินประมาณ 3,000 ล้านบาท  คาดว่าปีหน้าก็จะดำเนินการเวนคืนที่ดินได้ทั้งหมด


         เรื่องน่ารู้...โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน 
            -มีระยะทางยาว 220 กิโลเมตร  จำนวน 5 สถานี
            -มูลค่าโครงการรวม 2 แสนล้านบาท
            -ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง  โดยจากกรุงเทพฯ-อู่ตะเภา  จะใช้เวลาประมาณ 45 นาที
            -โครงการมีอายุสัมปทาน 50 ปี  หลังจากนั้นรัฐจะเป็นเจ้าของทรัพย์สินทั้งหมด
            -ในอนาคตมีแผนจะต่อขยายเส้นทางจากอู่ตะเภา ไปยังระยอง, จันทบุรี และตราด
            -คาดว่าจะได้ผู้รับสัมปทานประมาณต้นปี 2562
            -เริ่มดำเนินการก่อสร้างประมาณกลางปี 2562 (ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 5 ปี)
            -กำหนดแล้วเสร็จและเปิดให้บริการประมาณกลางปี 2567


ติดตามข่าวสารอสังหาฯและข่าวดังในกระแส www.home.co.th/hometips/news

ติดตามข้อมูลโครงการและความเคลื่อนไหวด้านอสังหาฯ www.home.co.th และ www.facebook.com/Homebuyersfanpage

หรือชมวิดีโออื่นๆ คลิกที่นี่  www.home.co.th/tv  , www.youtube.com/tvhomebuyer


ที่มา : โฮมบายเออร์ไกด์

วันที่แก้ไขข้อมูลล่าสุด : 23 กรกฎาคม 2561