JSP ปรับทัพใหม่ลุยแนวราบ ฟังก์ชั่นเหนือชั้น 4-5 ห้องนอน ทำเลติดถนนใหญ่


หากเอ่ยชื่อถึงกลุ่ม เจ.เอส.พี.พร็อพเพอร์ตี้ หรือ JSP ภาพจำของคนส่วนใหญ่จะนึกถึงตลาด "สำเพ็ง 2" ซึ่งเป็นอาณาจักรค้าปลีก-ส่งขนาดใหญ่ย่านฝั่งธนบุรี เพราะเป็นผลงานเปิดตัวของ JSP และเป็นการเปิดตลาดอสังหาฯ รูปแบบใหม่ที่ยังไม่มีใครทำมาก่อนเมื่อช่วง 4 ปีที่แล้ว แต่ในวันนี้กลุ่ม JSP ได้สร้างการจดจำใหม่กับแบรนด์ "เจ ซีรีส์" เป้าหมายเพื่อเปลี่ยน Business Model ให้ชัดเจนขึ้น 

แจ้งเกิดจาก "สำเพ็ง"
เติบโตด้วย "คอนโด"
        ไพโรจน์ วัฒนวโรดม ในฐานะเป็นหัวเรือใหญ่ที่ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการสายงานปฏิบัติการ กลุ่ม JSP บอกว่า กลุ่ม JSP เริ่มต้นการลงทุนในธุรกิจอสังหาฯ ด้วยโครงการเชิงพาณิชย์แนวราบแบบมิกซ์ยูส มีทั้งสินค้าเพื่อขายและเช่าอยู่ในโครงการเดียวกัน โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าประเภทอาคารพาณิชย์และศูนย์การค้า 
        ดังนั้นหากนึกถึงสินค้าของกลุ่ม JSP คนทั่วไปมักจะโฟกัสไปที่โครงการ "สำเพ็ง 2" ย่านฝั่งธนบุรี ใกล้กับรถไฟฟ้า สถานีบางหว้า ที่เปิดตัวไปเมื่อประมาณปี 2557 โดยเนื้อที่โครงการกว่า 138 ไร่ถูกพัฒนาให้เป็นอาคารพาณิชย์ขนาด 3-4 ชั้นสไตล์ไทย-จีนเกือบ 1 พันยูนิต สำหรับประกอบธุรกิจค้าปลีก-ส่ง และมีพื้นที่ให้เช่าอีกกว่า 300 ร้านค้าสำหรับเป็นศูนย์การค้า ศูนย์อาหาร และตลาดน้ำ รวมถึงคอนโดไฮไรส์อีกกว่า 2 พันยูนิต
        แต่ธุรกิจเรือธงที่สร้างรายได้ให้กับกลุ่ม JSP ก็ยังคงเป็นที่อยู่อาศัยเพื่อขาย ที่เริ่มต้นจากกลุ่มสินค้าราคาต่ำกว่าล้านบาทไปจนถึง 1 ล้านต้นๆ สินค้าหลักจะเป็นคอนโด เช่น โครงการไมอามี บางปู พัฒนาเป็นคอนโดทั้งหมด 5 พันกว่ายูนิต ราคาขายช่วงเปิดตัวสตาร์ทที่ 8.5 แสนบาทไปจนถึง 1.52 ล้านบาท และโครงการเดอะ ทิวลิป สแควร์ ย่านอ้อมน้อย สมุทรสาคร เป็นคอนโดโลว์ไรส์กว่า 1 พันยูนิต ราคาขายตั้งแต่ 1 ล้านบาทไปจนถึง 1.25 ล้านบาท
        หลังจากนั้นจึงค่อยๆ ขยายฐานมาจับตลาดบ้านแนวราบประเภททาวน์เฮ้าส์แทน จนกลายเป็นสินค้าที่ทำยอดขายและรายได้หลักให้กับบริษัทในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งในช่วงแรกจะเน้นกลุ่มสินค้าราคาต่ำกว่า 2 ล้านบาท แต่ล่าสุดได้ขยับราคามาจับตลาดระดับราคา 2-3 ล้านบาท รวมทั้งได้เพิ่มโปรดักต์บ้านเดี่ยวและบ้านแฝดราคาเฉลี่ย 4-6 ล้านบาทเข้ามาเสริมในปีที่ผ่านมา   
        ทำให้ปัจจุบัน JSP มีสินค้า "หน้าร้าน" ให้ลูกค้าเลือกตั้งแต่ระดับราคา C- ไปจนถึงระดับ B+ โดย ณ สิ้นปี 2560 มีโครงการที่ได้เปิดตัวไปทั้งหมด 25 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 3 หมื่นล้านบาท เป็นโครงการใหม่ที่เปิดตัวในปี 2560 จำนวน 6 โครงการ 



เป็นที่รู้จักกับแบรนด์ "J Siries" 
ในปี 2560 JSP ได้รีแบรนด์สินค้าครั้งใหญ่ เพื่อให้ภาพจำ "สำเพ็ง 2" ถูกแทนที่ด้วยแบรนด์ใหม่ที่ทันสมัยกว่า มีกลุ่มสินค้าให้ลูกค้าเลือกครบทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ อาคารพาณิชย์และคอนโดมิเนียม ภายใต้ชื่อ "เจ ซีรีส์" 
        สินค้าหลักภายใต้ "เจ ซีรีส์" จะมีอยู่ทั้งหมด 6 แบรนด์ ส่วนใหญ่จะเป็นทาวน์เฮ้าส์  เช่น เจ ทาวน์,เจ วิลล่า และเจ ซิตี้ เป็นทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ระดับราคา 2-3 ล้านบาท และเจ แกรนด์ ทาวน์โฮม 3 ชั้น ราคาเฉลี่ย 3-5 ล้านบาท เช่นเดี่ยวกับกลุ่มสินค้าบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดที่แทรกตัวอยู่ในแบรนด์เจ วิลล่า ราคาจะอยู่ในระดับ 3-6 ล้านบาท ส่วนแบรนด์เจ บิช จะเป็นแบรนด์สินค้าอาคารพาณิชย์ และเจ คอนโด เป็นคอนโดราคาถูกเฉลี่ยยูนิตละ 1-2 ล้านบาท
New Product บ้าน 4-5 ห้องนอน-ดีไซน์สไตล์ยุโรป
        การเปิดตัว J Siries ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ด้วยความแตกต่างหลายอย่าง จุดเด่นสินค้าบ้านแนวราบของ JSP แตกต่างจากสินค้าคู่แข่ง อยู่ที่การออกแบบที่ขยายฟังก์ชั่นการใช้สอยของตัวบ้านให้กว้างขึ้นแบบ Space Plus ทั้งโปรดักต์ทาวน์เฮ้าส์ ที่มีขนาด 3-4 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ตัวบ้านหน้ากว้าง 5.7 เมตร ส่วนบ้านแฝดและบ้านเดี่ยวจะมีฟังก์ชั่น 4 ห้องนอน 3 ห้องนอน หน้ากว้าง 10 เมตร โดยมีห้องอเนกประสงค์ชั่นล่างที่ปรับเปลี่ยนดีไซน์ได้ และในช่วงไตรมาส 3-4 ปีนี้จะเพิ่มฟังก์ชั่นบ้านเดี่ยวจาก 4 ห้องนอนเป็น 5 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ บนที่ดินแปลงมาตรฐานขนาด 50 ตารางวา
ด้านดีไซน์บ้านเน้นรูปลักษณ์ใหม่เป็นบ้านสไตล์ยุโรป โดยเฉพาะโครงการใหม่ที่เปิดตัวไปเมื่อปีที่ผ่านมาที่เป็นทาวน์เฮ้าส์จะเป็นบ้านสไตล์อิงลิชโฮมทั้งหมด และเพิ่มแบบบ้านสไตล์ประเทศออสเตรีย เช่น โครงการเจ ซิตี้ บางพระ และเจ ทาวน์ บางปะกง ที่เน้นความโรแมนติกตั้งแต่ซุ้มประตุทางเข้า สโมสร และสวนส่วนกลาง ตัวบ้านใช้สีพาสเทล หน้าต่างบ้านเป็นสไตล์คลาสสิกโมเดิร์น 


นอกจากนี้ยังได้นำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้อยู่อาศัย เช่น การควบคุมการอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านผ่านสมาร์ทโฟน การให้บริการแจ้งซ่อมผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ ฯลฯ
แม้สินค้าแนวราบหลักจะเป็นทาวน์เฮ้าส์ราคา 2-3 ล้านบาท แต่ทำเลที่ตั้งของโครงการส่วนใหญ่มักจะติดถนนใหญ่ ซึ่งแตกต่างจากโครงการทาวน์เฮ้าส์ทั่วไปที่มักจะตั้งอยู่ในซอย หรือถ้าหากอยู่ในซอยก็จะตั้งอยู่ในทำเลที่เป็นชุมชนใหญ่  
        โดยทำเลหลักๆ จะกระจายอยู่ในโซนเหนือย่านรังสิต โซนตะวันตกย่านรัตนาธิเบศร์ บางบัวทอง กัลปพฤกษ์ และโซนตะวันออก ย่านแพรกษา สุขุมวิทตอนปลาย รวมถึงภูมิภาคฝั่งตะวันออก ที่บางปะกงและศรีราชา 

ปี'61 ลุยเปิดตัว 8 โครงการใหม่-เฟสต่อเนื่อง
สำหรับเป้าหมายการดำเนินงานในปี 2561 ตามนโยบาย Keep Fighting Year โพโรจน์บอกว่า บริษัทได้ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 5,000 ล้านบาท มาจากอสังหาฯเพื่อขาย 4,700 ล้านบาทและธุรกิจให้เช่า 300 ล้านบาท 
        โดยจะเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งหมด 8 โครงการ มูลค่า 2,600 ล้านบาท เป็นสินค้าบ้านแนวราบทั้งหมด แบ่งเป็นโครงการใหม่ 4 โครงการ มูลค่า 2,000 ล้านบาท และเฟสใหม่ในโครงการเดิมอีก 4 โครงการ มูลค่า 600 ล้านบาท 

ติดตามข่าวสารอสังหาฯและข่าวดังในกระแส www.home.co.th/hometips/news

ติดตามข้อมูลโครงการและความเคลื่อนไหวด้านอสังหาฯ www.home.co.th และ www.facebook.com/Homebuyersfanpage

หรือชมวิดีโออื่นๆ คลิกที่นี่  www.home.co.th/tv  , www.youtube.com/tvhomebuyer

คำแนะนำ,ซื้อบ้าน,ซื้อคอนโด,ข่าวบริษัทอสังหาฯ,ข่าวอสังหาฯทั่วไป,ข่าวดังในกระแส


ที่มา : Home Buyer Guide

วันที่แก้ไขข้อมูลล่าสุด : 15 สิงหาคม 2561