“แสนสิริ” ก้าวใหม่และก้าวต่อไป...กับการเกี่ยวก้อย “โตคิว คอร์ปอเรชั่น”

        ปี 2560 “แสนสิริ” ได้ประกาศร่วมทุนกับ “โตคิว คอร์ปอเรชั่น” กลุ่มธุรกิจขนส่ง-อสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ของประเทศญี่ปุ่น โดยร่วมกันพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมร่วมกันโครงการแรก “taka HAUS” (ทากะ เฮาส์) เอกมัย 12 และเตรียมเปิดอีก 2 โครงการใหม่ในปีนี้

        อุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฎิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การร่วมทุนกันครั้งนี้ เป็นโอกาสทางธุรกิจ ที่ทั้ง 2 บริษัทต่างเห็นศักยภาพของกันและกัน แสนสิริ มีโปดักต์ที่หลากหลาย ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ คอนโดมิเนียม ซึ่งหลังจากการร่วมทุนจะมีการพัฒนา Know-how ต่างๆ ร่วมกัน เพื่อยกระดับโครงการที่อยู่อาศัยของประเทศไทยให้ได้รับการยอมรับในระดับสากล

        “เรามีความต้องการอยากให้ แสนสิริ เป็นแบรนด์หนึ่งในใจของลูกค้า เพราะฉะนั้นแล้วนอกเหนือจากการขายพื้นที่ธรรมดา ก็เราก็พยายามเลือกนำเสนอเซอร์วิส คอมมูนิตี้ต่างๆ ให้ลูกค้าได้รับตรงนี้ด้วย ซึ่งหลายโครงการที่ผ่านมา แสนสิริก็พัฒนาโครงการในคอนเซ็ปท์บิวตี้ฟูล คอมมูนิตี้ เพื่อสร้างสังคมการอยู่อาศัยให้น่าอยู่”

        ในช่วงปี 2560 ที่ผ่านมาแสนสิริ และโตคิวได้ร่วมกันพัฒนาโครงการ taka HAUS คอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ สูง 8 ชั้น ในซอยเอกมัย 12 ออกแบบในคอนเซ็ปท์  “Stay Unique, Stay Diverse” มีห้องพักอาศัย 269 ยูนิต ให้ความเป็นส่วนตัวสูง และมี Facility ตอบรับไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ เช่น Endless Jet Pool หรือสระว่ายน้ำทวนกระแส สำหรับออกกำลังกายในน้ำ, Underwater Treadmill หรือลู่วิ่งใต้น้ำ และ Bike Simulator

         ปัจจุบันโครงการ taka HAUS อยู่ระหว่างการก่อสร้างคาดว่าจะสามารถโอนกรรมสิทธิ์พร้อมเข้าอยู่ได้ประมาณปลายปี 2562 และมียอดขายแล้ว 95% 

         สำหรับปี 2561 ทั้งแสนสิริ และโตคิว ก็ตัดสินใจพัฒนาอีก 2 โครงการใหม่ร่วมกัน ในทำเลเอกมัย ซอย 11 และสุขุมวิท 50 มูลค่ารวม 5 พันล้านบาท 

         “ทั้ง 2 ทำเล เป็นทำเลที่มีศักยภาพ ใกล้รถไฟฟ้า BTS และเป็นทำเลที่ต่างชาติรู้จักเป็นอย่างดี ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก และแหล่งไลฟ์สไตล์”

        *โครงการคอนโดมิเนียมไฮไรส์ ซอยเอกมัย 11 ที่ดินประมาณ 3 ไร่ เป็นตึกสูง 38 ชั้น ประมาณ 500 ยูนิต ราคาขายประมาณ 1 แสนกลางๆ /ตร.ม หรือเริ่มต้นประมาณ 4 ล้านกว่าบาท
        *โครงการคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ ซอยสุขุมวิท 50 ที่ดินประมาณ 4 ไร่ เป็นตึกสูง 8 ชั้น ประมาณ 300-400 ยูนิต ราคาขายประมาณ 1 แสนต้นๆ/ตร.ม.หรือเริ่มต้นประมาณ 4 ล้านกว่าบาท

        การพัฒนาทั้ง 2 โครงการใหม่มีแนวคิดเติมเต็มการอยู่อาศัยสมบูรณ์แบบ Complete your Living Experience และเน้นการสร้าง Beautiful Community จากเทรนด์การใช้ชีวิตยุคใหม่ของญี่ปุ่นมาผสมผสานกับการพัฒนาโปรดักต์ที่เข้าใจลูกค้าของแสนสิริ ซึ่งจะเป็นรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย

        “เรามองหลายๆ เรื่องทั้งเรื่องการเซอร์วิส เราให้ความสนใจเรื่องการพัฒนาเซอรวิส บริการหลังการขาย และไลฟ์สไตล์ ซึ่งเราจะเน้นทำตลาดเพื่อเปิดโปรดักต์ โตคิวมีประสบการณ์ในการบริการต่างๆ ที่ญี่ปุ่น มีห้างฯ โรงแรม มีการพัฒนาเมือง มีเซอร์วิสหลายเรื่อง รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ เราก็จะนำมาปรับใช้ในโครงการใหม่ด้วย”

        นอกจากนี้การร่วมทุนกับโตคิว สร้างความมั่นใจให้กับกลุ่มลูกค้าต่างชาติมากขึ้น โดยเฉพาะลูกค้าชาวญี่ปุ่น ที่แสนสิริเองพยายามเพิ่มสัดส่วนให้มากขึ้น จากเดิมมีกลุ่มลูกค้าชาวญี่ปุ่นอยู่ประมาณ 5% โดยคาดว่าในปีจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 10% 

        สำหรับโตคิว คอร์ปอเรชั่น เริ่มต้นทำธุรกิจด้วยการก่อสร้างทางรถไฟสายเมกุโระ-คามาตะ ตั้งแต่ปี 2465 ณ ปี 2560 โตคิวมีบริษัทในเครือทั้งหมด 220 บริษัท และ 8 บริษัท จดทะเบียนภายใต้การดูแลของโตคิว คอร์ปอเรชั่น ซึ่งรวมธุรกิจ 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มธุรกิจขนส่ง/คมนาคม กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มธุรกิจบริการเพื่อการใช้ชีวิตที่สุขสบาย และกลุ่มธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ท

เรียบเรียงโดย : มาลิลี พรภัทรเมธา
อีเมล : malilee@home.co.th


ติดตามข่าวสารอสังหาฯและข่าวดังในกระแส www.home.co.th/hometips/news

ติดตามข้อมูลโครงการและความเคลื่อนไหวด้านอสังหาฯ www.home.co.th และ www.facebook.com/Homebuyersfanpage

หรือชมวิดีโออื่นๆ คลิกที่นี่  www.home.co.th/tv  , www.youtube.com/tvhomebuyer

คำแนะนำ,ซื้อบ้าน,ซื้อคอนโด,ข่าวบริษัทอสังหาฯ,ข่าวอสังหาฯทั่วไป,ข่าวดังในกระแส


ที่มา : home.co.th

วันที่แก้ไขข้อมูลล่าสุด : 08 มิถุนายน 2561