รวมเทคโนโลยีเพื่อคนซื้อบ้าน ยุค 4.0 Smart Home-หุ่นยนต์-แอพฯปฏิบัติการสุดล้ำ

 

ระบบดิจิตอลที่กำลังเปลี่ยนแปลงโลก ส่งผลให้ทุกธุรกิจจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง ไม่ว่าจะด้านอุตสาหกรรม การค้า การเงิน รวมถึงอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ล้วนเกิดขึ้นหรือพัฒนาเพื่อตอบสนองผู้บริโภคเป็นหลัก หรือพูดง่ายๆว่า ผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการทุกวันนี้เริ่มหันกลับมาใส่ใจผู้บริโภคมากขึ้น
วันนี้เราจะมาดูกันว่าผู้บริโภคคนซื้อบ้านได้ประโยชน์อะไรจากเทคโนโลยีเหล่านี้



นวัตกรรม Smart Home สุดฮิต

เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับที่อยู่อาศัยที่เห็นค่อนข้างชัดในตอนนี้และมีผู้ประกอบการหลายรายดำเนินการอยู่ ได้แก่ เทคโนโลยี Smart Home ซึ่งเป็นการเน้นพัฒนาโปรดักส์ เพื่อยกระดับมาตรฐานความเป็น “ที่อยู่อาศัยที่ฉลาดขึ้น ด้วยการผนวกนวัตกรรมเข้ากับการสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ตและแอพพลิเคชั่นต่างๆ ให้ผู้อยู่อาศัยได้รับความสะดวกสบายขึ้น 
ที่เห็นค่อนข้างเยอะ เช่น แอพฯเปิดปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านหรือคอนโดฯ ระบบตรวจสอบความเคลื่อนไหวภายในบ้านและแจ้งเตือนเรื่องความปลอดภัยผ่านมือถือ เป็นต้น 
การพัฒนา Smart Home แนวทางนี้ ผู้ประกอบการทั่วไปมักซื้อบริการจากเจ้าของระบบ ในขณะที่ผู้ประกอบการรายใหญ่อาจเลือกที่จะพัฒนาเองหรือร่วมพัฒนากับบรรดาเทคโนโลยิสต์หรือ Startup



นอกจากนี้ก็มีเทคโนโลยีที่เพิ่มคุณภาพการอยู่อาศัย ผู้ประกอบการบางรายอาจพัฒนาเองหรือร่วมพัฒนากับเจ้าของเทคโนโลยี เช่น ระบบ Air Flow ของ LH,ระบบ นวัตกรรม NCXT (NC Cross Innovation & Home Techonology) ของ NC เป็นแนวคิดการพัฒนา Product Roadmap
Smart Eco ขบวนการออกแบบดีไซน์ทั้ง Function และสถาปัตยกรรม ภายในภายนอกด้วยนวัตกรรมการเชื่อมโยงบ้านให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ดีไซน์รองรับระบบบ้านเย็น ควบคุมอุณหภูมิ และคุณภาพอากาศด้วยระบบ Active Airflow และ Solar Roof System
Smart Care มีพัฒนาการรักษาความปลอดภัย โดยจะผนวกนวัตกรรม Wellness Innovation เพื่อการอยู่อาศัยที่ดี ทันสมัย สะดวก รองรับ Universal Design เตรียมพร้อมก่อนวัยเกษียณ 

แอพฯ Service มาแล้ว เน้นบริการ “ความเป็นอยู่”
ที่ผ่านมาผู้ประกอบการอสังหาฯ ส่วนใหญ่มักมีปัญหาเรื่องคุณภาพการบริการ โดยเฉพาะบริการหลังการขาย เช่น การติดต่อหลังโอน ร้องเรียนปัญหา แจ้งซ่อมฯลฯ
แต่โซลูชั่นหรือการแก้ปัญหาด้านนี้ส่วนใหญ่ยังเป็นการเน้นสร้างระบบติดต่อสื่อสารที่รวดเร็วขึ้นเป็นหลัก เช่น แจ้งซ่อม-ติดตามงานงานซ่อม ออนไลน์ 24 ชม. เป็นต้น
ตรงกันข้าม“บริการด้านความเป็นอยู่”กลับเป็นโซลูชั่นที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ให้ความสนใจเป็นพิเศษ หลายรายต่างพัฒนาแอพพลิเคชั่นด้านนี้


        รายที่ให้บริการแล้ว เช่น อนันดาฯ จับมือกับฮอปคาร์ (Haupcar) ให้ลูกบ้านอนันดาฯ คือ ระบบ car-sharing ให้บริการรถเช่าในรูปแบบการบริการตนเอง โดยเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นการใช้รถร่วมกันผ่านทางสมาร์ทโฟน ที่อนุญาตให้ผู้ใช้บริการสามารถขับรถ หรือ แบ่งปันรถยนต์ใช้ระหว่างกันได้ตลอดเวลา
        ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ออกบัตร ORIGIN Family Club Card ร่วมกับแรบบิทการ์ด บัตรเดียวใช้บริการได้ทั้งคอนโดฯและรถไฟฟ้าบีทีเอส และเตรียมเปิดแอปพลิเคชั่น บนสมาร์ทโฟน “ORIGIN Digital Butler” ที่เป็นแอปฯเซอร์วิสงานบริการหลังการขายให้กับลูกบ้าน
ล่าสุดได้ร่วมมือกับ asap GO (เอแซ็ป โก) บริษัทผู้ให้บริการรถยนต์เช่าแบบครบวงจรผ่านแอพฯโดย asap GO เป็นบริการรถยนต์ให้เช่ารายชั่วโมงผ่านแอพฯ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Sharing Economy  โดยคิดอัตราค่าบริการจากการใช้งานตามจริง โดยออริจิ้นจะจัดเตรียมพื้นที่ภายในโครงการต่างๆ ไว้สำหรับจอดรถให้บริการ และเตรียมจัด Privilege การบริการพิเศษให้กับลูกบ้านโดยเฉพาะ



        SENA 360 SERVICE โซลูชั่นช่วยบริการหลังการขายของเสนาฯ โดยจะมีแอพฯบางตัวออกมาบริการลูกค้า เช่น บริการแจ้งซ่อมออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งติดต่อและติดตาม หรือการนัดหมาย แจ้งเตือนลูกค้าเพื่อตรวจรับบ้านก่อนโอน เป็นต้น
        นอกจากนี้กำลังจะมี “วอชต์บ็อกซ์” แอพฯเชื่อมโยงบริการเครื่องซักผ้าในคอนโดฯ สามารถตรวจสอบตู้ซักว่างหรือไม่ว่าง และจ่ายเงินค่าซักผ่านแอพฯ ผู้ใช้บริการไม่จำเป็นต้องกดลิฟต์เพื่อลงไปดูว่าเครื่องซักผ้าว่างหรือไม่ว่างให้เสียเวลา ไม่ต้องวุ่นวายแลกเหรียญอีกต่างหาก

        เอพี ดิจิทัล คอมมูนิตี้ ได้เพิ่มแอพฯและระบบ ที่มีการควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ทุกชิ้นภายในบ้านให้สามารถสื่อสารและประมวลผลร่วมกัน รวมถึงระบบสั่งการด้วยเสียงที่คิดคำนวณและตอบโต้กับเจ้าของบ้านได้อีกด้วย หรือระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวที่ฉลาดมากขึ้น สามารถดูได้ที่โครงการ “บ้านกลางเมือง คลาสเซ่”
        ส่วน “แสนสิริ” กำลังขับเคลื่อนนวัตกรรมเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ในที่อยู่อาศัย ผ่าน”สิริเวนเจอร์” ด้วยงบ 100 ล้านบาท ก็มีแผนยกระดับศักยภาพของ Home Service โมบายแอปพลิเคชัน สำหรับลูกบ้าน




โดยเริ่มจากการพัฒนาแอพพลิเคชั่น Home Service ของแสนสิริให้เป็น “ผู้ช่วยส่วนตัวอัจฉริยะ” โดยการใช้เทคโนโลยีจาก Amazon Web Services ซึ่งเป็นแพลทฟอร์มสำหรับฟังก์ชั่นการสั่งงานด้วยเสียงที่ใช้งานง่ายและเป็นธรรมชาติ ในรูปแบบ Sansiri AI Box ระบบสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทยครั้งแรกโดยใช้ระบบแบบ Alexa 
        ระบบ Sansiri AI Box สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านได้ และสามารถสั่งงานได้ด้วยการใช้เสียง ทั้งเปิด-ปิดไฟ เครื่องปรับอากาศ ม่านไฟฟ้า หรือเปิด-ปิดเปลี่ยนช่องโทรทัศน์ รวมถึงสามารถให้ข้อมูลพื้นฐานต่างๆ ได้ เช่น พยากรณ์อากาศ เช็คสภาพการจราจร สรุปข่าวรายวัน ฯลฯ โดยที่ผู้ใช้สามารถสั่งการทำงานได้ทุกจุดของห้อง
ล่าสุดแสนสิริก้าวขึ้นไปอีกขั้น ได้พัฒนาหุ่นยนต์ที่ชื่อ “แสนดี (SAN:DEE Delivery Bot)” โดยทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยบริการส่งจดหมาย พัสดุ และอื่นๆ ด้วยคุณสมบัติของแสนดีที่มีระบบเซ็นเซอร์รอบตัว จึงสามารถหลบหลีกสิ่งกีดขวาง ขึ้น-ลงอาคารโดยใช้ลิฟท์โดยสารผ่านไวไฟ (Wi-Fi) ได้ด้วยตัวเอง โดยใช้เวลาในการส่งประมาณ 5-10 นาที พร้อมทั้งส่งของได้จำนวน 3 ห้องภายในหนึ่งเที่ยว จากช่องใส่ของทั้งหมด 3 ชั้น และสามารถรับน้ำหนักสิ่งของได้ถึง 80 กิโลกรัม นอกจากนี้ แสนดียังสามารถทำงานต่อเนื่องได้นานถึง 10 ชั่วโมง และเมื่อทำงานเสร็จจะกลับมาชาร์จไฟด้วยตัวเองอีกด้วย



แสนดี ได้พัฒนาและนำมาให้บริการในคอนโดเป็นครั้งแรกของแสนสิริ และแห่งแรกในเอเชีย ภายในโครงการ เดอะ โมนูเมนต์ สนามเป้า (The Monument Sanampao) 

ส่วน SC ประกาศทุ่มเงิน 50 ล้าน เพื่อพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาโปรดักส์และบริการด้านที่อยู่อาศัย
ล่าสุดได้ร่วมมือกับ AIS ครั้งแรก ออกแบบ Baan Rue Jai Smart Home (บ้านรู้ใจ สมาร์ทโฮม) ระบบควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้านผ่านอินเตอร์เน็ต ด้วยการนําเทคโนโลยี “ IoT ” (Internet of Things) เข้ามาตรวจสอบและประเมินผล อำนวยความสะดวก ผ่านแอพฯ เช่น ควบคุมการเปิด-ปิด ไฟฟ้า, ควบคุมการเปิด-ปิด เครื่องปรับอากาศ และควบคุมการเปิด-ปิด สัญญาณกันขโมยภายในบ้าน เป็นต้น



        จุดเด่นสำคัญของฟีเจอร์นี้ คือ การตอบโจทย์ความสะดวกสบายและปลอดภัยของการอยู่อาศัยของครอบครัว โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลทั้งภายในและภายนอกบ้าน
ควบคุมระบบไฟฟ้าในบ้านง่ายๆด้วยมือถือ 

        ที่กล่าวมาข้างต้นส่วนใหญ่ล้วนอยู่ในประเภท Smart Home ที่เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงและตรวจสอบบ้านจากระยะไกลได้ง่ายขึ้น ด้วยสมาร์ทโฟน ลดปัญหาการหลงลืมหรือไม่มีเวลาในการดูแลบ้าน 
สรุประบบที่พัฒนามาให้ใช้กันหลักๆดังนี้
- ใช้สมาร์ทโฟนควบคุมแสงไฟ นาฬิกาปลุก ปรับอุณหภูมิภายในห้องขณะอยู่ในบ้าน
- ควบคุมสัญญาณระยะไกล ผ่านกล้องวงจรคอยสอดส่องดูแลความเคลื่อนไหวภายในบ้าน ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
-ควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าผ่านแอป และส่งแจ้งเตือนการทำงานในสมาร์ทโฟน เช่นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นอัตโนมัติ
- เปิด-ปิด รดน้ำต้นไม้ทันใจเมื่อจำเป็น ขณะเราไม่อยู่บ้าน


เว็บไซต์-แอพฯ ค้นหา “ที่อยู่อาศัย” และ “ขอสินเชื่อ”

อสังหาฯ 4.0 สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นไม่เพียงแต่เทคโนโลยีที่จะเข้ามาเพิ่มฉลาดของบ้านหรือคอนโดฯหรือบริการที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยสะดวกสบายขึ้นเท่านั้น แต่อาจหมายถึงเทคโนโลยีต่างๆที่จะเข้ามาช่วยผู้บริโภค  “ค้นหาที่อยู่อาศัย”ได้ตรงกับความต้องการมากที่สุด หรือช่วยให้ “การซื้อที่อยู่อาศัย”สะดวกสบาย ง่าย ไม่มีปัญหา รวมถึงการ “บริการสินเชื่อ” ที่สะดวก ง่าย ประหยัดเวลา และได้เงื่อนไขที่ดีเหมาะสมที่สุด เป็นต้น
แอพฯ Home Hop ค้นหาอสังหาที่เหมาะกับตัวเราที่สุด
โฮมบายเออร์กรุ๊ป ก้าวสู่  Prop Tech เต็มตัวโดยร่วมกับคณะวิศกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เปิดตัว "Chula-Home Dot Tech" ดึง Data Science & Machine Learning  ครั้งแรกของไทย กลางปีนี้เตรียมส่งนวัตกรรมใหม่เพื่อการหาที่อยู่อาศัยครบวงจร  
ผลิตภัณฑ์ ที่เราจะได้เห็นจาก Home Dot Tech มีดังนี้ 
Home Buyers Analytics วิเคราะห์ดาต้าอสังหาริมทรัพย์ด้าน Demand Side ครั้งแรกของอสังหาริมทรัพย์ไทย
แอพฯ Home Dashboard เครื่องมือบริหารการตลาดกับลูกค้า Walk-in Online ของโครงการอสังหาริมทรัพย์
แอพฯ Home Hop สำหรับค้นหาที่อยู่อาศัยจากไลฟ์สไตล์และความต้องการเฉพาะบุคคล (Persona) ซึ่งให้ผลลัพธ์เกินกว่าการใช้ประสบการณ์ส่วนตัวของบุคคลเป็นครั้งแรกในประเทศไทยแอพฯ Home Event เครื่องมือชมงานมหกรรมที่อยู่อาศัยและอุปกรณ์สื่อสารการตลาดของโครงการ ซึ่งได้พัฒนา Version 2 เพื่อใช้งานในปีนี้ 




         แอพฯตัวแรกที่จะประเดิมปล่อยออกมาใช้กันช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้ ได้แก่ "Home Hop" นั่นเอง 
ทั้งหมดนี้ คือ สิ่งที่เรียกว่า Property Technology หรือที่เรียกกันง่ายๆว่า Prop Tech ซึ่งอนาคตเราคงได้เห็น prop tech ประเภทต่างๆเกิดขึ้นอีกมากมาย 

เรียบเรียงโดย : เกียรติ นาวินปกาสิตย์
อีเมล : kiet@home.co.th


ติดตามข้อมูลโครงการและความเคลื่อนไหวด้านอสังหาฯมือสอง
 www.home2nd.com และ www.facebook.com/Home2ndcom


ที่มา : Home2nd.com

วันที่แก้ไขข้อมูลล่าสุด : 08 เมษายน 2562