SC Asset สร้างเมืองใหม่ “Delphi” ด้วยแนวคิด Human-centric

           เมื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยไม่ได้คิดแต่ในรั้วโครงการของตนเองอีกต่อไป แต่เป็นการคิดเผื่อถึงเพื่อนบ้านรอบรั้วให้มีปฏิสัมพันธ์และอยู่ร่วมกันในพื้นที่เดียวกันได้อย่างมีความสุขในทุกๆเช้าต่างหาก...

พบกับ Delphi โปรเจ็กต์เมืองใหม่ by SC Asset X REDEK
            แนวคิดใหม่จาก SC Asset ผู้ประกอบการอสังหาฯ รายใหญ่ ซึ่งล่าสุดได้ร่วมมือกับ REDEK (เรดเด็ค) หรือศูนย์บริการวิจัยและออกแบบมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ทำวิจัยและพัฒนาโปรเจ็กต์ Delphi (เดลฟี่) นำร่อง 2 ทำเล คือบางกระดีและกรุงเทพกรีฑา ภายใต้แนวคิด Human-centric หวังพลิกโฉมอสังหาฯ แนวใหม่ ใส่ใจเพื่อนบ้านในชุมชนเพื่อการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน ซึ่งพร้อมทำเป็นรูปธรรมใน Q3 ของปีนี้ 

            โปรเจ็กต์ Delphi ถือเป็นครั้งแรกของ SC Asset ที่จับมือร่วมกับภาคการศึกษาอย่าง REDEK มุ่งวิจัยเพื่อค้นหาความต้องการที่แท้จริงของคนในพื้นที่นั้นๆ ก่อนบริษัทจะเข้าไปพัฒนาโครงการ และนำมาต่อยอดทั้งในแง่ของรูปแบบบ้าน สภาพแวดล้อม รวมถึงเรื่องของสาธารณูปโภค สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งในโครงการและชุมชนนอกรั้ว ให้ตรงจุดที่เกิดผลในระยะยาวอย่างยั่งยืน

จากไอเดียผู้บริหารสู่การร่วมมือทำวิจัย
             ด้วยวิสัยทัศน์ที่ทันสมัยของ 2 ผู้บริหาร โฉมชฎา กุลดิลก หัวหน้าสายงานสื่อสารองค์กร และณัฏฐกิตติ์ ศิริรัตน์ หัวหน้าสายงานการตลาด มาร่วมระดมไอเดียพัฒนาที่ดิน 2 แปลงใหญ่ในมือ

           โฉมชฎาเล่าให้ฟังถึงที่มาของชื่อโปรเจ็กต์ Delphi ที่เกิดจากตนได้เดินทางไปยังเมือง Delphi ในประเทศกรีซ บวกกับอ่านตำรับตำราของเมืองที่มีมากว่า 3,000 ปี ซึ่งบอกเล่าว่าเป็นเมือง "สะดือของโลก" มีวิหารศักดิ์สิทธิ์อพอลโล่ (Temple of Apollo) และเทพเจ้าออราโค่ (Goddess Oracho) ทำให้ผู้คนต่างมาเคารพสักการะจนเกิดคงคลังสำหรับเก็บสิ่งของที่ผู้คนต่างเอามาถวาย กลายเป็นเป็นชุมชน ตลาดนัด ลานบันเทิง ลานกีฬาขึ้น และสิ่งเหล่านี้ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจและที่มาของโปรเจ็กต์นี้

             “เราไม่ได้อยากสร้างเมือง แต่เมื่อคนมารวมตัวกันเยอะๆ ทำให้มีความต้องการ และความต้องการต้องได้รับการตอบสนอง คล้ายกับวันแรกที่เมือง Delphi เกิดขึ้น จึงเป็นที่มาของแรงบันดาลใจในครั้งนี้” โฉมชฎากล่าว

ทำไมถึงทำร่วมกับ REDEK
            โฉมชฏาเล่าต่อว่า “เราอยากสร้างโครงการที่มีความหลากหลายในการอยู่อาศัย คำนึงถึงชุมชนรอบรั้ว ไม่เฉพาะเพียงลูกบ้าน แต่ในฐานะธุรกิจอสังหาฯ เราไม่สามารถทำได้เองคนเดียว จึงเป็นที่มาในการร่วมมือกับภาคการศึกษา REDEK เพราะเขามองลึกกว่าเรา มองไกลไปถึงพฤติกรรมและความเชื่อมโยงของผู้อยู่อาศัย ช่วยให้เราได้ข้อมูลเพื่อนำมาออกแบบบ้านที่ตอบโจทย์ความต้องการอย่างแท้จริง”

             ทางฝั่งของ REDEK นำทีมโดย ดร.ชำนาญ ติรภาส อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ และ ม.ล. จิรทิพย์ เทวกุล นักวิจัยและสถาปนิกของศูนย์บริการวิจัยและการออกแบบ 2 หัวเรือใหญ่ในโปรเจ็กต์นี้จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 

             โดย ดร.ชำนาญกล่าวเสริมว่า “อสังหาฯ โดยปกติจะไม่คำนึงถึงเรื่องนอกรั้ว ในขณะที่วงการออกแบบจะให้ความสำคัญกับบริบทที่อยู่รอบๆ ดังนั้นเมื่อเจอกับ SC Asset เลยสนใจ และเกิดเป็นโจทย์ร่วมกันว่าทำยังไงให้การพัฒนาที่อยู่อาศัยมันสอดคล้องไปกับพื้นที่นั้น พร้อมตอบความต้องการของทั้งลูกค้าและชุมชนรอบด้าน”

              ดร.ชำนาญกล่าวต่อไปว่า “โจทย์คือการค้นหาพฤติกรรมของลูกค้าในอนาคต และเราจะออกแบบสินค้ายังไงที่สามารถรองรับความต้องการของเขา จนเกิดเป็นแนวคิดสามเหลี่ยมในการศึกษา ซึ่งประกอบด้วย 1.Future Living Trend การอยู่อาศัยในอนาคตจะเป็นยังไง 2.Site & Program Analysis กลุ่มคนในพื้นที่เป็นยังไง คือใคร และ 3.Users Behavior Analysis ที่โฟกัสลูกบ้านของ SC Asset ว่าในอนาคตจะเป็นยังไง 

              โดยเราศึกษาทั้งสามส่วนนี้ไปพร้อมๆ กัน ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการวิจัยลงพื้นที่ พร้อมศึกษาพฤติกรรม วิถีชีวิตและสำรวจความต้องการที่แท้จริงของคนในชุมชน โดยกำหนดกรอบในการทำวิจัยไว้ 3 เดือน ปัจจุบันผ่านมาแล้วครึ่งทาง จากนั้นก็จะสรุปและเริ่ม Co-creation กันต่อไป”

2 ทำเล บางกะดีและกรุงเทพกรีฑา มีดีอย่างไร

              เมื่อผลวิจัยถึงบทสรุปก็จะถูกนำมาพัฒนาบนที่ดิน 2 แปลงใหญ่ ทำเลกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก คือบางกะดี 240 กว่าไร่ สร้าง 7 โครงการ และทำเลกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก คือ กรุงเทพกรีฑาประมาณ 115 กว่าไร่ สร้าง 5 โครงการ โดยแต่ละโครงการมีพื้นที่ส่วนกลางของตนเอง พร้อมพื้นที่ส่วนรวมขนาดใหญ่ที่คนในชุมชนใช้ได้
              และหากมองถึงศักยภาพของทำเล ถือว่า 2 ทำเลนี้มีข้อดีในเชิงมหภาค คือทำเลบางกะดีเป็นโซนที่มีสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ ใกล้รถไฟฟ้าสายสีแดง มีนิคมอุตสาหกรรม ขนส่งสายเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือก็จะย้ายมาโซนนี้มากขึ้น รถไฟความเร็วสูงและใกล้สนามบินดอนเมือง ส่วนทำเลกรุงเทพกรีฑาเป็นทำเลที่รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมขนาดใหญ่จากทางฝั่งตะวันออก รวมถึงใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งรองรับ EEC รองรับการท่องเที่ยวในอนาคต
              แต่อย่างไรก็ดีการทำวิจัยใน 2 ทำเลจะแยกส่วนกันอย่างชัดเจน โดยใช้อิงกับพื้นฐานแนวคิดรูปสามเหลี่ยมข้างต้นเป็นหลัก เพราะในเชิงวิถีชีวิตของคน รายได้ ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของทั้ง 2 ทำเลมีความต่างกันอย่างสิ้นเชิง หากมองในแง่การตลาดที่อยู่อาศัยปัจจุบันของบางกระดีมีระดับราคาประมาณ 2-8 ล้านบาท แต่ทางกรุงเทพกรีฑากลุ่มเป้าหมายจะกว้างและหลากหลายกว่า ราคาบ้านมีระดับราคา 3-30 ล้านบาท ซึ่งชี้ให้เห็นถึงศักยภาพในการจ่ายและความต้องการบ้านที่ต่างกัน เป็นต้น

             "เราไม่อยากทำแค่หมู่บ้านที่เป็นพื้นที่ปิด แต่เราอยากให้เป็นหมู่บ้านที่มีความวาไรตี้ในเรื่องของการอยู่อาศัย และทำดีไซน์ให้เป็นคอมมูนิตี้ที่น่าอยู่ขึ้น ลดการขับรถของคนที่จะต้องออกไปซื้อของไกลๆ คนในชุมชนในรัศมี 3-5 กม.สามารถเข้ามาใช้พื้นที่ร่วมกันได้ เราคาดว่าในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้จะเห็นโครงการทางบางกะดีก่อนในบางส่วน อาจจะสัก 2 โครงการ ด้วยความที่เป็นโปรเจ็กต์ใหญ่ อย่างบางกะดีมี 7 โครงการ ประมาณ 1,000 ยูนิต การพัฒนาให้แล้วเสร็จทั้งหมดใช้เวลานานประมาณ 10 ปี ซึ่งอนาคตหากความต้องการของคนเพิ่มขึ้นหรือพฤติกรรมเปลี่ยนไปอีกเราก็สามารถทำโครงการให้ตรงตามความต้องการได้จริงในช่วงเวลานั้นๆ” ณัฏฐกิตติ์กล่าว

               แน่นอนว่าถ้าผลตอบรับของโปรเจ็กต์นี้ไปในทิศทางที่ดี มีประโยชน์ต่อคนในชุมชน การต่อยอดไปยังโครงการอื่นย่อมเกิดขึ้นตามมาแน่นอน

             

 

             “เมื่อพฤติกรรมของคนเปลี่ยนไป การอยู่บ้านไม่ใช่แค่การนอน แต่มันคือทั้งวัน ชีวิตของคนอยู่ในพื้นที่ระแวกบ้าน เข้าเมืองน้อยลง ฉะนั้นแปลว่าความน่าอยู่มันคือย่านแล้ว การดึงย่านนั้นๆ กลับมาให้มีความเป็นเพื่อนบ้านมีความน่าอยู่จึงสำคัญ โดยเราจะใช้การ Co-Create กับเครือข่ายกับพาร์ทเนอร์ในด้านต่างๆ ของเราในการทำโปรเจ็กต์นี้ ตอนนี้เราง้างมือรออยู่ละ รอแค่ผลวิจัยออกมาเราก็ลุยได้เลย” โฉมชฎากล่าว

             เรียกได้ว่าเป็นโปรเจ็กต์สดใหม่ที่ท้าทายและชวนให้ติดตามได้ไม่น้อยว่าการวิจัยของ SC Asset x REDEK จะสร้างความยั่งยืนและความสุขร่วมกันระหว่างคนภายในรั้วโครงการและเพื่อนบ้านในชุมชนได้มากน้อยเท่าไหน นับว่าเป็นก้าวใหม่ที่ไม่ใช่ผลประโยชน์เพียงฝ่ายเดียว หากเป็นการคิดถึงสังคมโดยรวม และเป็นพลังบวกที่อาจให้ผลลัพธ์ที่น่าชื่นใจในอนาคตอันใกล้ก็เป็นได้...โปรดติดตามตอนไปว่าหน้าตาของ Delphi นั้นจะเป็นเช่นไร

 

ติดตามข่าวสารอสังหาฯและข่าวดังในกระแส www.home.co.th/hometips/news

ติดตามข้อมูลโครงการและความเคลื่อนไหวด้านอสังหาฯ www.home.co.th และ www.facebook.com/Homebuyersfanpage

หรือชมวิดีโออื่นๆ คลิกที่นี่  www.home.co.th/tv  , www.youtube.com/tvhomebuyer

คำแนะนำ ซื้อบ้าน ซื้อคอนโด

ข่าวบริษัทอสังหาฯ ข่าวอสังหาฯทั่วไป ข่าวดังในกระแส


วันที่แก้ไขข้อมูลล่าสุด : 24 พฤษภาคม 2561