ซื้อคอนโดฯ แต่เจ้าของถูกยึดทรัพย์ คนซื้อจะทำยังไง

คงได้แต่บอกว่า...เวรกรรมแท้ๆ เพราะใครจะคิดว่า อยู่ดีๆ คอนโดฯ ที่เราซื้อ กำลังผ่อนดาวน์อยู่ดีๆ หรือเตรียมจะโอนอยู่แล้วเชียว แต่ดันเจ้าของโครงการมาโดนคดีถูกยึดทรัพย์ไปเสียนี่ เรียกว่าทุกอย่างหยุดชะงักหมด ความเสียหายไม่ใช่น้อยๆ ทั้งหมด 5 โครงการ รวมผู้ซื้อที่เดือดร้อนกว่าพันยูนิต!

บริษัทก็ดูจะมั่นคง มีประสบการณ์พอสมควร เคยทำบ้านจัดสรรมาพักหนึ่ง ก่อนมาทำคอนโดฯ และคอนโดฯก็ทำมาต่อเนื่องหลายโครงการ บางโครงการที่ดินที่สร้างคอนโดฯ ปลอดจำนองด้วยซ้ำ เรียกว่าเอาเงินส่วนตัวซื้อที่ดินโดยไม่ได้กู้ธนาคาร แล้วใครจะคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น

ตอนนี้บริษัทปิด ติดต่อเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ ที่ผ่อนดาวน์ไปแล้วเป็นแสนๆ บ้างก็เกือบล้านจะขอคืนเงินก็ยังไม่รู้ว่าจะได้ไหม ที่กำลังจะโอน จะโอนก็ยังไงไม่รู้ บางโครงการมีการโอนไปบ้างแล้ว เข้าอยู่แล้วแต่ยังไม่เยอะ ก็กำลังจะอยู่ไม่ได้ เพราะนิติบุคคลกำลังจะหมดเงินที่จะบริหารอาคาร  

เอ่ยมาถึงขั้นนี้ก็คงจะเข้าใจได้ว่าเป็นเหตุการณ์ดังที่เกิดขึ้นกับผู้ซื้อโครงการคอนโดมิเนียม แบรนด์ “แดน ลิฟวิ่ง” บริษัท กีธา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ซึ่งเจ้าของโครงการถูกฟ้องในคดีฟอกเงินอันเกิดจากกรณีการทุจริตโครงการจำนำข้าว ทำให้ทรัพย์สินของบริษัท รวมถึงด้วยคอนโดมิเนียม 5 โครงการ ถูกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สั่งอายัดไว้ทั้งหมด 

จากกรณีนี้ผู้ซื้อโครงการที่ได้รับความเสียหายกว่าพันคน ขณะที่คนเหล่านี้กำลังหาทางเรียกร้องสิทธิ์ของตัวเอง โดยในทางกฎหมายสิ่งที่สามารถทำได้ คือ 

1.บริษัทร้องคัดค้าน ถ้าบริษัทชนะ ก็อาจดำเนินธุรกิจต่อได้ และผู้ซื้ออาจได้เงินคืน 

2.หรือ (ผู้ซื้อ) ร้องคัดค้านว่าเงินที่จะยึดส่วนนึงมันเป็นของลูกค้าที่ผ่อน และไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด

3.และสุดท้ายถ้าไม่สำเร็จทั้ง 2 กรณีก็ต้องฟ้องเอาเงินคืนจากเจ้าของ

ทั้งนี้สิ่งที่ผู้ซื้อกำลังทำอยู่ตอนนี้คือ ข้อ 2 รวมตัวกันเพื่อร้องคัดค้านต่อศาล เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งคืนเงินดาวน์ ฯลฯ ซึ่งเป็นหนทางเดียวที่ผู้เดือดร้อนจะช่วยเหลือตัวเองได้ในยามนี้

แม้เรื่องราวอาจไม่จบลงง่ายในเร็ววัน แต่ก็ขอเอาใจช่วยให้สำเร็จ ให้ความสูญเสียได้รับการเยียวยากันทุกคน 

จะซื้อคอนโดฯ ควรตรวจสอบอะไรบ้าง 

ต่อเนื่องจากเหตุการณ์นี้ ทำให้กับคนซื้อคอนโดฯ ค่อนข้างกังวล เพราะเป็นบริษัทใหญ่ แต่ต้องบอกว่า โอกาสที่จะแจ็คพ็อร์ตแบบนี้มีไม่เยอะ 

หลักการพิจารณาความน่าเชื่อถือของเจ้าของโครงการ หลายอย่างยังใช้ได้ เช่น  

๐ อยู่ในธุรกิจนี้มานาน ทำมาแล้วหลายโครงการ เนื่องจากคอนโดฯ เป็นกิจการที่ต้องลงทุนเยอะ ความน่าเชื่อถือของเจ้าของโครงการเป็นเรื่องสำคัญ การเลือกบริษัทที่ทำมานาน ทำมาแล้วหลายโครงการ ทำธุรกิจพัฒนาอสังหาฯ เป็นธุรกิจหลักก็เป็นหลักการเบื้องต้นที่ยังใช้ได้

กรณีที่เป็นหน้าใหม่ อาจต้องดูความมั่นคงของบริษัทก่อน เป็นใครมาจาไหน เคยทำธุรกิจอะไร ประสบการณ์ในการทำคอนโดฯ มีหรือไม่ 

๐ ชื่อเสีย (ง) เดี๋ยวนี้เรื่องแบบนี้ตรวจสอบไม่ยาก เคยมีใครกล่าวถึงบริษัทกล่าวถึงโครงการในแง่มุมไหนบ้าง สามารถรู้ได้หมดจากอินเตอร์เน็ต นำไปประกอบการตัดสินใจได้เหมือนกัน

๐ เงินทุน  มีส่วนสำคัญมาก ทุนจดทะเบียนควรเหมาะสมสอดคล้องกับโครงการที่ทำหรือไม่ เพราะถ้ามูลค่าโครงการเยอะแต่ทุนจดทะเบียนแค่นิดเดียว เวลาเสียหายขึ้นมา บริษัทก็จะรับผิดชอบเฉพาะเท่าที่จดทะเบียนไว้เท่านั้น

อย่างไรก็ตามมีข้อสังเกตบางอย่างที่บางทีก็อาจใช้ไม่ได้ เช่น เมื่อก่อนเรื่องโฉนดที่ดิน สำหรับทำโครงการ ถ้า “โฉนดปลอดจำนอง” จะถือว่าปลอดภัยหรือเสี่ยงน้อยกว่า “โฉนดติดจำนอง” แต่ตอนนี้หลักการนี้อาจต้องทบทวน เพราะบางทีเราก็ไม่อาจรู้ได้ว่า “เงิน” ที่นำมาซื้อที่ดินซื้ออสังหาฯ นั้น มันสะอาดหมดจดจริงหรือไม่

คอนโด คอนโดใหม่ ซื้อคอนโด ราคาคอนโด


ที่มา : นิตยสาร Home Buyers'Guide เดือนมีนาคม 2560

วันที่แก้ไขข้อมูลล่าสุด : 27 กุมภาพันธ์ 2560