ประหยัดภาษีด้วย LTF & RMF

ทุกวันนี้เราสามารถประหยัดภาษีกันได้หลายวิธีค่ะ ซึ่งการลงทุนกับกองทุนก็เป็นหนึ่งในทางเลือกที่คนนิยมกัน และกองทุนที่น่าสนใจก็คือ LTF และ RMF นั่นเอง ซึ่งทั้งสองกองทุนสามารถนำมาช่วยลดหย่อนภาษีได้ 15% ของเงินได้สูงถึง 500,000 บาท หรือรวมกันก็สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ถึง 1,000,000 บาทเลยทีเดียว

ถ้าอย่างนั้นวันนี้มาทำความรู้จักกับ LTF และ RMF กันดีกว่าค่ะว่าเจ้าสองกองทุนนี้มีลักษณะอย่างไรและมีเคล็ดลับในการลงทุนอย่างไรบ้าง

LTF ย่อมาจาก Long-term Equity Fund หมายถึง กองทุนหุ้นรวมระยะยาว เน้นนำเงินไปลงทุนในหุ้น เกิดจากนโยบายที่ภาครัฐส่งเสริมให้เกิดนักลงทุนสถาบันในตลาดหลักทรัพย์ในระยะยาว เพื่อให้ตลาดมีเสถียรภาพโดยรัฐอนุญาตให้ใช้ลดหย่อนภาษีได้ชั่วคราว ถึงปี 2559 เท่านั้น

จุดเด่นของ LTF ก็คือไม่มีข้อกำหนดว่าจะต้องลงทุนทุกปีค่ะ โดยมีเงื่อนไขการได้สิทธิลดหย่อนภาษีคือต้องถือครองอย่างน้อย 5 ปี แต่วิธีนับปีจะดูที่ปีถือครองและปีที่ขายเป็นสำคัญ ไม่สนเดือน ระยะเวลาลงทุนขั้นต่ำจึงจำกัดอยู่ที่ 3 ปี 2 วันเท่านั้น

อีกเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับ LTF ก็คือด้วยความที่เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ กลยุทธ์ที่จะทำให้การลงทุนมีประสิทธิภาพที่สุดจึงต้องทำลักษณะเดียวกับการเล่นหุ้นปกติ เลือกจังหวะซื้อขายให้ดี และอย่าเชื่อธนาคารที่บอกให้ทยอยซื้อไปเรื่อยๆทุกเดือนเด็ดขาด

โดยปกติ LTF ที่เปิดขายกันอยู่จะมีให้เลือก 2 แบบ คือแบบที่มีปันผลกับแบบที่ไม่มีปันผล ซึ่งเซียนการเงินส่วนใหญ่แนะนำให้ซื้อแบบปันผล เพราะการได้เงินปันผลถือเป็นการลดความเสี่ยงลงนั่นเองค่ะ

ส่วน RMF ก็ย่อมาจาก Retirement Mutual Fund หรือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ เกิดจากนโยบายของรัฐที่ส่งเสริมให้ประชาชนออมเงินอย่างสม่ำเสมอในระยะยาวเพื่อใช้ในยามเกษียณ โดยสิทธิลดหย่อนภาษีที่รัฐให้ต้องรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและกองทุนกบข.ด้วย

RMF ต่างจาก LTF ตรงที่ RMF มีเฉพาะแบบไม่มีเงินปันผลเท่านั้น และมีนโยบายให้เลือกหลากหลาย เช่น กองทุนหุ้น กองทุนตลาดเงิน กองทุนตราสารหนี้ กองทุนทองคำ เป็นต้น

และ RMF ยังมีข้อจำกัดที่ต้องรู้ด้วยค่ะ คือเมื่อลงทุนแล้วจะต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี อย่างน้อยต้องลงทุน 3% ของรายได้หรือ 5,000 บาท ขึ้นอยู่กับว่าจำนวนไหนน้อยกว่า ในกรณีฉุกเฉินสามารถหยุดลงทุนได้ปีเว้นปี และเมื่อลงทุนแล้วต้องถือไว้อย่างน้อย 5 ปีและอายุเกิน 55 ปีบริบูรณ์จึงจะขายได้ ถ้าไม่ทำตามจะถูกปรับตามเงื่อนไข

หลักคิดในการลงทุน RMF ให้มีประสิทธิภาพคือต้องเลือกให้ถูกกองทุนและถูกเวลาค่ะ แล้วเมื่อลงทุนไปแล้ว ก็ต้องคอยติดตามสภาวะตลาดลงทุนอยู่เสมอ เพื่อจะได้สับเปลี่ยนกองทุน RMF ไปกองที่มีประสิทธิภาพในการลงทุนสูงสุดและช่วยลดความเสี่ยงอีกทางหนึ่ง

แต่ถ้าคิดว่าตัวเองยังมีความรู้เรื่องลงทุนไม่ดีพอและไม่ชอบย้ายกองทุนไปมา ก็ควรลงทุนในกองตลาดเงินและตลาดหนี้ เพราะความเสี่ยงต่ำ คุ้มครองเงินต้นได้ดี แม้ว่าผลตอบแทนจะต่ำก็ตาม ส่วนกองทุนหุ้น ทองคำ ตราสารต่างๆ ต้องอาศัยความรู้และเวลาในการเฝ้าติดตามพอสมควรค่ะ

ที่มา : หนังสือวิธี “ทำเงิน” ให้รวย “มั่งคั่ง” ด้วย “อสังหาฯ”

อ่านเพิ่มเติมและสั่งซื้อหนังสือได้ที่ https://www.home.co.th/home/bookclub/12


วันที่บันทึกข้อมูล : 19 ธันวาคม 2559