เทคนิคประหยัดภาษี ด้วย “ประกันชีวิตแบบบำนาญ”

ประกันชีวิตแบบบำนาญ คือการออมเงินรูปแบบหนึ่ง เริ่มใช้ในการยื่นภาษีเมื่อปี 2554 สำหรับผู้เสียเงินได้บุคคลธรรมดา ประกันตัวนี้เรียกได้ว่าเป็นสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ให้เพิ่มเติมจากเบี้ยประกันชีวิตปกติ (ซึ่งเคยได้ค่าลดหย่อนอยู่แล้วไม่เกิน 100,000 บาท) นั่นคือให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติมในส่วนของค่าเบี้ยประกันได้อีกไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาท โดยมีข้อแม้ว่าค่าลดหย่อนตัวนี้เมื่อรวมกับการลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และกองทุนรวม RMF แล้วจะต้องไม่เกิน 500,000 บาท

เงื่อนไขที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีก็คือจะต้องมีระยะเวลาการจ่ายเบี้ยประกันตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และต้องทำกับบริษัทประกันในเมืองไทยเท่านั้น ซึ่งเงินเบี้ยประกันที่จ่ายไปทั้งหมดนี้จะทยอยได้รับกลับคืนพร้อมผลประโยชน์ในรูปเงินบำนาญ เมื่อผู้มีเงินได้มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป ถึงอายุ 85 ปีหรือมากกว่านั้น ภายใต้ข้อกำหนดที่ว่าผู้มีเงินได้ต้องจ่ายเบี้ยประกันครบถ้วนแล้วก่อนที่จะได้รับผลประโยชน์เงินบำนาญ

จะเห็นได้ว่าแม้จะมีชื่อเรียกว่าเป็นการประกันชีวิต แต่ประกันชนิดนี้กลับมีลักษณะเฉพาะตัวที่มีความโน้มเอียงจะเป็นการออมระยะยาวมากกว่าประกันชีวิตทั่วไป

เพราะหากเป็นประกันชีวิตทั่วไปจะมีลักษณะเป็นการออมหรือสำรองเงินไว้เพื่อรองรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน เป็นหลัก กล่าวคือเมื่อจ่ายเบี้ยประกันแล้ว บริษัทผู้รับทำประกันจะมีการจ่ายผลตอบแทนให้แก่ผู้เอาประกันและผู้รับผลประโยชน์ตามกรมธรรม์เมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิตหรืออยู่ครบตามสัญญา ทั้งนี้ผลประโยชน์ตอบแทนที่ได้คืนจะจำกัดเพียงไม่เกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันชีวิตสะสมเท่านั้น

ในขณะที่ “ประกันชีวิตแบบบำนาญ” นี้ ผู้ทำประกันนอกจากจะได้รับการคุ้มครองชีวิตในช่วงก่อนหน้ารับเงินบำนาญแล้ว ยังจะได้ประโยชน์เพิ่มเติมอีก นั่นคือเบี้ยประกันสามารถนำมาใช้เป็นค่าลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 2 แสนบาท ซึ่งจัดว่าสูงทีเดียวเมื่อเทียบกับบรรดาค่าลดหย่อนด้วยกัน และยังเป็นการสร้างโปรแกรมลงทุนภาคบังคับให้กับตัวเอง สร้างความมั่นคงให้กับชีวิตทั้งในปัจจุบันและในอนาคตได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตามการตัดสินใจลงทุนหรือออมเงินลักษณะนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบและเหมาะสม ไม่ใช่เห็นแก่ประโยชน์ทางภาษีแต่เพียงด้านเดียว เพราะไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นการสร้างภาระผูกพันยาวนาน และโดยเฉพาะถ้าส่งเบี้ยประกันไม่ครบจะทำให้เสียสิทธิในการคุ้มครอง แถมยังจะเสียเงินต้นที่ส่งไปแล้วได้ด้วย

Home Buyers' Guide ฉบับเดือนมกราคม 2557


ที่มา : Home Buyers' Guide ฉบับเดือนมกราคม 2557

วันที่แก้ไขข้อมูลล่าสุด : 20 มกราคม 2557