รีวิวบ้านใหม่ เดอะ วิลเลจ กาญจนาภิเษก-ราชพฤกษ์

รีวิวบ้านใหม่ เดอะ วิลเลจ กาญจนาภิเษก-ราชพฤกษ์ (The Village) อยู่ในทำเลที่มีศักยภาพสูง ใกล้สถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีต้นทางคลองบางไผ่ เป็นโครงการที่ขายดีที่สุดในย่าน บางกรวย-ไทรน้อย มีความเป็นส่วนตัวด้วยโครงการขนาดเล็ก Facillties แบบโครงการขนาดใหญ่ และโครงการ เดอะ วิลเลจ กาญจนาภิเษก-ราชพฤกษ์ (The Village) เป็นโครงการเดียวที่ด้านหน้าโครงการมี The Shopping Village Mall and Lifestyle Club House บนพื้นที่ 7 ไร่ ราคาบ้านเริ่มต้นเพียง 2.99 ล้านบาท

Company

บริษัท อารียา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการที่มีแนวคิด Project Concept โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์และรูปแบบสินค้าเฉพาะตัวไม่เหมือนใคร อีกทั้งยังมุ่งเน้นที่การพัฒนาโครงการขนาดเล็กหลายๆโครงการมารวมอยู่ในพื้นที่ขนาดใหญ่ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้รับความสะดวกสบายจากทำเลติดถนนใหญ่ สิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมสรรพ ทุกด้านสำหรับการใช้ชีวิตสมัยใหม่เหมือนอยู่ในโครงการขนาดใหญ่ แต่ยังได้รับความเป็นส่วนตัว และเงียบสงบแบบการอยู่ในโครงการขนาดเล็ก

ปัจจุบันบริษัท อารียา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ได้พัฒนารูปแบบของสินค้าแบ่งได้เป็น 4 ประเภท คือ

1.โครงการบ้านเดี่ยวระดับ พรีเมี่ยม ดิ เอวา เรสซิเดนซ์

2.โครงการบ้านเดี่ยว โดยในปัจจุบัน บริษัทพัฒนาอยู่ 6 โครงการ ในชื่อที่แตกต่างกันตามทำเลที่ตั้ง คือ อารียา เมทโทร เกษตร-นวมินทร์,อารียา โคโม่ บางนา,อารียา โคโม่ วงแหวน-รามอินทรา,อารียา โคโม่ ลาดกระบัง-สุวรรณภูมิ,อารียา ดอนเมือง-สรงประภา และเดอะวิลเลจคอนเทจ กาญจนาภิเษก-ราชพฤกษ์

3.โครงการประเภททาวน์โฮม บริษัทพัฒนาใน 3 รูปแบบ ดังนี้ คือ

          1.แบบทาวน์โฮม 2 ชั้น ในชื่อแบรนด์เดอะคัลเลอร์ส , เดอะคัลเลอร์สพรีเมี่ยม และเดอะวิลเลจ
สำหรับ ทาวน์โฮม 2 ชั้นที่มีรูปแบบ รูปลักษณ์และสไตล์การออกแบบที่โดดเด่นโดนใจกลุ่มผู้ซื้อบ้าน คนรุ่นใหม่มากที่สุดนั้น ภายใต้ชื่อแบรนด์ เดอะ วิลเลจ เนื่องจากเป็นทาวน์โฮมที่ให้บรรยากาศเหมือนอยู่บ้านเดี่ยวจริงๆ

          2.ทาวน์โฮมแบบ 3 ชั้น ภายใต้ชื่อแบรนด์อารียา ทูบี และอารียา เดลี่ ทาวน์โฮมแบบนี้ จะมีหน้ากว้าง 5 เมตร และ 5.5 เมตร สูง 3 ชั้น เน้นตอบสนองความต้องการกลุ่มลูกค้าครอบครัวที่มีขนาดเล็กถึงขนาดปานกลาง เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภค ที่ต้องการอยู่ในเมืองมากกว่าอยู่อาศัยในบ้านเดี่ยวนอกเมือง โดยในปัจจุบันนั้นมีอยู่ด้วยกัน 1 ทำเลคือ เกษตร-นวมินทร์

          3.ทาวน์โฮมแบบ 4 ชั้น ภายในชื่อแบรนด์อารียา แมนดารีนา ทาวน์โฮมแบบนี้จะมี หน้ากว้าง 5 เมตร และ 5.5 เมตร สูง 4 ชั้น เน้นตอบสนองลูกค้าทาวน์โฮมในเกรดพรีเมี่ยมที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยจำนวนมากแบบบ้านหลังใหญ่ ต้องการความโดดเด่นในเรื่องการออกแบบ ต้องการความแตกต่างของการอยู่อาศัยในเมืองใกล้ศูนย์กลางความเจริญ ปัจจุบันมีการพัฒนาอยู่ 2 ทำเล คือ สุขุมวิท 77 และ เกษตร-นวมินทร์

4.โครงการประเภทคอนโดมิเนียม ใกล้ใจกลางเมือง และแหล่งความเจริญของเมือง บริษัทพัฒนา ใน 2 รูปแบบ คือ

          1.คอนโดมิเนียมแบบ Low Rise 8 ชั้น พัฒนาภายใต้แบรนด์ เอ สเปซ และเอ สเปซ มี คอนโดมิเนียมขนาดเล็ก พื้นที่อาคารไม่เกิน 10,000 ตารางเมตร ปัจจุบัน มีอยู่ด้วยกัน 4 ทำเล คือ เกษตร-นวมินทร์, อโศก-รัชดา, สุทธิสาร, และ สุขุมวิท 77

          2.คอนโดมิเนียมแบบ High Rise พื้นที่อาคารไม่เกิน 30,000 ตร.ม. พัฒนาภายใต้ชื่อ เอ สเปซ และ เอ สเปซ มี เช่นเดียวกัน คอนโดแบบนี้จะเป็นคอนโดขนาดกลางเน้นความเป็นส่วนตัวและให้ Facilities ที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบัน มีอยู่ด้วยกัน 3 ทำเล คือ อโศก-รัชดา, บางนา และรัตนาธิเบศร์

นอกจากสินค้าประเภทพักอาศัยที่บริษัทพัฒนาใน 3 ประเภทที่กล่าวมาแล้ว บริษัทยังมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการประเภทธุรกิจศูนย์การค้าหรือคอมมิวนิตี้มอลล์ อาคารค้าปลีกค้าส่ง และอาคารพาณิชกรรมอีกด้วย โดยสินค้าประเภทนี้บริษัทมุ่งที่จะพัฒนา เพื่อเป็นการสร้างองค์ประกอบสำคัญสำหรับเติมเต็ม โครงการพักอาศัยที่บริษัทพัฒนา ให้มีความครบครันในการตอบสนองความต้องการของผู้พักอาศัย ที่ต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับการอยู่อาศัยแบบครบวงจร

ในส่วนของโครงการ เดอะ วิลเลจ กาญจนาภิเษก-ราชพฤกษ์ (The Village) ที่เราจะไปรีวิวนั้น ถือเป็นโครงการที่ขายดีมากของบริษัท อารียา พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เนื่องด้วยเหตุผลที่ลงตัวของทำเลที่ตั้งโครงการติดถนนใหญ่ที่มีศักยภาพสำหรับอนาคต ความโดดเด่นของสินค้าแบรนด์The Village และสุดท้าย คือแนวคิดการพัฒนา คอมมูนิตี้มอลล์ เพื่อรองรับการอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบไว้ด้านหน้าโครงการ

Location

 

 

 

 

 

 

 

เดอะ วิลเลจ (The Village) ตั้งอยู่บนถนนบางกรวย ไทรน้อย โดยมีทำเลที่ตั้งห่างจากปากถนน บางกรวย ไทรน้อยที่เชื่อมกับถนนกาญจนาภิเษก 10 กิโลเมตรเท่านั้น  สำหรับถนนบางกรวยไทรน้อยนั้น ปัจจุบัน เราสามารถ วิ่งตรงจากถนนราชพฤกษ์ ที่ข้ามมาจาก ถนนแจ้งวัฒนะ ปากเกร็ด  แล้ววิ่งตรงเข้าสู่ถนน บางกรวยไทรน้อยได้โดยตรงเลย

สำหรับคนที่หาซื้อบ้านใหม่ในย่านบางใหญ่บางบัวทองนี้ จะทราบดีว่า ถนนบางกรวย ไทรน้อย ถือเป็นถนนที่มีโครงการบ้านเดี่ยวและ ทาวน์โฮม พัฒนาเพื่อขายอยู่เป็นจำนวนมาก เรียกว่าถ้าจะหาซื้อบ้านในราคาไม่แพง การเดินทางสะดวก ในย่านบางใหญ่ ต้องมาหาในถนนเส้นนี้เลย และที่สำคัญถนนเส้นนี้เป็นถนน 4 เลน จากปากถนนเส้นนี้มาถึงสถานีรถไฟฟ้าคลองบางไผ่ ซึ่งเป็นสถานีต้นทางของรถไฟฟ้าสายสีม่วง มีระยะทางเพียง 5 กิโลเมตรเท่านั้น

ที่นี้ถ้าเราจะเดินทางโดยใช้รถส่วนตัว ก็ไม่ยากครับถ้ามาจากในเมืองก็ใช้ทางด่วนขั้นที่ 2 ลงทางลงถนนงามวงศ์วานมุ่งหน้ามาถนนกาญจนาภิเษก บางใหญ่  พอขับผ่านสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีคลองบางไผ่ มาไม่ไกล ก็จะเห็น ถนนบางกรวย ไทรน้อยชัดเจนอยู่ทางซ้ายมือ ก็เลี้ยวเข้ามาขับตรงเข้ามาประมาณ 10กิโลเมตรจะเห็นหน้าโครงการชัดเจนทางขวามือ 

สำหรับรถสาธารณะ ถนนบางกรวย ไทรน้อย จะมีรถตู้ประจำทางจำนวนมาก โดยเส้นทาง จะวิ่งผ่านบางใหญ่ ไปตามถนนรัตนาธิเบศร์ และวิ่งไปสิ้นสุดที่ The Mall งามวงศ์วาน

สำหรับ รถไฟฟ้าสายสีม่วง นั้นคาดว่าจะเปิดดำเนินการประมาณกลางปีหน้า โดยเริ่มต้นสถานีแรกที่สถานีคลองบางไผ่ ซึ่งตรงสถานีนี้ จะมีบริการให้จอดรถ สำหรับผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า โดยมีความสามารถรองรับปริมาณรถที่มาจอดได้ถึง 1,800 คัน จากสถานีคลองบางไผ่ รถไฟฟ้าก็จะวิ่งผ่านบางใหญ่ และเลี้ยวเข้าถนนรัตนาธิเบศร์วิ่งไปจนถึงศาลากลางจังหวัดนนทบุรี จากนั้นก็วิ่งผ่านกระทรวงสาธารณสุข มุ่งหน้าผ่านแยกวงศ์สว่างไปตามถนนกรุงเทพ-นนท์ จนไปเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ ที่เตาปูน 

ส่วนเรื่องการจับจ่ายใช้สอย ตรงตลาดบางใหญ่ ก็เป็นศูนย์รวมของ ห้าง Big C,HomePro,Index Living Mall โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ และ Central Westgate  ที่ซึ่งเปิดบริการครั้งแรกไปเมื่อ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่วนอนาคตอีกไม่นานก็จะมีห้าง Mega Mall บางใหญ่ ขึ้นอีก

ส่วนโรงเรียนใกล้ๆก็จะมี โรงเรียน นานาชาติ สารสาสน์ บางบัวทอง โรงเรียนกสิธร อคาเดมี่ บางบัวทอง และ โรงเรียนพระแม่มารี บางบัวทอง  

โดยสรุปอีกเพียงแค่ไม่เกิน ปีหน้าครับทำเลย่านนี้คงเป็นเมืองใหม่ขนาดใหญ่ของย่านนนทบุรีตะวันตกทีเดียว ซึ่งก็หมายถึงราคาอสังหาริมทรัพย์ที่จะเปิดขึ้นใหม่ๆในย่านนี้ โดยเฉพาะโครงการที่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า ราคาคงจะขยับตามราคาที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้นไปอีกมากครับ 

Project

The Village กาญจนาภิเษก ราชพฤกษ์ ออกแบบทั้งโครงการเป็นบ้านแบบ Town Home 2 ชั้นที่จริงถ้าดูจากรูปร่างหน้าตาของบ้าน ดูยังไงก็คือบ้านเดี่ยวดีๆนี่เอง แต่เนื่องจาก ระเบียบของราชการกำหนดไว้ว่าบ้านที่มีพื้นที่ไม่ถึง 35 ตารางวาให้เรียกว่า ทาวน์โฮม ส่วนถ้ามีพื้นที่ 35-49 ตารางวาให้เรียกว่า บ้านแฝด และจะเรียกว่าบ้านเดี่ยวได้ต้องมีพื้นที่ตั้งแต่ 50 ตารางวาขึ้นไป

The Village (เดอะ วิลเลจ)  พัฒนาบนพื้นที่ทั้งหมด 90 ไร่ โดยแบ่งเป็นโครงการย่อยตามประเภทสินค้า 4 โครงการคือ

1.The Village Cottage โครงการบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ขนาดพื้นที่ใช้สอย 161 ตารางเมตร 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ จอดรถได้ 2 คัน จำนวน 86 ยูนิต
2.The Village ทาวน์โฮม 2 ชั้น หรือที่ทางโครงการเรียกว่า วิลเลจทาวน์ มีพื้นที่ด้านข้างแบบบ้านเดี่ยว ขนาดพื้นที่ใช้สอย 141 ตารางเมตร หน้ากว้าง 5.7 เมตร 4 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ จอดรถได้ 2 คัน จำนวน 133 ยูนิต
3. TheColors Premium ทาวน์โฮม 2 ชั้นจอดรถได้ 2 คัน ขนาดพื้นที่ใช้สอย 118 ตารางเมตร หน้ากว้าง 5.7 เมตร 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 พื้นที่อเนกประสงค์ชั้นล่าง จำนวน 262 ยูนิต
4. TheColors ทาวน์โฮม 2 ชั้น จอดรถได้ 1 คัน ขนาดพื้นที่ใช้สอย 105 ตารางเมตร หน้ากว้าง 5.7 เมตร 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ  จำนวน  263 ยูนิต

บ้าน เดอะ วิลเล (The Village) ได้เริ่มเปิดขายมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว โดยขายไปแล้วเกือบ 70% ในทุกประเภทสินค้า ทำให้ปัจจุบันมีลูกค้าทยอยเข้าอยู่ในโครงการไปแล้วเกือบ 500 ครอบครัว

สำหรับภาพรว บ้าน เดอะ วิลเลจ กาญจนาภิเษก-ราชพฤกษ์ (The Village) บริเวณด้านหน้าโครงการ จะเป็น The Shopping Village Mall and Lifestyle Club House บนพื้นที่ 7 ไร่ ซึ่งภายใน Club House โครงการได้จัดเตรียมไว้ทั้ง สระว่ายน้ำและห้องออกกำลังที่มีเครื่องออกกำลังกายแบบมาตรฐานครบครันโดยในส่วนของสโมสรนี้จะอยู่ในความดูแลของบริษัทผู้พัฒนา

 

 

 

 

 

ในส่วนของการออกแบบผังโครงการ เดอะ วิลเลจ กาญจนาภิเษก-ราชพฤกษ์ (The Village) เน้นออกแบบให้การอยู่อาศัยเหมือนเป็น คัสเตอร์ส่วนตัว โดยแต่ละโครงการจะมี Front Gate ด้านหน้าของตนเอง โดยใช้ถนนเมนและสโมสรร่วมกันเท่านั้น ดังนั้นแม้จะดูเหมือนเป็นโครงการขนาดใหญ่ แต่ก็ยังได้ความรู้สึกของการเป็นโครงการขนาดเล็กที่มีความเป็นส่วนตัวไม่พลุกพล่านอยู่ จึงถือเป็นข้อดีของการออกแบบ งั้นเรามาดูรีวิวบ้านของโครงการนี้กันครับ

 

 

 

 

Front Gate ของโครงการ The Village Cottage 

 

 

 

 

Front Gate ของ The Village วิลเลจทาวน์ 2

 

 

 

 

 Front Gate ของ TheColors 

 

 

 

 

การที่แต่ละโครงการย่อยมี Front Gate แยกต่างหาก จะทำให้ภายในโครงการเป็นระเบียบเรียบร้อย และมีความเป็นส่วนตัวในการพักอาศัยมากขึ้น

 

 

 

 

ถนนหลักนี้ทุกโครงการย่อยภายในจะใช้ร่วมกัน

สิ่งที่โครงการให้ความสำคัญที่สุดของการอยู่อาศัยของสมาชิกในโครงการ คือความร่มรื่นใกล้ชิดธรรมชาติของต้นไม้ใหญ่และผนังต้นไม้ตลอดแนวของถนนเมน รวมถึงความปลอดภัยในโครงการ โดยในเรื่องนี้ โครงการได้ออกแบบรั้วโครงการให้มีความสูงถึง 3 เมตร นอกจากนี้โครงการยังได้จัดเตรียม ระบบรักษาความปลอดภัยแบบ Double Security ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยประตูรั้วเหล็กกั้นอีกชั้น และมีกล้อง CCTV ควบคุมการเข้าออกตรงป้อม รปภ ด้านหน้าโครงการ อีกทั้งยังมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดินตรวจตราอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง

การออกแบบโครงการในภาพรวม ซึ่งจะรวมถึงรูปลักษณ์สถาปัตยกรรมด้านหน้าที่ The Shopping Village Mall and Lifestyle Club House ด้วย โครงการจะออกแบบเป็น Modern Colonial Style ภายใต้ Concept Happy Colonial Living  ซึ่งจะเน้นตัวบ้านสีเทาพาสเทล ผสานกับเส้นกรอบประตูหน้าต่างสีขาว เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกสบาย สดใส มีชีวิตชีวา ใกล้ชิดธรรมชาติ

 

 

 

 

Front Gate หน้าโครงการ ตรงนี้มีป้อมรักษาความปลอดภัย ไม้กั้น และกล้อง CCTV คอยตรวจตราการเข้าออก

 

 

 

 

บรรยากาศถนนซอยของโครงการ บ้าน เดอะ วิลเลจ (The Village)

 

 

 

 

สวนส่วนกลางด้านหน้าโครงการ ดูกว้างขวางดีครับ 

 

 

 

 

รั้วของโครงการสูง 3 เมตร มีการปลูกต้นไม้ติดกำแพง ทำให้ตลอดแนวถนนใหญ่มีความสดชื่นมากขึ้น 

Product  

โครงการ The Village วิลเลจทาวน์ 2 ชั้น มีพื้นที่ด้านข้างแบบบ้านเดี่ยว ขนาดพื้นที่ใช้สอย 141 ตารางเมตร หน้ากว้าง 5.7 เมตร 4 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ จอดรถได้ 2 คัน พัฒนาบนที่ดิน 18 ไร่ มีจำนวนยูนิตทั้งสิ้น 133 ยูนิต

 

 

 

 

Lay Out ของบ้าน จุดเด่นคือมีพื้นที่ใช้สอยข้างบ้านเหมือนบ้านเดี่ยว และออกแบบให้จากในตัวบ้านสามารถเปิดสู่พื้นที่สวนข้างบ้านได้ตามสไตล์บ้านยุคใหม่

 

 

โครงการบ้าน เดอะ วิลเลจ กาญจนาภิเษก-ราชพฤกษ์ (The Village) ออกแบบรูปลักษณ์ของบ้าน ได้อย่างโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ด้วย สไตล์ American Contemporary  โดยจุดเด่นก็คือ โครงการเลือกใช้สถาปัตยกรรมแบบ American Contemporary style มาผสมผสานกับการออกแบบสถาปัตยกรรมแบบ Colonial แต่ปรับรูปแบบและรายละเอียดให้เหมาะสมกับยุคสมัย โดยลดทอนรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมและใช้โทนสี Pastel เพื่อ ให้ความรู้สึกของบ้านที่อบอุ่น เป็นมิตร ผ่อนคลายและมีชีวิตชีวา นอกจากนั้นโครงการยังผสมผสานโทนสีแบบ Earth Tone เพื่อทำให้บ้านมีความอบอุ่น ผ่อนคลายให้ความรู้สีกน่าอยู่และเป็นมิตร

 

 

 

 

ตัวบ้านเลือกใช้สีพาสเทล เฟรมหน้าต่างและประตูเลือกใช้สีขาว และผสมผสานสีเอิร์ธโทนและสีเขียวจากต้นไม้เล็กใหญ่ ทำให้บ้านดูอบอุ่น น่าอยู่มาก ๆ 

 

 

 

 

พื้นที่สวนหน้าบ้านทำเป็นมุมพักผ่อนหน้าบ้านได้ เดี๋ยวเราจะเดินดูพื้นที่สวนรอบ ๆ บ้านกันครับ

 

 

 

 

บ้านตัวอย่างเป็นหลังมุม ทำให้มีพื้นที่ข้างบ้านเยอะเป็นพิเศษ สามารถจัดเป็นสวนพักผ่อนเพิ่มความสดชื่นให้กับบ้านได้

 

 

 

 

ที่บ้านตัวอย่างทำเป็นซุ้มประตูเป็นทางเข้าสวนข้างบ้าน ตกแต่งสไตล์สวน

 

 

 

 

พื้นที่ข้างบ้านเยอะพอสมควร สามารถจัดเป็นส่วนและศาลาพักผ่อนได้เลย

 

 

 

 

จากตัวบ้านสามารถเปิดสู่พื้นที่สวนได้ตามสไตล์บ้านยุคใหม่ นี่ก็เป็นรีวิวบ้านบริเวณรอบๆบ้าน

ในส่วนของการออกแบบภายในโครงการ บ้าน เดอะ วิลเลจ (The Village) ออกแบบบ้านให้มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเทียบเท่าบ้านเดี่ยวในย่านนี้ โดยจะให้ความสำคัญไปที่พื้นที่และประโยชน์ใช้สอยผสานอย่างกลมกลืนไปกับ รูปลักษณ์หน้าตาภายนอก

ในเรื่องการออกแบบจัดวาง lay out และ function ภายในบ้านถือได้ว่า โครงการนี้ทำได้อย่างเยี่ยมยอด น่าอยู่มาก เนื่องจากแม้บ้านจะใช้ที่ดินเพียง 30 ตารางวา แต่สามารถขับ Function ได้เหมือนบ้านเดี่ยว ในที่ดิน 50 ตารางวาทีเดียว โดยบ้านสามารถจอดรถได้ 2 คัน  มี function 4 ห้องนอน ซึ่งห้องนอนชั้นล่างสามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องอเนกประสงค์ได้ ซึ่งห้องด้านล่างของบ้านตรงส่วนรับแขก นี้ผู้อยู่อาศัยปรับเปลี่ยนห้องนี้ให้เป็นห้อง พักผ่อน ห้องทำงาน หรือห้องโฮมเธียเตอร์ ได้ตามความต้องการส่วนตัว ส่วนด้านบนจะมีห้องนอน 3 ห้อง และ 1 ห้องน้ำ

 

 

 

 

เปิดประตูเข้ามาจะเจอกับพื้นที่ว่างเล็ก ๆ เป็นเหมือนจุดพักก่อนที่จะเดินเข้าสู่ตัวบ้าน ข้อดีของการมีพื้นที่ว่างเล็ก ๆ นี้คือทำให้บ้านไม่รู้สึกอึดอัด และยังทำให้การเดินไปมาภายในบ้านมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น 

 

 

 

 

ห้องนั่งเล่นอยู่ด้านหน้าของตัวบ้าน มีหน้าต่างสามารถเปิดชมวิวผ่านออกไปยังสวนหน้าบ้านได้

 

 

 

 

พื้นที่โต๊ะอาหารและครัวจะเป็น Open Space ทำให้บ้านชั้นล่างดูโปร่งและกว้างขึ้น

 

 

 

 

ตัวบ้านชั้นล่างออกแบบให้มีหน้าต่างกระจกเยอะมากเพื่อให้บ้านดูโปร่ง ระบายอากาศได้ดี และจากโต๊ะทานอาหาร สามารถเปิดประตูออกไปยังพื้นที่สวนด้านข้างได้ 

 

 

 

 

บันไดทางขึ้นชั้นสองและห้องเก็บของใต้บันไดจะอยู่ช่วงกลางของบ้าน 

 

 

 

 

ครัว Pantry จะอยู่ส่วนด้านในของบ้าน สามารถใช้ปรุงอาหารเบา ๆ เช่น อุ่น หรือทอดอาหารได้เหมือนกัน โดยมีที่ดูดควันเพื่อระบายกลิ่นควันจากการทำอาหาร

 

 

 

 

ผนังห้องฝั่งตรงข้ามกับครัว ตกแต่งเป็นตู้สำหรับเก็บของ ใช้เก็บอาหาร ผลไม้ ชากาแฟ  ไว้ที่นี่ได้ ส่วนประตูไม้สีขาวที่เห็นคือห้องน้ำของชั้นล่าง

 

 

 

 

ห้องน้ำชั้นล่างมี Shower ออกแบบไว้รองรับการใช้งานห้องน้ำพร้อม ๆ กันในเวลาเร่งด่วนเช่นก่อนไปทำงาน

 

 

 

 

เปิดประตูออกมาด้านหลังบ้าน ตรงชั้นวางต้นไม้เป็นตำแหน่งของครัวไทยสำหรับปรุงอาหารกลิ่นแรง ๆ และใช้เป็นที่ซักล้างครับ

สำหรับ ห้องนอนชั้นบนแบ่งออกเป็น 3 ห้องนอน โดยห้องนอนขนาดใหญ่พิเศษอยู่ด้านหน้าบ้านมีระเบียงเพื่อเห็นทัศนียภาพอันสวยงาม อีกทั้งมีการจัดเตรียมพื้นที่สำหรับ Walk-in Closet ภายในห้องด้วย ส่วนบริเวณภายนอกโครงการได้ออกแบบพื้นที่สำหรับวางเครื่องคอมเพรสเซอร์แอร์ ที่มีการบังสายตาเพื่อความเรียบร้อยและสวยงามของแต่ละยูนิต

 

 

 

 

เดินบันไดขึ้นมาชั้นบนจะเป็นทางเดินไปสู่ห้องนอนทั้ง 3 ห้อง โดยบันไดจะเป็นราวเหล็กสีขาว ส่วนมือจับเป็นไม้ครับ

 

 

 

 

เริ่มจากห้องนอน Master กันก่อน ตำแหน่งห้องจะอยู่ด้านหน้าของบ้านติดกับระเบียง โดยมีความพิเศษตรงที่มี Walk in Closet ให้ภายในห้อง 

 

 

 

 

พื้นที่ข้างเตียงสามารถวางโต๊ะข้างเตียงเล็ก ๆ ได้

 

 

 

 

Walk in Closet อยู่ส่วนหน้าบ้านเหมือนกัน เราเลือกได้ว่าจะทำเป็น Walk in Closet หรือจะใช้เป็นห้องนั่งเล่นด้านในบ้าน หรือห้องทำงานเล็ก ๆ แทน

 

 

 

 

มาดูห้องนอนที่ 1 กันบ้างครับ ห้องนี้ถูกแต่งเป็นห้องทำงานและมุมโซฟาสำหรับสมาชิกในครอบครัว 

 

 

 

 

ถ้าเราต้องการใช้เป็นห้องนอนตามฟังก์ชั่น ก็บีบพื้นที่โต๊ะทำงานลงก็จะมีพื้นที่สำหรับวางเตียงนอนภายในห้องได้พอดี ๆ 

 

 

 

 

ไอเดียการจัดเก็บของห้องนี้ถูกใช้ในแนวตั้งจนถึงเพดานห้อง สามารถเก็บไปใช้ได้ครับ

 

 

 

 

 ห้องนอนที่ 2 มีขนาดพื้นที่เท่ากับห้องนอน 1 สามารถวางเตียงนอน โต๊ะทำงาน และตู้เสื้อผ้าได้ โดยในบ้านตัวอย่างแต่งเป็นห้องนอนสำหรับเด็ก 2 คน เป็นไอเดียสำหรับครอบครัวที่มีลูกเล็ก 2 คนครับ

 

 

 

 

ห้องน้ำชั้นบนรองรับการใช้งานจากห้องนอนทั้ง 3 ห้อง มีสุขภัณฑ์ 3 ชิ้น คือ อ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์ และ Shower ให้ฉากกั้นเป็นบานเลื่อน นี่ก็เป็นรีวิวภายในบ้านทั้งหมด

Price

สำหรับในเรื่องราคาขาย โครงการทำราคาบ้าน package ที่โดนใจคนรุ่นใหม่ในเมืองอย่างมากเพราะสำหรับคนรุ่นใหม่แบบครอบครัวเริ่มต้นที่กำลังมองหาบ้านใหม่ในย่านนี้ ที่ต้องการให้บ้านมีการออกแบบอย่างมีสไตล์โดดเด่นไม่เหมือนใคร อีกทั้งอยู่ในโครงการ หนึ่งเดียวที่มี Community Mall และ Club House ดีไซน์เก๋ อยู่ด้านหน้าโครงการ

โครงการขาย The Village Town ขนาด 30 ตารางวา ในราคาบ้านพิเศษ 2.99 ล้านบาท โดยจ่ายเงินจองและทำสัญญาเพียง 30,000 บาทเท่านั้น จากนั้นทำเรื่องขอกู้ธนาคาร รอบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้วโอนได้ทันที

และนอกจากสินค้า The Village ที่โครงการขายแล้ว สำหรับ the Village Cottage บ้านเดี่ยว ในที่ดินขนาด 50.1 ตารางวา โครงการก็ขายในราคาบ้านพิเศษเพียง 3.49 ล้านบาท โดยลูกค้าจ่ายเงินจองและทำสัญญา 30,000 บาทเช่นเดียวกัน

ส่วนทาวน์โฮม 2 ชั้น TheColors ลงในที่ดิน 17.50 ตารางวา โครงการขายบ้านในราคาพิเศษ 1.69 ล้านบาท โดยใช้เงินจองและทำสัญญา แค่ 15,000 บาทเท่านั้น

ส่วนทาวน์โฮม 2 ชั้น TheColors Premium ลงในที่ดิน 20 ตารางวา โครงการขายบ้านในราคาพิเศษ 1.99 ล้านบาท ลูกค้าจ่ายเงินจองและทำสัญญา 15,000 บาทเช่นเดียวกัน

Conclusion

โครงการ The Village กาญจนาภิเษก-ราชพฤกษ์ (เดอะ วิลเลจ) เป็นโครงการที่อยู่ในทำเลที่มีศักยภาพสูง ใกล้สถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีต้นทางคลองบางไผ่ โครงการนี้ถือเป็นโครงการที่ขายดีที่สุดในย่านถนนบางกรวย ไทรน้อย เนื่องด้วยเหตุผลที่ลงตัวของ ทำเลที่ตั้งโครงการ ความโดดเด่นของสินค้าแบรนด์ The Village ที่สวยเก๋ ด้วยดีไซน์ แบบ Modern Colonial Style และ Project Concept " Happy Colonial Living " ที่เน้นสีเทาพาสเทล ผสานกับเส้นกรอบประตูหน้าต่างสีขาว ให้ความรู้สึกสดใส มีชีวิตชีวา ยิ่งกว่านั้น โครงการยังมี The Shopping Village Mall and Lifestyle Club House บนพื้นที่ 7 ไร่ ด้านหน้าโครงการเพื่อรองรับการใช้ชีวิตสมัยใหม่ที่ ต้องการความพร้อมทั้งความสะดวกสบายในการจับจ่ายใช้สอยและกิจกรรม พักผ่อน ออกกำลังกายในวันหยุด

The Village เป็นวิลเลจทาวน์ 2 ชั้น 141 ตารางเมตร หน้ากว้าง 5.7 เมตร 4 ห้องนอน จอดรถได้  2 คัน ที่ขายในแบบบ้านสร้างเสร็จก่อนขาย โดยเป็นเจ้าของได้ง่ายมากด้วยการจ่ายเพียง 30,000 บาท สามารถกู้ธนาคารเข้าอยู่ได้เลย

โครงการนี้จึงเหมาะมากสำหรับ ครอบครัวเริ่มต้นคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการหาที่อยู่อาศัยหลังใหม่ในชุมชนที่พร้อมสรรพ ย่านถนนกาญจนาภิเษก แนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง ที่ชื่นชอบในแบรนด์ The Village (เดอะ วิลเลจ) และ สไตล์การออกแบบบ้าน ที่แสนน่ารัก สวยเก๋ โดดเด่นไม่เหมือนใครของแบรนด์นี้

สำหรับใครที่สนใจคงต้องรีบมาเยี่ยมชมโครงการเร็วหน่อยนะครับ เพราะโครงการนี้ขายดีครับ อีกไม่นานคงปิดโครงการแล้ว

 

 

Factsheet

 

 

 

 


โครงการที่เกี่ยวข้อง