schtab4
schtab3
schtab2
schtab1
ราคาเริ่มต้น
ราคาสูงสุด

รวมคำค้นหายอดนิยม


บ้านทรงกลม เทคโนโลยีรับมือภัยพิบัติ

Post : 26/12/2012


บ้านทรงกลม เทคโนโลยีรับมือภัยพิบัติ


เรื่องของภัยธรรมชาติเป็นสิ่งที่บางครั้งเราก็เกินคาดเดาได้ล่วงหน้า ยกตัวอย่างเมื่อในช่วง ปี 2554 เกิดอุทกภัยน้ำท่วมครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศไทย สร้างความเสียหายแก่ประชาชนมากมายนับไม่ถ้วน เพราะไม่มีใครคาดคิดว่าภัยธรรมชาติจะส่งผลกระทบได้มากมายเช่นนี้  หลายฝ่ายจึงหาวิธีป้องกัน และรับมือกับภัยพิบัติกันอย่างมากมาย วันนี้เราของเสนอ บ้านทรงกลม เทคโนโลยีรับมือภัยพิบัติ

เปิดเทคโนโลยีบ้านทรงกลมรับมือภัยพิบัติแถมประหยัดเงิน เป็นการให้สัมภาษณ์ของ อ. ชาติชาย สุภัควนิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทูพลัส ซอฟท์ จำกัด ผู้พัฒนาเทคโนโลยีระบบการก่อสร้าง กล่าวว่า บริษัทได้เปิดตัวบริษัทใหม่ คือ บริษัท ไทย นาโน เฮ้าส์ จำกัด ซึ่งจะเป็นบริษัทรับสร้างบ้านแบบใหม่ที่เน้นลักษณะทรงโดม หรือทรงกลม เนื่องจากบ้านทรงดังกล่าวสามารถก่อสร้างได้เร็วและมีความแข็งแรงกว่าบ้านทรงเหลี่ยม เนื่องจากมีรูปทรงเหมือนเปลือกไข่ เป็นโครงสร้างเปลือกบาง หรือเรียกเทคโนโลยี ดังกล่าวว่า เทคโนโลยีโมโนลิติก เป็นโครงสร้างเปลือกบาง ซึ่งสามารถรองรับภัยพิบัติแผ่นดินไหว ไฟไหม้ ความร้อน และสึนามิได้ รวมทั้งยังประหยัดพลังงานด้วย เนื่องจากวัสดุที่ใช้เป็นเนื้อเดียวและชิ้นเดียว เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก โฟม เพื่อป้องกันความร้อน

"บริษัทได้ทำการวิจัยเทคโนโลยีดังกล่าวมากว่า 3 ปี ซึ่งเป็นเทคโนโลยีมาตรฐานของสหรัฐอเมริกา มีการทดสอบแล้วว่ามีความแข็งแรงทนทานรับการสั่นไหวของแผ่นดินไหวได้ถึง 7.5 ริคเตอร์ โดยไม่ต้องใช้เหล็กเสริมพิเศษ และจากโครงสร้างทรงกลมดังกล่าวทำให้พลังงานเคลื่อนผ่านไปได้โดยง่าย และเป็นเทคโนโลยีนาโน" และว่าการดำเนินการก่อสร้างนั้นจะต้องเป็นไปตามกฎหมายควบคุมอาคาร

อ. ชาติชายกล่าวว่า หลักการการทำงานของบ้านทรงโดมดังกล่าวนั้น คือ การทำฐานราก แล้วนำผ้าใบชนิดพิเศษไปเป่าลม ฉีดโฟมพ่นคอนกรีตใส่โครงเหล็กด้านใน ขณะที่ด้านนอกนั้นเมื่อมีการลอกผ้าใบออกแล้วก็จะฉาบด้วยวัสดุพิเศษผนัง EIFF มีฉนวนป้องกันความร้อนนอกอาคารเพื่อให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งมีค่าอาร์ที่ 12-20 อีกทั้งยังไม่มีปัญหาเรื่องวัสดุเหลือและใช้ช่างจำนวนน้อย ส่วนการฉีดก็ใช้เครื่องมือในการฉีดทำให้สามารถลดเวลาการก่อสร้างลงได้ประมาณ 50% เช่น จาก 4 เดือน เหลือ 2 เดือน ขณะที่ค่าก่อสร้างก็ไม่แพง โดยคิดที่ประมาณ 8,000-10,000 บาทต่อตารางเมตร หรือราคาประมาณ 700,000-800,000 บาทต่อหลัง แล้วแต่ขนาดของตัวบ้าน สามารถสร้างได้ทั้งแบบถาวรและแบบโมบาย คือ สามารถแยกชิ้นส่วนและยกไปได้

ขณะนี้บริษัทเริ่มรับออเดอร์แล้วกว่า 100 หลัง อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีดังกล่าวเป็นเทคโนโลยีใหม่สำหรับประเทศไทย ซึ่งบริษัทจะต้องทำความเข้าใจให้ความรู้ก่อนการทำการตลาดล่วงหน้าจึงจะทำการผลิต และล่าสุดทางบริษัทอิตาเลียนไทยได้ว่าจ้างให้บริษัทไปทำการก่อสร้างโดมอาคารเรียนพื้นที่ประมาณ 500 ตารางเมตร ที่โรงเรียนโยธินบูรณะแห่งใหม่ โดยบริษัทคิดค่าก่อสร้างที่ 10,000 บาทต่อตารางเมตร "เราอยากเน้นบ้านหลังที่ 2 โดยเฉพาะบ้านของข้าราชการที่เกษียณอายุ รวมทั้งรีสอร์ท โบสถ์ วัด ต่างๆ โดยเฉพาะที่เป็นเอสเอ็มอี โดยเฉพาะบู๊ธขายของ ซึ่งมองว่ายังมีช่องว่างช่องทางอีกมาก เพราะขนาดเล็กไม่ค่อยมีใครอยากทำตลาด โดยเราเน้นที่พื้นที่ 20 ตารางเมตร ราคาประมาณ 300,000 บาทต่อหลัง"

ขอขอบคุณหนังสือพิมพ์มติชน








บทความที่คุณอาจสนใจ
  • f1
  • f2
  • f3
  • f4
  • f5
footerfb