schtab4
schtab3
schtab2
schtab1
ราคาเริ่มต้น
ราคาสูงสุด

รวมคำค้นหายอดนิยม


''บิวท์ทูบิวด์''จ่อขึ้นราคาอีกรอบชี้ต้นทุนสร้างบ้านพุ่ง14.5%แบกไม่ไหวขอปรับทุก6เดือน

Post : 15/05/2012


นายสุธี เกตุสิริ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบิวท์ ทู บิวด์ ผู้ดำเนินธุรกิจรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปีบริษัทได้
ปรับราคารับสร้างบ้านขึ้น 5% และคาดว่าในครึ่งปีหลังจะปรับราคาอีก 5% และต่อไปต้องพิจารณาปรับขึ้นราคา
บ้านทุก 6 เดือน เนื่องจากต้นทุนในการดำเนินธุรกิจปรับสูงขึ้น หลังจากรัฐบาลประกาศปรับค่าจ้างแรงงาน

นอกจากนี้ การขาดแคลนแรงงานส่งผลให้บริษัทจะต้องขอขยายระยะเวลาก่อสร้างบ้านออกไปเพิ่มขึ้นอีก
เฉลี่ย 1-3 เดือน เนื่องจากแรงงานมีจำนวนลดลง ทำให้ต้องมาพิจารณาการใช้ระบบก่อสร้างสำเร็จรูปหรือพรีแฟบ
ให้มากขึ้น

นายสุธี กล่าวอีกว่า สำหรับธุรกิจรับสร้างบ้านได้รับผลกระทบด้านแรงงานใน 4 ปัจจัย ได้แก่ 1.วิกฤตมหา
อุทกภัยที่ทำให้แรงงานส่วนหนึ่งหันไปรับงานซ่อมแซมบ้านพักอาศัยในหมู่บ้านต่างๆ ที่ได้รับความเสียหายจาก
น้ำท่วมหลายพันหลัง คาดว่าต้องใช้เวลาถึงกลางปี2555 จึงจะเริ่มกลับเข้าสู่ระบบตามเดิม แต่คงกลับมาไม่ทั้งหมด
2.นโยบายประกันราคาข้าว ที่สร้างแรงจูงใจให้แรงงานกลับไปสู่ภาคการเกษตร 3.แรงงานต่างด้าวกลับประเทศ
เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่าอยู่ในช่วงขยายประเทศ และ 4.การปรับค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน

ทั้งนี้ การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ300 บาท กระทบค่อนข้างมาก เนื่องจากต้นทุนในการก่อสร้างบ้าน1 หลัง แบ่ง
ออกเป็นค่าวัสดุก่อสร้างอุปกรณ์ก่อสร้าง 70% และค่าแรงงาน 30% จากเดิมที่ค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำคือ 225 บาทต่อ
วัน ปรับเป็น300 บาทต่อวัน คิดเป็นอัตราส่วนเพิ่มขึ้น 39% และต้องมีการปรับค่าจ้างแรงงานเดิมที่มีอยู่แล้วให้สูงขึ้นด้วย

สำหรับภาพรวมเมื่อมีการปรับค่าจ้างถึง 25% จะส่งผลให้ต้นทุนบ้านปรับสูงขึ้นไปแล้ว 7.5% เฉพาะ
ผลกระทบจากค่าแรงงาน ส่วนผลกระทบตามมาคือภาวะเงินเฟ้อต้นทุนพลังงานมีผลให้ราคาวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง
ปรับสูงขึ้นเฉลี่ย 7-10% ของต้นทุนรวม ซึ่งเมื่อรวมกับค่าจ้างแรงงานที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้นทุนการก่อสร้างบ้าน 1
หลัง เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 14.5%

ปัจจุบันบริษัทมีบ้านที่รับก่อสร้างอยู่ในมือแล้ว (แบ็กล็อก)จำนวน 220 หลัง คิดเป็นมูลค่า 850 ล้านบาท ซึ่ง
ถือว่าค่อนข้างแน่นที่จะต้องทยอยก่อสร้างให้กับลูกค้าขณะที่ในปีนี้ตั้งเป้ายอดขายไว้ 900 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี
ก่อน 20% ที่มียอดขายรวม 700 ล้านบาท โดยใน 4 เดือนแรกของปีนี้มียอดขายแล้ว 280 ล้านบาท






ที่มา โพสต์ทูเดย์


บทความที่คุณอาจสนใจ
  • f1
  • f2
  • f3
  • f4
  • f5
footerfb